GPSC กำไร Q1/69 ที่ 1,719 ลบ. โต 51% จากช่วงเดียวกันปีก่อน XPCLหนุน
#GPSC #ทันหุ้น-บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ไตรมาส 1/69 มีกำไร 1,719.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไร 1,140.04 ล้านบาท สาเหตุหลักเนื่องจาก เงินปันผลรับแลมส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าจำนวน 391 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 270 ล้านบาท หรือ 223% สาเหตุหลักเนื่องจากบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด หรือ XPCL ผลประกอบการดีขึ้น เนื่องจากปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่สูงขึ้น สอดคล้องกับปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นจากอิทธิพลของปรากฏการณ์ลานีญาซึ่งต่อเนื่องมาจากปี 2568
ประกอบกับในไตรมาสที่ 1/69 บริษัทมีการรับรู้กำไรจากรายการพิเศษจากการปรับมูลค่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง(EffectiveInterest Rate: EIR)ซึ่งเป็นผลจากการรีไฟแนนซ์เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน รวมถึงการปรับขยายระยะเวลาการชำระคืนเงินกู้ยืม CFXD ผลประกอบการดีขึ้น เนื่องจากในไตรมาสที่ 1/69 บริษัทมีการรับรู้เงินชดเชยตามเงื่อนไขการรับประกันอัตราความพร้อมใช้งานของกังหันลมผลิตไฟฟ้า(Wind TurbineGenerator:WTG)ขณะที่ในไตรมาสที่ 1/68 ไม่มีการรับรู้รายการดังกล่าว เนื่องจากในปี 2568 บริษัทรับรู้เงินชดเชยทั้งปีในไตรมาสที่ 4/68 ขณะที่ในปี 2569 เปลี่ยนการรับรู้เงินชดเชยเป็นรายเดือน
ขณะที่ AEPL ผลประกอบการลดลงจากความความเข้มแสงที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และค่าใช้จ่ายทั้งต้นทุนการผลิต ต้นทุนทางการเงิน และค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับจำนวนโครงการที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ และ เงินปันผลรับ ลดลง 41 ล้านบาทหรือร้อยละ 100 สาเหตุหลักมาจากเงินปันผลรับของ RPCL ลดลง เนื่องจากบริษัทฯ ได้เปลี่ยนสถานะของ RPCLจากเงินลงทุนในตราสารทุนเป็นบริษัทร่วมฯ ของบริษัทฯใน เดือน ธันวาคม 2568 ส่งผลให้บริษัทฯ ไม่ได้รับเงินปันผลตั้งเดือน ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป
ในไตรมาส 1/69 มีกำไรขั้นต้น 4,874 ล้านบาท ลดลง 375 ล้านบาทหรือ 7% สาเหตุหลักมาจากกำ รส่วนเพิ่ม (Contribution Margin) ลดลง สาเหตุหลักมาจากโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ(IPP)จาก โรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน รายได้ค่าความพร้อมจ่ายลดลงเนื่องจากในไตรมาสที่ 1/69 มีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนงานควบคู่กับการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้า รวมระยะเวลา 88 วัน ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ ไม่ได้รับค่าความพร้อมจ่ายสำหรับช่วงเวลาดังกล่าว
ขณะที่ค่าเชื้อเพลิงส่วนต่าง (Energymargin) ปรับตัวดีขึ้น โดยมีสาเหตุหลักจากการรับรู้ผลขาดทุนจากส่วนต่างราคาถ่านหินที่ลดลงตามจำนวนวันดำเนินการผลิตที่ลดลง (ไตรมาสที่ 1/69 จำนวน 4 วัน, ไตรมาสที่ 1/68 จำนวน 62 วัน) โรงไฟฟ้าศรีราชา ค่าความพร้อมจ่ายปรับตัวลดลงเนื่องจากจ่ายไฟฟ้าครบตามชั่วโมงที่ระบุในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. ในเดือนพฤษภาคม 2568 โรงไฟฟ้าโกลว์ไอพีพี รายได้ค่าความพร้อมจ่ายลดลง เนื่องจากในไตรมาสที่ 1/69 มีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนงานจำนวน 18วัน ส่งผลให้บริษัทฯ ไม่ได้รับค่าความพร้อมจ่ายสำหรับช่วงเวลาดังกล่าวโรงไฟฟ้าห้วยเหาะ รายได้เพิ่มขึ้นตามการเรียกรับไฟฟ้าของ กฟผ.
ขณะที่ โรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) มีกำไรส่วนเพิ่มเพิ่มขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากค่าเชื้อเพลิงส่วนต่างที่ปรับตัวดีขึ้นจากการลดลงของราคาเชื้อเพลิง ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากการปรับลดค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ประกอบกับปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นตามแผนการดำเนินการผลิตของลูกค้า รวมถึงมีการรับรู้ค่า MinimumTake-or-Pay(MTOP) ตามเงื่อนไขในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและไอน้ำกรณีที่ลูกค้ามีปริมาณการใช้ไฟฟ้าหรือไอน้ำต่ำกว่าปริมาณขั้นต่ำตามสัญญา ถึงแม้ปริมาณการขายไฟฟ้าให้กฟผ. ลดลงเนื่องจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับกฟผ.ของโรงไฟฟ้า GSPP3 หมดอายุในเดือนสิงหาคม 2567 และ เดือนมีนาคม 2568 และ GSPP11 Phase1 หมดอายุในเดือนตุลาคม 2568