โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แสนสิริ เผยนักลงทุนหุ้นแห่รับปันผลซื้อบ้านแนวราบลงทุน ชูผลตอบแทน 7–9%

Khaosod

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

ปรากฏการณ์ใหม่ในตลาดอสังหาฯ! แสนสิริเผยช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา กลุ่มนักลงทุนที่รับเงินปันผลจากหุ้นเริ่มหันมาซื้อบ้านแนวราบลงทุนสร้างความมั่งคั่งผ่านสินทรัพย์จับต้องได้ เน้นบ้านราคา 15–20 ล้านบาท เพื่อปล่อยเช่าสร้างรายได้ต่อเนื่อง ขณะที่โครงการแนวราบของแสนสิริให้อัตราผลตอบแทนจากการเช่า (Yield) สูงถึง 7–9% ต่อปี สูงกว่าดอกเบี้ยธนาคารหลายเท่า ทำเลฮอตสุดอยู่ที่กรุงเทพกรีฑาและบางนา-สุวรรณภูมิ ได้อานิสงส์โรงเรียนนานาชาติและสนามบิน ดึงดูดผู้เช่าชาวต่างชาติหลากหลายสัญชาติ

นางสาวภัคพริ้ง การุญ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าปรากฏการณ์ที่น่าสนใจซึ่งเริ่มเห็นชัดเจนในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยพบว่ามีกลุ่มนักลงทุนที่ทยอยรับเงินปันผลจากการลงทุนในหุ้นเริ่มหันมาซื้ออสังหาริมทรัพย์แนวราบเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมองว่าการนำเงินปันผลมาซื้อบ้านเป็นการต่อยอดความมั่งคั่งในสินทรัพย์ที่จับต้องได้และมีความแน่นอนสูงกว่าการลงทุนในตลาดทุน

“กลุ่มนักลงทุนเหล่านี้ได้รับเงินปันผลมาแล้วนำมาซื้อสินทรัพย์ เพื่อปล่อยเช่าสร้างรายได้ต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากจะได้ทรัพย์สินมาครอบครองแล้ว ยังได้ค่าเช่าเป็นกระแสเงินสดสม่ำเสมออีกด้วย” นางสาวภัคพริ้ง กล่าว

ทั้งนี้กลุ่มนักลงทุนดังกล่าวให้ความสนใจในระดับราคาประมาณ 15–20 ล้านบาทเป็นหลัก ขณะที่โครงการที่อยู่อาศัยแนวราบของแสนสิริมีอัตราผลตอบแทนจากการเช่า (Yield) เฉลี่ยอยู่ที่ 7–9% ต่อปี ตัวอย่างเช่น หากผ่อธนาคารล้านละประมาณ 3,500 บาทต่อเดือน แต่สามารถปล่อยเช่าได้ที่ 5,000–6,000 บาทต่อเดือน ส่วนต่างดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความคุ้มค่าในเชิงการลงทุนได้อย่างชัดเจน

โดยทำเลที่มีอัตราการปล่อยเช่าสูงที่สุดได้แก่ โซนกรุงเทพกรีฑาและบางนา-สุวรรณภูมิ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากความใกล้ชิดกับโรงเรียนนานาชาติและสนามบินสุวรรณภูมิ กลุ่มผู้เช่าหลักเป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจหรือส่งบุตรหลานเรียน โดยปัจจุบันมีความหลากหลายทางสัญชาติมากขึ้น ครอบคลุมทั้งกลุ่มยุโรป เอเชีย และภูมิภาคอื่น ๆ ไม่ได้กระจุกตัวเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเหมือนในอดีต

นางสาวภัคพริ้ง ยังเปิดเผยถึงแผนธุรกิจของแสนสิริในปี 2569 ว่า บริษัทวางแผนเปิดโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบใหม่ทั้งสิ้น 17 โครงการ มูลค่ารวม 25,000 ล้านบาท ครอบคลุมทำเลทั่วกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดอีก 2 โครงการ โดยมีทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของตลาด

สำหรับช่องทางการขาย นอกจากทีมขายโดยตรงแล้ว บริษัทยังใช้เอเจนต์อสังหาริมทรัพย์เป็นช่องทางเสริม โดยเฉพาะในโซนที่มีศักยภาพด้านการปล่อยเช่าและการลงทุน ซึ่งดึงดูดให้เอเจนต์เข้ามามีส่วนร่วมในการขายมากขึ้น

นางสาวภัคพริ้ง ยังระบุด้วยว่าในส่วนของสถานการณ์ยอดขายบ้านแนวราบของแสนสิริในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ โดยยอดขายต่อเดือนเฉลี่ยที่ 2,000 ล้านบาท โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 1 ผลตอบรับจากการเปิดตัว 4 โครงการใหม่ ได้การตอบรับค่อนข้างดี โดยสามารถปิดการขายเฟสแรกได้หมดทุกโครงการ ประกอบด้วยโครงการนาราสิริ 2 โครงการ ภายใต้ นาราสิริ บรมราชชนนี และ นาราสิริ วิคตัวร์ ส่วนอีก 2 โครงการ อณาสิริ พระราม 5 - สิรินธร และ อณาสิริ ศรีนครินทร์ - แพรกษา 2 ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแนวราบยังคงได้รับความต้องการอย่างต่อเนื่อง

"บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายสำหรับปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 21,000 ล้านบาท โดยมีอัตราขายเฉลี่ยอยู่ที่ราว 2,000 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่ง ณ สิ้นไตรมาสแรก ยอดขายสะสมอยู่ที่ประมาณ 8,000 ล้านบาท ถือว่ายังเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ แม้ว่าเดือนเม.ย.อาจมีปัจจัยเรื่องวันหยุดสงกรานต์และความกังวลด้านต้นทุนที่เข้ามากระทบบ้าง แต่โดยรวมยังอยู่ในกรอบที่บริหารจัดการได้”

นางสาวภัคพริ้ง กล่าวพร้อมยอมรับว่าหากสถานการณ์ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ยืดเยื้อออกไป ต้นทุนค่าก่อสร้างมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 5–10% ซึ่งจะส่งผลต่อราคาขายในเฟสถัดไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้บริษัทได้เตรียมรับมือด้วยการบริหารจัดการสต๊อกวัสดุล่วงหน้าและอาศัยความได้เปรียบจากโรงงานผลิตพรีคาสต์ ที่ลำลูกกา เอง เพื่อรักษาต้นทุนให้อยู่ในระดับที่แข่งขันได้นานที่สุด

ขณะเดียวกันล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวโครงการเศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ บ้านเดี่ยวระดับลักซ์ชัวรีภายใต้ความร่วมทุนกับ บริษัท มิตซุย ฟุโดซัง เอเชีย ดีเวลลอปเมนท์ (ไทยแลนด์) มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท บนทำเลตอนเหนือของกรุงเทพฯ ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด

จุดเด่นอยู่ที่ดีไซน์ใหม่ สไตล์เบอร์ลิน ที่เน้นความเรียบหรู ทรงพลัง และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวครั้งแรกในย่านรามอินทรา โดยไฮไลต์สำคัญคือบ้านขนาดใหญ่พิเศษ 504 ตร.ม. บนทำเลวิวทะเลสาบ ซึ่งถือเป็นตำแหน่งที่สวยที่สุดในโครงการ เตรียมเปิดให้ในวันที่ 9-10 พ.ค.นี้

ทั้งนี้โครงการแสนสิริ จตุโชติ เป็นโครงการที่ 5 ที่แสนสิริเปิดตัวในปี 2569 และเป็นโครงการแรกของแบรนด์ในโซนนี้ ตั้งอยู่บนพื้นที่รวม 79 ไร่ มีบ้านทั้งสิ้น 156 หลัง 4 แบบ ราคาเริ่มต้นที่ 16.9 ล้านบาท สูงสุดประมาณ 30 ล้านบาท พร้อมพื้นที่ส่วนกลางขนาด 10 ไร่ ซึ่งใหญ่ที่สุดในโซนนี้ ประกอบด้วยสระว่ายน้ำ และสวนภายในโครงการ

นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรก ของแสนสิริที่นำเสนอบ้านขนาดพื้นที่ใช้สอยสูงสุดถึง 500 ตร.ม. ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในโครงการใดของบริษัท นอกจากนี้ยังใช้ดีไซน์สไตล์ “เบอร์ลิน” ซึ่งเป็นรูปแบบที่เคยประสบความสำเร็จอย่างสูงจากโครงการแสนสิริ ราชา โดยตัวบ้านออกแบบด้วยโทนสีเทาดำตัดขาว เพื่อสร้างภาพจำที่โดดเด่นให้กับโครงการ

สำหรับแผนการพัฒนา เฟสแรกจะเปิดให้ลูกค้าเข้าชมในสุดสัปดาห์นี้เป็นครั้งแรก โดยมีจำนวน 15 หลัง ซึ่งล้วนตั้งอยู่ในทำเลพรีเมียม ได้แก่ หน้าคลับเฮาส์ หน้าสวน และหน้าสระน้ำ คาดว่าโครงการทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายใน 2 ปีกว่า โดยขึ้นอยู่กับยอดขายที่จะทยอยเปิดเฟสถัดไป

ขณะที่นายสุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า โครงการในทำเลที่มีการบริหารจัดการที่ดีมักมีราคาปรับตัวสูงขึ้นไม่ต่ำกว่า 7% ต่อปี ซึ่งหมายความว่าผู้ที่ซื้อบ้านวันนี้ในราคา 15 ล้านบาท มีโอกาสขายต่อได้กำไรภายใน 2–3 ปี สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพด้านการลงทุนระยะกลางถึงยาวที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

อีกทั้งยังมีปัจจัยสนับสนุนในปัจจุบัน ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 2.5–3% มาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองจากภาครัฐ และมาตรการ LTV ที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่ในขณะนี้

“ราคาบ้านและต้นทุนก่อสร้าง ณ วันนี้คือราคาที่ดีที่สุดแล้ว อีก 3–4 เดือนข้างหน้า ทุกคนต้องยอมรับว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์ ดังนั้นผู้ที่มีความพร้อมและตั้งใจจะซื้อบ้านอยู่แล้ว จังหวะนี้คือจังหวะที่ดีที่สุด” นายสุรเชษฐ กล่าวทิ้งท้าย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แสนสิริ เผยนักลงทุนหุ้นแห่รับปันผลซื้อบ้านแนวราบลงทุน ชูผลตอบแทน 7–9%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...