โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

30 แรงงาน ร้อง ถูกหน้าม้านักต้มตุ๋นหลอกไปทำงานต่างประเทศ แต่ไม่ได้บิน

Amarin TV

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา
อย่าหลงเชื่อ! แรงงาน 30 ชีวิต บุกร้องจัดหางานเชียงราย ถูกหลอกไปทำงานอิสราเอล-โปรตุเกส สูญเงินนับแสน แต่ไม่ได้บิน พบชื่อบริษัท แค่ทำทัวร์

อย่าหลงเชื่อ! แรงงาน 30 ชีวิต บุกร้องจัดหางานเชียงราย ถูกหลอกไปทำงานอิสราเอล-โปรตุเกส สูญเงินนับแสน แต่ไม่ได้บิน พบชื่อบริษัท แค่ทำทัวร์

วันที่ 12 พ.ค.2569 ที่สำนักงานแรงงาน จ.เชียงราย ได้มีแรงงานวัยหนุ่มสาวจากหลายอำเภอใน จ.เชียงราย จำนวนประมาณ 30 คน เดินทางไปร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ว่าถูกหลอกลวงว่าจะพาไปทำงานในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศอิสราเอลและโปรตุเกส แต่กลับสูญเสียเงินไปรายละตั้งแต่ 5,000-83,000 บาท ซึ่ง น.ส.อังศุวีร์ มณีณัฐกุล นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ และนายชินกร สถิติเลิศพิภัทร์ นักวิชาการแรงงาน สำนักงานจัดหางาน จ.เชียงราย ได้เข้ารับเรื่องจากผู้ร้องทุกข์ ซึ่งส่วนใหญ่ให้การว่าได้รับการติดต่อจากชายกลุ่มชาติพันธุ์อาข่า อาศัยอยู่ ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย จำนวน 1 คน ชื่อว่านายกร อายุ 24 ปี ว่าจะพาไปทำงานที่ต่างประเทศทั้งประเทศอิสราเอลและโปรตุเกสได้

จากการสอบถามผู้เสียหายแต่ละคนให้การว่าช่วงต้นปี 2569 เป็นต้นมา ได้รับการติดต่อจากหลากหลายสถานที่ เช่น งานเลี้ยง เฟซบุ๊กจัดหางาน ญาติหรือคนรู้จัก ฯลฯ ว่านายกร สามารถพาไปทำงานต่างประเทศได้ จึงติดต่อไปยังนายกร ซึ่งรับจะประสานกับบริษัทจัดหางานให้ พร้อมแจ้งผ่านทางไลน์แนะนำวิธีการส่งเอกสารเพื่อยื่นขอวีซ่า เพื่อทำสัญญาจ้างงานในต่างประเทศเป็นเวลา 5 ปี 3 เดือน ให้ส่งหนังสือเดินทางระหว่างประเทศหรือพาสปอร์ตไปให้เพื่อทำวีซ่าด้วยค่าใช้จ่าย 9,800 บาท ค่าตรวจโรคประมาณ 4,550-4,650 บาท เงินมัดจำ 5,000 บาท ค่าใบสมัคร 25,000 บาท ฯลฯ ซึ่งแต่ละคนสูญเสียเงินไปไม่เท่ากัน แต่เมื่อถึงเวลาที่บอกว่าจะพาไปทำงานกลับเงียบหายไป และทุกคนก็ไม่ได้เดินทางไปทำงานจริงแต่อย่างใด เมื่อสอบถามไปนายกร ก็พยายามบ่ายเบี่ยงและเมื่อนานวันเข้าก็ไลน์มาขู่ผู้เสียหายว่าจะไม่คืนเงินให้ หากอยากได้เงินคืนให้ไปใช้สิทธิตามกฎหมายเอาเอง

ต่อมา น.ส.อังศุวีร์ และนายชินกร ได้ตรวจสอบเอกสารที่มีผู้นำไปร้องทุกข์พบว่า เอกชนหรือบริษัทที่นายกร อ้างว่า สามารถประสานให้ผู้เสียหายทั้งหมดไปทำงานที่ต่างประเทศไม่ได้อยู่ในบัญชีรายชื่อบริษัทที่จดทะเบียนไว้กับเจ้าหน้าที่ แต่กลับเป็นบริษัทนำเที่ยวหรืออื่นๆ จึงได้ให้เจ้าทุกข์ทุกคนได้นำเอกสารหลักฐานมาให้กับเจ้าหน้าที่ภายใน 1-2 วัน พร้อมสอบปากคำอย่างละเอียดเพื่อจะรับเป็นตัวแทนพาไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายกรตามสถานีตำรวจที่แต่ละคนประสบเหตุซึ่งส่วนใหญ่มาจาก อ.แม่ฟ้าหลวง และ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย และเป็นหนุ่มสาวกลุ่มชาติพันธุ์อาข่าเหมือนกัน

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ปัจจุบันมีบริษัทที่มีรายชื่อจัดหางานให้คนไปทำงานในต่างประเทศทั่วประเทศไทยจำนวน 114 บริษัท และในพื้นที่ จ.เชียงราย มีจำนวน 7 บริษัทซึ่งผู้จะหางานทำสามารถตรวจสอบข้อมูลในเว็ปไซต์กรมการจัดหางานหรือสอบถามที่สำนักงานจัดหางาน จ.เชียงราย ทั้งทางออนไลน์ โทรศัพท์ หรือเดินทางไปด้วยตัวเองได้โดยเจ้าหน้าที่ยินดีจะให้บริการอย่างเต็มที่ ที่สำคัญอย่าหลงเชื่อหรือไปทำงานกับเอกชนที่อยู่นอกรายชื่อเพราะมีความเสี่ยงที่จะถูกหลอกลวงได้ สำหรับคดีความที่เกี่ยวข้องในกรณีนี้คือ มาตรา 30 ประกอบ 82 ตาม พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองแรงงาน ซึ่งเป็นความผิดฐานหลอกลวงคนหางานไปทำงานต่างประเทศ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 60,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ,มาตรา 62 ประกอบ 88 เกี่ยวกับการโฆษณาชวนเชื่อมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไมเกิน 60,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ,มาตรา 91 หลอกลวงคนไปทำงานต่างประเทศต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 60,000 - 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...