โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ด้านมืดของ Cesar Chavez นักเคลื่อนไหวคนสำคัญ ผู้ก่อตั้งสหภาพแรงงาน และเป็นฮีโร่ของคนฮิสแปนิกนับล้าน ที่กลายเป็นนัก Grooming และล่วงละเมิดเด็กสาวเสียเอง

Mirror Thailand

อัพเดต 02 เม.ย. เวลา 07.16 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. เวลา 07.16 น.
ภาพไฮไลต์

*บทความนี้กล่าวถึงการล่วงละเมิดทางเพศ

ปกติแล้ววันที่ 31 มีนาคมของทุกปี ถือเป็นวันหยุดราชการสำคัญวันหนึ่งของรัฐแคลิฟอร์เนียและชาวละติน-อเมริกันในอเมริกา เพราะมันคือ Cesar Chavez Day วันที่ตั้งขึ้นเพื่อสดุดีวีรกรรมการต่อสู้ของ Cesar Chavez อดีตแรงงานเชื้อสายเม็กซิกันผู้กลายมาเป็นนักเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิมนุษยชนคนสำคัญในประวัติศาสตร์

แต่สำหรับปีนี้ การสดุดีฮีโร่ผู้ล่วงลับและปัจจุบันก็ยังเป็นความหวังของคนเชื้อสายฮิสเเปนิกนับล้าน กลับต้องถูกยกเลิกไป เพราะการเปิดเผยความจริงครั้งใหญ่ที่อาจทำให้เขาไม่ได้เป็น ‘วีรบุรุษตัวจริงเสียงจริง’ อีกต่อไปแล้ว

เมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา The New York Times ได้เปิดเผยข้อมูลถึงพฤติกรรมลวนลามและล่วงละเมิดทางเพศผู้หญิงและเด็กผู้หญิงซึ่งมีจำนวนอย่างน้อยๆ 60 คน ตลอดเวลาที่ Cesar Chavez มีชีวิตอยู่

ในจำนวนนั้นคือ Ana Murguia และเพื่อนของเธอ Debra Rojas ซึ่งปัจจุบันทั้งคู่อยู่ในวัย 66 ได้เปิดเผยว่าถูก Cesar Chavez ล่วงละเมิดอยู่นานหลายปีตั้งแต่ตอนที่พวกเธอยังเป็นเด็ก ระหว่างปี 1972 จนถึงปี 1977 ที่พวกเธอโตเป็นสาว เวลานั้น Chavez วัย 40 กำลังก้าวขึ้นสู่อำนาจ ในฐานะอดีตแรงงานชาวเม็กซิกัน-อเมริกัน ผู้กลายมาเป็นนักเรียกร้องสิทธิมนุษยชนบุคลิกน่าเลื่อมใส เต็มไปด้วยอุดมการณ์ และเป็นผู้บุกเบิกความเท่าเทียมด้านต่างๆ ทั้งค่าจ้าง ไปจนถึงคุณภาพชีวิตและการเข้าถึงสวัสดิการสุขภาพให้กับแรงงาน โดยเขาเป็นหนึ่งในร่วมก่อตั้งสหภาพแรงงานเกษตรกรรมเมื่อปี 1960s และหลังการเสียชีวิตในปี 1993 เขาก็ยังได้รับเหรียญแห่งอิสรภาพของประธานาธิบดี ซึ่งถือเป็นเกียรติยศสูงสุดสำหรับพลเรือนของสหรัฐฯ

ทั้ง Ana Murguia และ Debra Rojas เป็นลูกสาวของสมาชิกคนสำคัญในกลุ่มสหภาพฯ ผู้อยู่เคียงข้างและมีสายสัมพันธ์เหมือนกับญาติพี่น้องของ Chavez มายาวนาน เขารู้จัก Ana ตั้งเเต่เธอ 8 ขวบ เธอไว้ใจเขามาก รู้สึกเหมือนเขาเป็นผู้ใหญ่คนเดียวที่รับฟังและเมตตาเธอจริงๆ ยิ่งกว่าพ่อของเธอเสียอีก จนกระทั่งตอนที่เธออายุ 13 เขาชวนเธอเข้าห้องทำงานส่วนตัวในแคลิฟอร์เนีย แล้วก็ล่วงละเมิดเธอครั้งแรก และต่อจากนั้นอีกหลายครั้ง

ส่วนเพื่อนของเธอ Debra Rojas ขณะที่เข้าร่วมกลุ่มอาสาสมัครของสหภาพฯ ก็มีอายุเพียงแค่ 12 และตอนนั้นเองที่เธอถูก Chavez ลวนลามครั้งแรก ต่อเนื่องมาจนถึงตอนเธออายุ 15 ปี เขาก็ข่มขืนเธอ ระหว่างช่วงการเดินขบวนเรียกร้อง ผลกระทบนี้ทำให้ Rojas กลายเป็นติดเหล้าอย่างหนัก และป่วยด้วยโรคแพนิคหลังจากนั้น

“ฉันรู้สึเหมือนกับเขาเป็นเงาดำที่ตามติดชีวิตฉันตลอดเวลา และฉันอยากให้มันหยุดเสียที” Debra Rojas เล่าถึงความเจ็บปวดในวันนั้น

ตลอดเวลาที่ผ่านมา พวกเธอโทษตัวเองในสิ่งที่ทำลงไป สิ่งที่พวกเธอรู้สึกเหมือนกันคือไม่รู้ว่านั่นคือไม่รู้ดวยซ้ำว่านั่นเรียกว่าการ ‘Grooming’ มันเป็นแค่ความรู้สึก ‘หลงใหล’ เหมือนถูกเขาสะกดจิตอย่างไรอย่างนั้นมากกว่า

การล่วงละเมิดที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงเหล่านี้ มักเกิดขึ้นแบบที่พวกเธอบอกว่า ‘โดยไม่ได้บังคับ’ หรือ ‘ใช้ความรุนแรง’ เขาเพียงแค่พูดว่า “เธอคือคนที่ถูกเลือก” พร้อมกำชับไม่ให้เธอพูดเรื่องนี้กับเด็กสาวคนอื่นๆ ที่เป็นอาสาสมัครในกลุ่มสหภาพฯ เพราะคนอื่นอาจจะอิจฉาในความสัมพันธ์ ‘พิเศษ’ ลึกซึ้งที่เขามีให้เธอได้

ความสามารถของเขาคือการทำให้พวกเธอเชื่อจริงๆ ว่าเป็นคนพิเศษ ด้วยการให้โอกาสพวกเธอได้ยืนในตำแหน่งสำคัญ เคียงข้างเขาในแต่ละครั้งของการเดินขบวนเรียกร้องสิทธิ รวมถึงในงานสำคัญๆ อื่นๆ ด้วย

พ่อแม่ และครอบครัวของพวกเธอเองก็รักและเชิดชูเขาราวกับพระเจ้า จึงยากที่จะปริปากบอกเรื่องที่เกิดขึ้น แถมยังยินดีให้พวกเธอเข้าร่วมขบวนการด้วยอย่างไม่เคยมีข้อกังขาถึงพฤติกรรมอันเลวร้ายของเขาเลยแม้แต่น้อย

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อกล่าวหาทั้งหมดจากผู้หญิงอีกหลายคนที่ตกเป็นเหยื่อของ Cesar Chavez ตลอดอายุขัยของขา ซึ่งเขามักจะใช้ความไว้เนื้อเชื่อใจและความศรัทธาของเด็กสาวผู้มีอุดมการณ์ เชื่อมั่นในตัวเขาเหล่านี้ แสวงหาประโยชน์ทางเพศกับพวกเธอในทางใดทางหนึ่งเสมอ โดยที่รู้ว่าพวกเธอจะไม่กล้าปริปากบอกใครอย่างแน่นอน ด้วยอำนาจและอิทธิพลของเขาที่แผ่ไปจนถึงวงการเมือง รวมถึงปัจจัยอย่างระบบชายเป็นใหญ่ช่วงยุค 1960s โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัฒนธรรมของชาวละตินที่ผู้ชายมักมีอำนาจเหนือกว่าผู้หญิงทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการปกครอบในครอบครัวหรือที่ทำงาน ยิ่งทำให้พวกเธอต้องเงียบ

และถึงพูดไปก็คงไม่มีใครเชื่อ เพราะในเวลานั้น Chavez เป็นเหมือนศูนย์รวมใจของแรงงานหลายล้านคน ซึ่งการเปิดปากพูดถึงพฤติกรรมเลวร้ายของเขา อาจส่งผลต่อความศรัทธานับถือของผู้คนได้ จนเหยื่อหลายคนไม่เคยพูดถึงความเจ็บปวดนี้เลยนานเป็นสิบๆ ปี จนกระทั่งวันนี้ที่เรื่องถูกเปิด

“น่าเสียดายที่เขาใช้ความเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ คุกคามผู้หญิง มันเป็นอะไรที่เลวร้ายมาก” Dolores Huerta หนึ่งในผู้หญิงที่ร่วมก่อตั้งสหภาพฯ เคียงข้าง Chavez ซึ่งขณะนี้อยู่วัย 96 มองย้อนกลับไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ชะตากรรมของเธอเองไม่ต่างจากหญิงสาวคนอื่นๆ ตอนที่ Cesar Chavez เฝ้าบอกว่ารักเธอจริงจัง และบอกเธอว่าวันหนึ่งเขาจะพาเธอไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่เม็กซิโก “ตอนนั้นฉันรักเขานะ ถือว่าที่เขา Grooming ฉันมันประสบความสำเร็จมากๆ เขาควรได้ออสการ์เลย”

“ฉันเก็บงำความลับนี้มานานพอแล้ว ความเงียบของฉันสมควรจบลงตรงนี้”

30 ปีให้หลังจากการจากไปของ Cesar Chavez วีรกรรมความยิ่งใหญ่ของเขายังคงถูกพูดถึงและสรรญเสิญในสังคมชาวละติน-อเมริกันมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลสหรัฐฯ มีนโยบายกวาดล้างผู้อพยพอย่างไร้มนุษยชนและไม่เป็นธรรมเช่นเวลานี้ เหยื่อทั้ง 3 คน อย่าง Murguia, Rojas และ Huerta ต่างถูกชุมชนฮิสแปนิกขอร้องให้ปิดปากเงียบต่อไปซะ เพราะการพูดของพวกเธออาจทำให้สถานการณ์ของผู้อพยพยิ่งเลวร้ายลง เมื่อรู้ว่า ‘ฮีโร่’ ที่พวกเขาศรัทธา กลายมาเป็น ‘ผู้ร้าย’ ที่คุกคามและละเมิดมนุษยชนเสียเอง

แต่ทั้ง 3 คนกลับยืนยันว่า เรื่องราวของพวกเธอก็มีส่วนสำคัญในตำนานความยิ่งใหญ่ของ Chavez ซึ่งควรจะถูก ‘จารึก’ ไว้ด้วยเหมือนกัน

“มันทำให้คุณต้องกลับมาทบทวนประวัติศาสตร์ของพวก ‘วีรบุรุษ’ อีกครั้งหนึ่ง”

อ้างอิง

https://www.nytimes.com/2026/03/18/us/cesar-chavez-sexual-abuse-allegations-ufw.html

บทความต้นฉบับได้ที่ : ด้านมืดของ Cesar Chavez นักเคลื่อนไหวคนสำคัญ ผู้ก่อตั้งสหภาพแรงงาน และเป็นฮีโร่ของคนฮิสแปนิกนับล้าน ที่กลายเป็นนัก Grooming และล่วงละเมิดเด็กสาวเสียเอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...