ด้านมืดของ Cesar Chavez นักเคลื่อนไหวคนสำคัญ ผู้ก่อตั้งสหภาพแรงงาน และเป็นฮีโร่ของคนฮิสแปนิกนับล้าน ที่กลายเป็นนัก Grooming และล่วงละเมิดเด็กสาวเสียเอง
*บทความนี้กล่าวถึงการล่วงละเมิดทางเพศ
ปกติแล้ววันที่ 31 มีนาคมของทุกปี ถือเป็นวันหยุดราชการสำคัญวันหนึ่งของรัฐแคลิฟอร์เนียและชาวละติน-อเมริกันในอเมริกา เพราะมันคือ Cesar Chavez Day วันที่ตั้งขึ้นเพื่อสดุดีวีรกรรมการต่อสู้ของ Cesar Chavez อดีตแรงงานเชื้อสายเม็กซิกันผู้กลายมาเป็นนักเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิมนุษยชนคนสำคัญในประวัติศาสตร์
แต่สำหรับปีนี้ การสดุดีฮีโร่ผู้ล่วงลับและปัจจุบันก็ยังเป็นความหวังของคนเชื้อสายฮิสเเปนิกนับล้าน กลับต้องถูกยกเลิกไป เพราะการเปิดเผยความจริงครั้งใหญ่ที่อาจทำให้เขาไม่ได้เป็น ‘วีรบุรุษตัวจริงเสียงจริง’ อีกต่อไปแล้ว
เมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา The New York Times ได้เปิดเผยข้อมูลถึงพฤติกรรมลวนลามและล่วงละเมิดทางเพศผู้หญิงและเด็กผู้หญิงซึ่งมีจำนวนอย่างน้อยๆ 60 คน ตลอดเวลาที่ Cesar Chavez มีชีวิตอยู่
ในจำนวนนั้นคือ Ana Murguia และเพื่อนของเธอ Debra Rojas ซึ่งปัจจุบันทั้งคู่อยู่ในวัย 66 ได้เปิดเผยว่าถูก Cesar Chavez ล่วงละเมิดอยู่นานหลายปีตั้งแต่ตอนที่พวกเธอยังเป็นเด็ก ระหว่างปี 1972 จนถึงปี 1977 ที่พวกเธอโตเป็นสาว เวลานั้น Chavez วัย 40 กำลังก้าวขึ้นสู่อำนาจ ในฐานะอดีตแรงงานชาวเม็กซิกัน-อเมริกัน ผู้กลายมาเป็นนักเรียกร้องสิทธิมนุษยชนบุคลิกน่าเลื่อมใส เต็มไปด้วยอุดมการณ์ และเป็นผู้บุกเบิกความเท่าเทียมด้านต่างๆ ทั้งค่าจ้าง ไปจนถึงคุณภาพชีวิตและการเข้าถึงสวัสดิการสุขภาพให้กับแรงงาน โดยเขาเป็นหนึ่งในร่วมก่อตั้งสหภาพแรงงานเกษตรกรรมเมื่อปี 1960s และหลังการเสียชีวิตในปี 1993 เขาก็ยังได้รับเหรียญแห่งอิสรภาพของประธานาธิบดี ซึ่งถือเป็นเกียรติยศสูงสุดสำหรับพลเรือนของสหรัฐฯ
ทั้ง Ana Murguia และ Debra Rojas เป็นลูกสาวของสมาชิกคนสำคัญในกลุ่มสหภาพฯ ผู้อยู่เคียงข้างและมีสายสัมพันธ์เหมือนกับญาติพี่น้องของ Chavez มายาวนาน เขารู้จัก Ana ตั้งเเต่เธอ 8 ขวบ เธอไว้ใจเขามาก รู้สึกเหมือนเขาเป็นผู้ใหญ่คนเดียวที่รับฟังและเมตตาเธอจริงๆ ยิ่งกว่าพ่อของเธอเสียอีก จนกระทั่งตอนที่เธออายุ 13 เขาชวนเธอเข้าห้องทำงานส่วนตัวในแคลิฟอร์เนีย แล้วก็ล่วงละเมิดเธอครั้งแรก และต่อจากนั้นอีกหลายครั้ง
ส่วนเพื่อนของเธอ Debra Rojas ขณะที่เข้าร่วมกลุ่มอาสาสมัครของสหภาพฯ ก็มีอายุเพียงแค่ 12 และตอนนั้นเองที่เธอถูก Chavez ลวนลามครั้งแรก ต่อเนื่องมาจนถึงตอนเธออายุ 15 ปี เขาก็ข่มขืนเธอ ระหว่างช่วงการเดินขบวนเรียกร้อง ผลกระทบนี้ทำให้ Rojas กลายเป็นติดเหล้าอย่างหนัก และป่วยด้วยโรคแพนิคหลังจากนั้น
“ฉันรู้สึเหมือนกับเขาเป็นเงาดำที่ตามติดชีวิตฉันตลอดเวลา และฉันอยากให้มันหยุดเสียที” Debra Rojas เล่าถึงความเจ็บปวดในวันนั้น
ตลอดเวลาที่ผ่านมา พวกเธอโทษตัวเองในสิ่งที่ทำลงไป สิ่งที่พวกเธอรู้สึกเหมือนกันคือไม่รู้ว่านั่นคือไม่รู้ดวยซ้ำว่านั่นเรียกว่าการ ‘Grooming’ มันเป็นแค่ความรู้สึก ‘หลงใหล’ เหมือนถูกเขาสะกดจิตอย่างไรอย่างนั้นมากกว่า
การล่วงละเมิดที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงเหล่านี้ มักเกิดขึ้นแบบที่พวกเธอบอกว่า ‘โดยไม่ได้บังคับ’ หรือ ‘ใช้ความรุนแรง’ เขาเพียงแค่พูดว่า “เธอคือคนที่ถูกเลือก” พร้อมกำชับไม่ให้เธอพูดเรื่องนี้กับเด็กสาวคนอื่นๆ ที่เป็นอาสาสมัครในกลุ่มสหภาพฯ เพราะคนอื่นอาจจะอิจฉาในความสัมพันธ์ ‘พิเศษ’ ลึกซึ้งที่เขามีให้เธอได้
ความสามารถของเขาคือการทำให้พวกเธอเชื่อจริงๆ ว่าเป็นคนพิเศษ ด้วยการให้โอกาสพวกเธอได้ยืนในตำแหน่งสำคัญ เคียงข้างเขาในแต่ละครั้งของการเดินขบวนเรียกร้องสิทธิ รวมถึงในงานสำคัญๆ อื่นๆ ด้วย
พ่อแม่ และครอบครัวของพวกเธอเองก็รักและเชิดชูเขาราวกับพระเจ้า จึงยากที่จะปริปากบอกเรื่องที่เกิดขึ้น แถมยังยินดีให้พวกเธอเข้าร่วมขบวนการด้วยอย่างไม่เคยมีข้อกังขาถึงพฤติกรรมอันเลวร้ายของเขาเลยแม้แต่น้อย
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อกล่าวหาทั้งหมดจากผู้หญิงอีกหลายคนที่ตกเป็นเหยื่อของ Cesar Chavez ตลอดอายุขัยของขา ซึ่งเขามักจะใช้ความไว้เนื้อเชื่อใจและความศรัทธาของเด็กสาวผู้มีอุดมการณ์ เชื่อมั่นในตัวเขาเหล่านี้ แสวงหาประโยชน์ทางเพศกับพวกเธอในทางใดทางหนึ่งเสมอ โดยที่รู้ว่าพวกเธอจะไม่กล้าปริปากบอกใครอย่างแน่นอน ด้วยอำนาจและอิทธิพลของเขาที่แผ่ไปจนถึงวงการเมือง รวมถึงปัจจัยอย่างระบบชายเป็นใหญ่ช่วงยุค 1960s โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัฒนธรรมของชาวละตินที่ผู้ชายมักมีอำนาจเหนือกว่าผู้หญิงทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการปกครอบในครอบครัวหรือที่ทำงาน ยิ่งทำให้พวกเธอต้องเงียบ
และถึงพูดไปก็คงไม่มีใครเชื่อ เพราะในเวลานั้น Chavez เป็นเหมือนศูนย์รวมใจของแรงงานหลายล้านคน ซึ่งการเปิดปากพูดถึงพฤติกรรมเลวร้ายของเขา อาจส่งผลต่อความศรัทธานับถือของผู้คนได้ จนเหยื่อหลายคนไม่เคยพูดถึงความเจ็บปวดนี้เลยนานเป็นสิบๆ ปี จนกระทั่งวันนี้ที่เรื่องถูกเปิด
“น่าเสียดายที่เขาใช้ความเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ คุกคามผู้หญิง มันเป็นอะไรที่เลวร้ายมาก” Dolores Huerta หนึ่งในผู้หญิงที่ร่วมก่อตั้งสหภาพฯ เคียงข้าง Chavez ซึ่งขณะนี้อยู่วัย 96 มองย้อนกลับไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ชะตากรรมของเธอเองไม่ต่างจากหญิงสาวคนอื่นๆ ตอนที่ Cesar Chavez เฝ้าบอกว่ารักเธอจริงจัง และบอกเธอว่าวันหนึ่งเขาจะพาเธอไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่เม็กซิโก “ตอนนั้นฉันรักเขานะ ถือว่าที่เขา Grooming ฉันมันประสบความสำเร็จมากๆ เขาควรได้ออสการ์เลย”
“ฉันเก็บงำความลับนี้มานานพอแล้ว ความเงียบของฉันสมควรจบลงตรงนี้”
30 ปีให้หลังจากการจากไปของ Cesar Chavez วีรกรรมความยิ่งใหญ่ของเขายังคงถูกพูดถึงและสรรญเสิญในสังคมชาวละติน-อเมริกันมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลสหรัฐฯ มีนโยบายกวาดล้างผู้อพยพอย่างไร้มนุษยชนและไม่เป็นธรรมเช่นเวลานี้ เหยื่อทั้ง 3 คน อย่าง Murguia, Rojas และ Huerta ต่างถูกชุมชนฮิสแปนิกขอร้องให้ปิดปากเงียบต่อไปซะ เพราะการพูดของพวกเธออาจทำให้สถานการณ์ของผู้อพยพยิ่งเลวร้ายลง เมื่อรู้ว่า ‘ฮีโร่’ ที่พวกเขาศรัทธา กลายมาเป็น ‘ผู้ร้าย’ ที่คุกคามและละเมิดมนุษยชนเสียเอง
แต่ทั้ง 3 คนกลับยืนยันว่า เรื่องราวของพวกเธอก็มีส่วนสำคัญในตำนานความยิ่งใหญ่ของ Chavez ซึ่งควรจะถูก ‘จารึก’ ไว้ด้วยเหมือนกัน
“มันทำให้คุณต้องกลับมาทบทวนประวัติศาสตร์ของพวก ‘วีรบุรุษ’ อีกครั้งหนึ่ง”
อ้างอิง
https://www.nytimes.com/2026/03/18/us/cesar-chavez-sexual-abuse-allegations-ufw.html
บทความต้นฉบับได้ที่ : ด้านมืดของ Cesar Chavez นักเคลื่อนไหวคนสำคัญ ผู้ก่อตั้งสหภาพแรงงาน และเป็นฮีโร่ของคนฮิสแปนิกนับล้าน ที่กลายเป็นนัก Grooming และล่วงละเมิดเด็กสาวเสียเอง
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ภาพสะท้อนความเป็นชายที่เปราะบางและเป็นพิษ กรณีนายยศกร ที่ทักไปจีบ ‘น้องทับทิม’ แต่เธอไม่สนใจจึงหันไปใช้เรื่องความพิการมาจี้จุดให้เธอเจ็บปวด
- รู้สึกแย่กับตัวเองจัง วันนั้นไม่น่าเล่า ‘เรื่องนั้น’ ให้เขาฟังเลย ‘Vulnerability Hangover’ อารมณ์ถาโถมที่ก่อตัวหลังแชร์ความรู้สึกหรือเรื่องส่วนตัวกับใครสักคน ซึ่งตามมาด้วยความรู้สึกผิดกับตัวเอง สับสนว่าเราพูด ‘มากไป’ ไหม และลึกๆ ก็กลัวอีกฝ่ายจะมองเราเปลี่ยน หรือไม่เข้าใจบาดแผล เรื่องราว ความอ่อนไหว และตัวตนของเรา
- Little Miss Sunshine 2 ทศวรรษ ของหนังชวนหัวเราะทั้งน้ำตาที่บอกเราว่า ‘มันไม่เป็นหรอก ที่จะผุพังและพ่ายแพ้’
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com