โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ทรัมป์“ จวกสหรัฐโง่ ให้สัญชาติอัตโนมัติแก่ผู้เกิดในประเทศ หลังเข้าฟังศาลฎีกาคดี Birthright Citizenship”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 เม.ย. เวลา 07.55 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. เวลา 00.51 น.

ทรัมป์ วิจารณ์สหรัฐว่าเป็นประเทศเดียวในโลกที่โง่พอจะให้สัญชาติอัตโนมัติแก่เด็กที่เกิดในประเทศ หลังเข้าฟังการพิจารณาคดีสำคัญในศาลฎีกาเกี่ยวกับคำสั่งฝ่ายบริหารของเขาที่ต้องการยกเลิกสิทธิพลเมืองโดยกำเนิด

วันที่ 2 เมษายน 2569 เวลา 00.45 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ศาลฎีกาสหรัฐรับฟังการไต่สวนด้วยวาจาเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ในคดีที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีเป้าหมายเปลี่ยนแปลงหลักการสำคัญตามรัฐธรรมนูญที่รับรองสิทธิการเป็นพลเมืองสหรัฐโดยกำเนิดสำหรับผู้ที่เกิดในสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าพ่อแม่จะมีสถานะการเข้าเมืองอย่างไร โดยคดีนี้มีชื่อว่า Trump v. Barbara และถือเป็นครั้งแรกที่ประธานาธิบดีที่ยังดำรงตำแหน่งเข้าร่วมฟังการพิจารณาคดีของศาลฎีกาด้วยตนเอง

ทรัมป์นั่งฟังการนำเสนอของอัยการสูงสุดฝ่ายรัฐบาล D. John Sauer ซึ่งปกป้องคำสั่งฝ่ายบริหารดังกล่าวนานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนจะออกจากห้องพิจารณาไม่นานหลังจากทนายของ American Civil Liberties Union (ACLU) ขึ้นแถลงคัดค้านคำสั่งของเขา โดยหลังออกจากศาล ทรัมป์โพสต์ใน Truth Social ว่า “เราเป็นประเทศเดียวในโลกที่โง่พอที่จะให้สัญชาติแก่เด็กที่เกิดในประเทศโดยอัตโนมัติ”

คำสั่งฝ่ายบริหารของทรัมป์ ซึ่งลงนามในวันแรกที่กลับเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2568 ระบุว่า หลังจากคำสั่งมีผลบังคับใช้ 30 วัน เด็กที่เกิดในสหรัฐจะไม่ได้รับเอกสารรับรองสัญชาติ หากพ่อแม่เป็นผู้อพยพผิดกฎหมายหรือเป็นแรงงานที่ไม่มีเอกสาร โดยหากคำสั่งดังกล่าวได้รับการรับรอง จะส่งผลให้เด็กหลายหมื่นคนที่เกิดในสหรัฐทุกเดือนจากครอบครัวผู้อพยพผิดกฎหมายหรือผู้ที่เดินทางเข้าประเทศชั่วคราว ไม่ได้รับสัญชาติสหรัฐ

ฝ่ายรัฐบาลให้เหตุผลต่อศาลว่า การให้สัญชาติอัตโนมัติแก่ผู้ที่เกิดในสหรัฐลดคุณค่าอันล้ำค่าของการเป็นพลเมืองสหรัฐและยังเป็นแรงจูงใจให้เกิดการอพยพผิดกฎหมาย รวมถึงทำให้เกิดอุตสาหกรรม “birth tourism” หรือการเดินทางมาคลอดลูกในสหรัฐเพื่อให้ลูกได้สัญชาติ โดยระบุว่าในยุคปัจจุบัน ผู้คนกว่า 8 พันล้านคนสามารถบินมาสหรัฐเพื่อให้ลูกได้สัญชาติได้เพียงเที่ยวบินเดียว

อย่างไรก็ตาม ประธานศาลฎีกา John Roberts ตั้งคำถามต่อฝ่ายรัฐบาลเกี่ยวกับการตีความคำว่า “subject to the jurisdiction thereof” ในรัฐธรรมนูญ โดยฝ่ายรัฐบาลพยายามตีความว่า ลูกของผู้อพยพผิดกฎหมายไม่อยู่ภายใต้อำนาจของสหรัฐ แต่ Roberts ระบุว่าตัวอย่างที่รัฐบาลยกมา เช่น ลูกของนักการทูต ลูกของศัตรูในช่วงสงคราม หรือเด็กที่เกิดบนเรือรบ เป็นเพียงกลุ่มเล็ก ๆ และยากที่จะขยายการตีความไปยังผู้อพยพผิดกฎหมายทั้งหมด

ด้าน Cecillia Wang ทนายของ ACLU ซึ่งตัวเธอเองได้รับสัญชาติสหรัฐจากการเกิดในสหรัฐ โดยพ่อแม่เป็นนักเรียนจากไต้หวัน ให้เหตุผลคัดค้านคำสั่งของทรัมป์ โดยระบุว่า หลักการให้สัญชาติแก่ผู้ที่เกิดในสหรัฐถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 14 เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลใดสามารถเพิกถอนสิทธิพลเมืองได้ง่าย ๆ โดยเธออ้างถึงคดีสำคัญในปี 1898 ของ Wong Kim Ark ซึ่งศาลฎีกาตัดสินยืนยันหลักการสัญชาติโดยกำเนิด

ตลอดเวลากว่า 150 ปีที่ผ่านมา การตีความรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 14 ของสหรัฐ ถือว่าผู้ที่เกิดในสหรัฐจะได้รับสัญชาติอัตโนมัติ ไม่ว่าพ่อแม่จะมีสถานะทางกฎหมายอย่างไร โดยบทบัญญัติดังกล่าวระบุว่า “บุคคลทุกคนที่เกิดหรือได้รับสัญชาติในสหรัฐ และอยู่ภายใต้อำนาจของสหรัฐ ถือเป็นพลเมืองของสหรัฐ”

ก่อนหน้านี้ ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางหลายแห่งได้ตัดสินว่าคำสั่งของทรัมป์ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลาง 2 แห่ง ก็มีคำสั่งระงับไม่ให้คำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ ทำให้ประเด็นนี้ต้องถูกนำมาตัดสินโดยศาลฎีกาสหรัฐในที่สุด

อ้างอิง : cnbc.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...