หนีน้ำมันแพง ปชช. แห่ขึ้นขนส่งสาธารณะกลับบ้านในช่วงสงกรานต์
วันนี้ (14 เม.ย. 69) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม (ศปภ.คค.) กระทรวงคมนาคม ได้รายงานสรุปข้อมูลการเดินทางบนโครงข่ายคมนาคมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10 – 13 เม.ย. 2569 สะสม 4 วัน (ข้อมูล ณ วันที่ 14 เม.ย. 2569 เวลา 08.00 น.) พบว่า ระบบขนส่งสาธารณะสามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอ โดยมีการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะรวม 10,326,204 คน เพิ่มขึ้น 1.61% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (11 – 14 เม.ย. 2568)
ทั้งนี้ ระบบรางมีสัดส่วนการใช้บริการสูงสุด คิดเป็น 45.13% ขณะที่ผู้ใช้บริการสูงสุดในแต่ละภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง (ทางอากาศขาออก) 202,912 คน ภาคใต้ (ทางราง) 127,098 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ทางถนน) 145,390 คน ภาคเหนือ (ทางถนน) 78,414 คน และภาคตะวันออก (ทางถนน) 80,095 คน ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศรวม 957,984 คน สำหรับการจราจรเข้า – ออกกรุงเทพฯ บนทางหลวงสายหลัก 12 เส้นทาง มีปริมาณ 3,929,088 คัน ลดลง 1.95% และการเดินทางภายในกรุงเทพฯ บนทางพิเศษของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีปริมาณ 5,037,814 คัน ลดลง 6.12%
สำหรับสถิติอุบัติเหตุบนโครงข่ายของกระทรวงคมนาคมสะสม 4 วัน พบว่า โครงข่ายทางบกเกิดอุบัติเหตุรวม 697 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 661 คน เสียชีวิต 109 คน สาเหตุหลักเกิดจากการขับรถเร็วเกินกำหนด 442 ครั้ง คิดเป็น 63% ยานพาหนะที่เกิดเหตุสูงสุดคือ รถพิกอัปบรรทุก 4 ล้อ 378 คัน ลักษณะพื้นที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นทางตรงไม่มีความลาดชัน 504 ครั้ง คิดเป็น 72% จังหวัดเลยมีผู้เสียชีวิตสูงสุด 6 คน ขณะที่กรุงเทพฯ เกิดอุบัติเหตุสูงสุด 35 ครั้ง ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาพบว่า อุบัติเหตุลดลง 29% ผู้เสียชีวิตลดลงร้อยละ 4 และผู้บาดเจ็บลดลงร้อยละ 30 ส่วนระบบขนส่งรถโดยสารสาธารณะเกิดอุบัติเหตุ 3 ครั้ง ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิต ขณะที่โครงข่ายทางราง ทางน้ำ และทางอากาศไม่มีรายงานอุบัติเหตุ
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า คาดการณ์ว่าประชาชนจะทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (15 เม.ย. 2569) จึงได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมยังคงคุมเข้มการขับเคลื่อนแผนการอำนวยความสะดวกและปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10 – 19 เม.ย. 2569 เพื่อเตรียมพร้อมระบบขนส่งสาธารณะให้ประชาชนเดินทางกลับได้อย่างอุ่นใจ ในระบบคมนาคมขนส่ง 4 มิติ ทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ โดยต้องไม่มีผู้โดยสารตกค้าง ไม่มีการโก่งราคา ทั้งนี้ ได้กำชับให้หน่วยงานยังคงร่วมบูรณาการกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการเดินทางของพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เตรียมความพร้อมรองรับผู้โดยสารเดินทางกลับในช่วงท้ายของวันหยุดเทศกาล โดยวานนี้ (13 เม.ย. 2569) ได้เสริมขบวนรถด่วนพิเศษที่ 6 สถานีเชียงใหม่ – กรุงเทพอภิวัฒน์ และขบวนรถด่วนพิเศษที่ 974 สถานียะลา – กรุงเทพอภิวัฒน์ 2 ขบวน และในวันที่ 14 15 และ 17 เม.ย. 2569 ในเส้นทางสายเหนือ สายอีสานและสายใต้ อีกวันละ 1 ขบวน และยังคงดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะบริเวณจุดตัดทางรถไฟทั่วประเทศ พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่เฝ้าระวังจุดเสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุ สำหรับกรมการขนส่งทางราง มีการเฝ้าระวังในจุดเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาระดับความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานและการเดินรถตลอดช่วงเทศกาล โดยขอความร่วมมือผู้ใช้บริการปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกของผู้โดยสารโดยรวม
ด้านกรมเจ้าท่ามีการเฝ้าระวังความปลอดภัยในพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านระบบกล้อง CCTV ครอบคลุมท่าเรือต่าง ๆ รวมถึงคลองแสนแสบ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประจำท่าเรือเพื่ออำนวยความสะดวก และประชาสัมพันธ์ข้อมูลเส้นทางการเดินเรือแก่ประชาชน อีกทั้งกำชับผู้ควบคุมเรือให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง และใช้ความเร็วตามข้อกำหนด สำหรับเจ้าท่าภูมิภาคที่ 1 – 7 ได้จัดตั้งจุดอำนวยความสะดวกและจัดเจ้าหน้าที่ดูแลนักท่องเที่ยวตามท่าเรือต่าง ๆ พร้อมเน้นย้ำผู้ประกอบการและผู้ควบคุมเรือให้ตรวจสอบความพร้อมของเรือ ท่าเรือ คนประจำเรือ และอุปกรณ์ช่วยชีวิตก่อนออกเดินเรือทุกครั้ง ไม่ดื่มแอลกอฮอล์หรือสิ่งสารเสพติดขณะขับเรือ ผู้ควบคุมเรือต้องตรวจคัดกรองแอลกอฮอล์และสิ่งเสพติดก่อนออกเรือทุกครั้ง ให้เป็นไปตามมาตรการความปลอดภัยที่กำหนด ตลอดจนติดตามประกาศจากกรมเจ้าท่า และติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ กรมทางหลวงชนบทได้แนะนำ 4 เส้นทางเลี่ยงขากลับเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนได้ใช้สัญจร 4 เส้นทาง ดังนี้
1. เส้นทางเลี่ยงการจราจรตัวเมืองสระบุรี ใช้ทางเลี่ยง ทล.1 (ถนนพหลโยธิน) เลี้ยวขวาเข้าสู่ ทล.362 (ถนนเลี่ยงเมืองสระบุรี) เดินทางต่อจนถึงคลองชลประทาน เลี้ยวขวาเข้าสู่ สบ.3021 เดินทางต่อไปจากนั้นเลี้ยวขวาเข้าสู่ ทล.33 (แยกร่องแซง) เดินทางต่ออีกจนถึงทางเข้า M6 ด่านหินกอง เพื่อมุ่งหน้ากรุงเทพฯ
2. เส้นทางเลี่ยงการจราจร ทล.24 ช่วงประโคนชัย – นางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เริ่มจาก ทล.24 แยกประโคนชัย เลี้ยวขวาเข้าสู่ ทล.2445 แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ บร.4054 เดินทางต่อไปจะบรรจบกับ บร.5053 จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ บร.4013 และเลี้ยวขวาเข้าสู่ ทล.224 เดินทางต่อจนถึงตัวเมืองละหานทราย และเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ทล.2120 ไปบรรจบกับอำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเดินทางเข้าสู่ช่องตะโก – ภาคตะวันออกต่อไป
3. เส้นทางเลี่ยงการจราจร ทล.323 (ถนนแสงชูโต) ช่วงท่าม่วง – ท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี เริ่มจากอำเภอท่าม่วง ทล.323 (ถนนแสงชูโต) เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ทล.3084 เดินทางต่อไป เลี้ยวขวาเข้าสู่ กจ.4097 เดินทางต่อบนถนนเลียบคลองชลประทาน และตรงยาวในเส้นทาง กจ.3106 จากนั้นเลี้ยวซ้ายแยกท่าเรือเข้าสู่ ทล.3081 เดินทางต่อจนถึงทาง M81 ด่านท่าเรือ เพื่อมุ่งหน้ากรุงเทพฯ
4. เส้นทางเลี่ยงการจราจรถนนมิตรภาพ ช่วงขอนแก่น – นครราชสีมา เริ่มจากรังสิต ทล.2 (ถนนมิตรภาพ) เลี้ยวขวาเข้าสู่ ทล.2246 เดินทางต่อไปเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ นม.4058 เดินทางต่อจะบรรจบกับ ทล.2150 ตรงไปผ่านอำเภอขามสะแกแสง จะบรรจบ ทล.205 ที่อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา เดินทางต่อไปเพื่อเข้าสู่ ทล.290 และจะถึงทางเข้า M6 ด่านขามทะเลสอ เพื่อมุ่งหน้าสู่จังหวัดสระบุรีต่อไป
ส่วนการยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของ กทพ. ได้แก่ ทางพิเศษบูรพาวิถี และกาญจนาภิเษก (บางพลี – สุขสวัสดิ์) ตั้งแต่วันนี้ – 16 เม.ย. 2569 เวลา 24.00 น. และทางพิเศษอุดรรัถยา เฉลิมมหานคร และศรีรัช ตั้งแต่วันนี้ – 15 เม.ย. 2569 เวลา 24.00 น.
นอกจากนี้ ยังได้ยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางบนมอเตอร์เวย์ของกรมทางหลวง 3 เส้นทาง ได้แก่ M7 (กรุงเทพฯ – เมืองพัทยา) M9 (สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ถนนกาญจนาภิเษก ตอนบางปะอิน – บางพลี และตอนพระประแดง – บางแค ช่วงพระประแดง – ต่างระดับบางขุนเทียน) และ M81 (บางใหญ่ – กาญจนบุรี) ตั้งแต่วันนี้ – 16 เม.ย. 2569 อีกทั้งเปิดให้ใช้เส้นทาง M6 ตลอดเส้นทาง จากบางปะอิน – นครราชสีมา โดยช่วงบางปะอิน – ปากช่อง จะให้ใช้เป็นขาเข้ากรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 14 – 19 เม.ย. 2569 และช่วงปากช่อง – นครราชสีมา ใช้เป็นขาเข้าเช่นกัน และเปิดให้ใช้เส้นทาง M82 จากแยกต่างระดับบางขุนเทียน – เอกชัย ระยะทาง 10 กิโลเมตร
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง และแจ้งอุบัติเหตุได้ที่ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม สายด่วน 1356 และทางแอปพลิเคชัน อาทิ M Traffic สำหรับเดินทางบน Motorway และThailand Highway Traffic สำหรับเดินทางบนทางหลวงทั่วประเทศ NAMTANG สำหรับเดินทางเชื่อมต่อด้วยระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล สายด่วนและเว็บไซต์ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ประชาสัมพันธ์แนะนำทางลัดทางเลี่ยง การจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกทางถนน เช่น ภายในสถานีขนส่ง บริการจุดพักรถ จุดตรวจสภาพรถ จุดบริการประชาชน เป็นต้น