โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตา สินค้าจ่อขึ้นราคาหลังสงกรานต์ ค่าครองชีพพุ่งไม่หยุด!

INN News

อัพเดต 14 เม.ย. เวลา 09.09 น. • เผยแพร่ 14 เม.ย. เวลา 05.00 น. • INN News

หลังสงกรานต์นี้ ประชาชนอาจต้อง “รับมือของแพง” เมื่อหลายสินค้า

และบริการในไทย มีแนวโน้มทยอยปรับราคาขึ้นจากต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพที่ยังพุ่งไม่หยุด

สถานการณ์เศรษฐกิจช่วงสงกรานต์ปี 2569 เริ่มสะท้อนชัดว่า "ค่าครองชีพ"
อาจกำลังกดดันคนไทยโดยผลสำรวจพบว่า มากกว่า 60% ของประชาชน
รู้สึกว่าสินค้าจำเป็นมีราคาแพงขึ้นจนรับไม่ไหว ขณะที่ภาพรวมการใช้จ่าย
ในช่วงเทศกาลก็ชะลอตัวลง และเงินสะพัดหดตัวประมาณ 3.7%

ซึ่งของจะแพงขึ้นหลังผ่านช่วงสงกรานต์ไปแล้วหลายฝ่ายประเมินตรงกันว่า
ราคาสินค้ามีแนวโน้มขยับขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค เช่นผงซักฟอก สบู่ แชมพู และของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน ที่เริ่มทยอยปรับราคาและบางส่วน "จ่อขึ้นยกแผง" หลังกลางเดือนเมษายน

ขณะเดียวกัน สินค้าหลายประเภทเริ่มปรับขึ้นแล้ว เช่น
น้ำมันพืช ปรับขึ้นประมาณ 5–8 บาทต่อขวด
น้ำดื่มบรรจุขวด ขยับขึ้นราว 5 บาทต่อแพ็ก
อาหารสด เช่น หมู ไข่ ผัก ราคาปรับเพิ่มต่อเนื่อง
อาหารตามสั่ง ขึ้นเฉลี่ย 5 บาทต่อจาน
ค่าโดยสาร และค่าขนส่ง เริ่มทยอยปรับขึ้น

ทั้งหมดเป็นผลจาก "ต้นทุนพลังงาน" และ "ค่าขนส่ง" ที่สูงขึ้น ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า
ต้นตอสำคัญมาจาก "ราคาน้ำมันโลก" ที่พุ่งสูง ซึ่งส่งผลเป็นลูกโซ่ไปยังต้นทุนการผลิตและการขนส่ง ทำให้ราคาสินค้าในระบบเศรษฐกิจมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยกว่า 4% และเมื่อราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นจะดันเงินเฟ้อ และค่าครองชีพของประชาชนให้สูงขึ้นตาม

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่า การปรับขึ้นราคาสินค้าหลายรายการ
ยังต้องอยู่ภายใต้การควบคุม และต้องขออนุญาตก่อนเพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินจริง

ฉะนั้น สถานการณ์นี้สะท้อนว่า การที่ของแพงขึ้นอาจไม่ใช่แค่ระยะสั้น
แต่กำลังกลายเป็นแรงกดดันระยะยาว ที่กระทบทั้งผู้บริโภค และเศรษฐกิจไทย
ในภาพรวม หลังจากนี้จึงต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่ารัฐจะมีมาตรการช่วยลดภาระประชาชนได้มากแค่ไหน

หลังจากนี้ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าราคาสินค้าจะปรับขึ้นมากน้อยเพียงใด
และมาตรการรัฐจะช่วยบรรเทาภาระประชาชนได้แค่ไหน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...