โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อย่าไปกลัว UNCLOS! อดีต เสธ.ทร.ชี้หลังยกเลิก MOU44 ไม่ต้องเข้า “ประนอมภาคบังคับ” ไทย-เขมรต้องคุยกันเอง

Manager Online

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

อดีต เสธ.ทร.ยันไทยไม่ต้องเข้า “ประนอมภาคบังคับ” หลังยกเลิก MOU44 เหตุคำประกาศตอนลงสัตยาบันระบุชัด จะเข้าก็ต่อเมื่อเป็นกรณีพิพาทหลัง UNCLOS มีผลใช้บังคับ 16 พ.ย.37 แต่กรณีไทย-กัมพูชาเกิดตั้งแต่ 2515 ทั้งสองฝ่ายต้องคุยกันเองเพื่อแบ่งพื้นที่ทางทะเลตามหลัก UNCLOS แนะถ้ายังตกลงกันไม่ได้ให้วางกำลัง ณ ที่เดิมไว้ก่อน

พล.ร.อ.พัลลภ ตมิศานนท์ อดีตเสนาธิการทหารเรือและอดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก พัลลภ ตมิศานนท์ เมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา ให้ข้อมูลกรณีที่ไทยยกเลิก MOU2544 แล้วฝ่ายกัมพูชาได้ประกาศว่าจะใช้กระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ของ UNCLOS เพื่อให้มีคนกลางเข้ามาตัดสินกรณีพิพาทเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล โดย พล.ร.อ.พัลลภ เห็นว่า กัมพูชาไม่สามารถดังไทยเข้าสู่กระบวนการดังกล่าวได้

พล.ร.อ.พัลลภ ระบุว่า ตามคำประกาศของไทยเมื่อตอนให้สัตยาบัน UNCLOS1982 ข้อ 298 เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2554 นั้น ไทยยอมรับการเสนอเรื่องการนำข้อพิพาทเข้าสู่การประนอมภาคบังคับ เฉพาะข้อพิพาทที่เกิดขึ้นหลังจาก UNCLOS มีผลใช้บังคับแล้ว คือหลังวันที่ 16 พ.ย.2537 และต้องไม่เกี่ยวกับอธิปไตยหรือสิทธิอื่นเหนืออาณาเขตทางบกหรือเกาะ ขณะที่ข้อพิพาททางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา เกิดขึ้นเมื่อกัมพูชาประกาศทะเลอาณาเขตและไหล่ทวีปในลักษณะละเมิดอธิปไตยของเกาะกูดเมื่อปี 2515 จึงเป็นข้อพิพาทที่เกิดขึ้นก่อน UNCLOS มีผลใช้บังคับ

พล.ร.อ.พัลลภ เสนอว่า เมื่อข้อพิพาททางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา ไม่ใช่ข้อพิพาทที่จะเข้าสู่การประนอมภาคบังคับแล้ว แนวทางดำเนินการระหว่างไทย-กัมพูชาหลังการยกเลิก MOU 44 แล้ว UNCLOS กำหนดให้ทั้งสองฝ่ายเริ่มต้นด้วยการเจรจาตกลงกัน ดังนั้น ไทยกับกัมพูชาต้องมาเจรจาเพื่อกำหนดขอบเขตทั้งทะเลอาณาเขตและไหล่ทวีประหว่างกันให้ชัดเจนถูกต้องตาม UNCLOS 1982 เสียก่อน

พล.ร.อ.พัลลภ ยังแนะนำด้วยว่า ตราบใดที่การเจรจาเขตแดนทั้งทางบกและทางทะเลยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ ฝ่ายไทยจำเป็นต้องคงการวางกำลังในพื้นที่ ตามถ้อยแถลงร่วมเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.68 ไว้ก่อน และคงการปิดด่านต่อไปจนกว่าทุกอย่างจะแล้วเสร็จ

รายละเอียดข้อความในเฟซบุ๊กพัลลภ ตมิศานนท์

1. คำประกาศของไทยตาม UNCLOS ข้อ 298 คราวให้สัตยาบัน UNCLOS1982 เมื่อ 14 พ.ค.54

1.1 ไทยไม่ยอมรับวิธีดำเนินการที่ให้เสนอข้อพิพาทเกี่ยวกับการกำหนดเขตทางทะเลทั้งทะเลอาณาเขต, EEZ และไหล่ทวีปเข้าสู่การพิจารณาของศาลกฎหมายทะเลระหว่างประเทศ (ITLOS) ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ศาลอนุญาโตตุลาการ ศาลอนุญาโตตุลาการพิเศษ

1.2 เงื่อนไขการประกาศตามข้อ 298 (ตามภาพ) : ไทยต้องยอมรับการเสนอเรื่องข้อพิพาทเข้าสู่การประนอมภาคบังคับ ( Compulsory Conciliation) เฉพาะข้อพิพาทที่เกิดขึ้นหลังจาก UNCLOS มีผลใช้บังคับแล้ว (หลัง 16 พ.ย.37) และต้องไม่เกี่ยวกับอธิปไตยหรือสิทธิอื่นเหนืออาณาเขตทางบกหรือเกาะ

2. แนวทางดำเนินการระหว่างไทย-กัมพูชาหลังไทยยกเลิก MOU 44 แล้ว

2.1 เนื่องจากข้อพิพาททางทะเลระหว่างไทย - กัมพูชา เกิดขึ้นเมื่อกัมพูชาประกาศทะเลอาณาเขตและไหล่ทวีปในลักษณะละเมิดอธิปไตยของเกาะกูดเมื่อปี 2515 ชึ่งเกิดขึ้นก่อน UNCLOS มีผลใช้บังคับ (พ.ย.37) และเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับอธิปไตยเหนือเกาะกูด ดังนั้นจึงไม่ใช่ข้อพิพาทที่จะเข้าสู่การประนอมภาคบังคับตาม UNCLOS ข้อ 298

2.2 การกำหนดขอบเขตของทะเลอาณาเขตและไหล่ทวีประหว่างรัฐนั้น UNCLOS กำหนดให้เริ่มต้นด้วยการเจรจาตกลงกัน

2.3 ดังนั้นหนทางปฏิบัติเดียวของทั้งสองประเทศหลังจากไทยยกเลิก MOU44 แล้วคือ ไทยกับกัมพูชาต้องมาเจรจาเพื่อกำหนดขอบเขตทั้งทะเลอาณาเขตและไหล่ทวีประหว่างกันให้ชัดเจนถูกต้องตาม UNCLOS 1982 เสียก่อน

พลเรือเอกพัลลภ ตมิศานนท์

อดีตเสนาธิการทหารเรือและอดีตสมาชิกวุฒิสภา

6 พฤษภาคม 2569

ป.ล. ตราบใดที่การเจรจาเขตแดนทั้งทางบกและทางทะเลยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ ฝ่ายไทยจำเป็นต้องคงการวางกำลัง on its own side ตาม Joint Statement เมื่อ 27 ธ.ค.68 ไว้ก่อนและคงการปิดด่านต่อไปจนกว่าทุกอย่างจะแล้วเสร็จ

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...