โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จริงไหม "ช่วยตัวเองหนัก" ทำ "น้องชาย" เล็กลง? เปิด 4 นิสัย เลิกด่วน ทำสมรรถภาพพัง!

sanook.com

เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
แพทย์ไขข้อสงสัย ช่วยตัวเองบ่อยทำให้อวัยวะเพศเล็กลงจริงไหม? เปิด 4 พฤติกรรมเสี่ยงที่ไม่ควรทำ อันตรายต่อสุขภาพน้องชาย

แพทย์ไขข้อสงสัย ช่วยตัวเองบ่อยทำให้อวัยวะเพศเล็กลงจริงไหม? เปิด 4 พฤติกรรมเสี่ยงที่ไม่ควรทำ อันตรายต่อสุขภาพน้องชาย

เรื่อง “ช่วยตัวเองบ่อยแล้วเจ้าโลกจะเล็กลง” เป็นหนึ่งในความเชื่อที่ผู้ชายจำนวนไม่น้อยกังวลกันมานาน บางคนถึงขั้นกลัวว่าสมรรถภาพทางเพศจะเสื่อม หรืออวัยวะเพศจะสึกหรอจากการใช้งานบ่อยเกินไป

อย่างไรก็ตาม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะยืนยันว่า ตามหลักการแพทย์แล้ว การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองไม่ได้ทำให้อวัยวะเพศ “หดเล็กลงถาวร” อย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่กลับมีพฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวัน ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพทางเพศรุนแรงกว่ามาก และหลายคนกำลังทำอยู่โดยไม่รู้ตัว

ช่วยตัวเองบ่อย ทำให้อวัยวะเพศเล็กลงจริงหรือไม่?

นพ. Hsu Lan-fang แพทย์จากไต้หวัน อธิบายว่า อวัยวะเพศชายประกอบด้วยเนื้อเยื่อโพรงองคชาต ซึ่งมีลักษณะคล้ายฟองน้ำและเต็มไปด้วยหลอดเลือด เนื้อเยื่อชนิดนี้ไม่ได้ “สึกกร่อน” จากการใช้งานเหมือนวัสดุทั่วไป

กรณีที่ผู้ชายบางคนรู้สึกว่าอวัยวะเพศมีขนาดเล็กลงหลังมีเพศสัมพันธ์หรือช่วยตัวเองบ่อย มักเกิดจากภาวะอ่อนล้าชั่วคราว ทำให้เลือดไหลเข้าสู่โพรงองคชาตได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้การแข็งตัวลดลง และดูเหมือนมีขนาดเล็กลงในช่วงเวลานั้น แต่ไม่ได้เป็นการหดตัวถาวร

แพทย์ยังระบุอีกว่า การไม่มีเพศสัมพันธ์หรือไม่มีการกระตุ้นทางเพศเป็นเวลานานหลายเดือน อาจทำให้กล้ามเนื้อเรียบในโพรงองคชาตเสี่ยงเกิดพังผืดและสูญเสียความยืดหยุ่นได้เช่นกัน ดังนั้น การมีกิจกรรมทางเพศอย่างเหมาะสมจึงถือเป็นเรื่องปกติของร่างกาย

แพทย์เตือน 4 พฤติกรรม ทำร้ายสุขภาพทางเพศมากกว่าการช่วยตัวเอง

1. สูบบุหรี่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน

บุหรี่ถือเป็นหนึ่งในตัวการสำคัญที่ทำลายสมรรถภาพทางเพศ เพราะนิโคตินและสารพิษในควันบุหรี่จะทำให้หลอดเลือดหดตัว โดยเฉพาะหลอดเลือดขนาดเล็กที่ทำหน้าที่ส่งเลือดไปเลี้ยงอวัยวะเพศ

เมื่อเลือดไหลเวียนลดลงต่อเนื่อง เนื้อเยื่อแข็งตัวจะได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ จนสูญเสียความยืดหยุ่นและเกิดพังผืดในระยะยาว ส่งผลให้การแข็งตัวลดประสิทธิภาพ และอาจทำให้รู้สึกว่าอวัยวะเพศมีขนาดเล็กลง

2. นั่งนาน ไม่ออกกำลังกาย

พฤติกรรมของคนทำงานออฟฟิศที่นั่งติดต่อกันวันละหลายชั่วโมง ถูกมองว่าเป็นภัยเงียบต่อสุขภาพผู้ชาย เพราะการนั่งนานจะเพิ่มแรงกดบริเวณอุ้งเชิงกราน ส่งผลต่อระบบไหลเวียนเลือด

ขณะเดียวกัน การไม่ออกกำลังกายยังทำให้ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนลดลง ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญต่อความต้องการทางเพศ มวลกล้ามเนื้อ และการแข็งตัวของอวัยวะเพศ

หากปล่อยไว้นาน อาจส่งผลต่อสมรรถภาพทางเพศ รวมถึงทำให้การแข็งตัวไม่เต็มที่เหมือนเดิม

3. นอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ

การนอนหลับมีบทบาทสำคัญต่อการฟื้นฟูร่างกายและการสร้างฮอร์โมนเพศชาย โดยเฉพาะในช่วงหลับลึก

หากนอนดึกหรือนอนน้อยเป็นประจำ ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนลดลง ส่งผลให้ความต้องการทางเพศและประสิทธิภาพการแข็งตัวลดลงตามไปด้วย

แพทย์เตือนว่า ภาวะนี้หากเกิดขึ้นต่อเนื่อง อาจเพิ่มความเสี่ยงภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศในระยะยาวได้

4. ความเครียดสะสม

ความเครียดเรื้อรังส่งผลโดยตรงต่อระบบฮอร์โมนและหลอดเลือด เพราะเมื่อร่างกายเครียด จะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมามากขึ้น ซึ่งมีผลกดการสร้างฮอร์โมนเพศชาย

นอกจากนี้ ร่างกายยังจะจัดลำดับการไหลเวียนเลือดไปยังอวัยวะสำคัญอย่างหัวใจและสมองก่อน ทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะเพศลดลง ส่งผลให้การแข็งตัวทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

หากเกิดขึ้นต่อเนื่อง อาจนำไปสู่ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ และทำให้ผู้ชายบางคนรู้สึกว่าอวัยวะเพศเล็กลงอย่างชัดเจน

แพทย์แนะ ดูแลสุขภาพโดยรวม สำคัญกว่ากังวลเรื่องความถี่

ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า สุขภาพทางเพศไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งของการช่วยตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตโดยรวม ทั้งการพักผ่อน การออกกำลังกาย การงดสูบบุหรี่ และการจัดการความเครียด

หากพบความผิดปกติ เช่น อวัยวะเพศแข็งตัวได้ไม่เต็มที่ มีอาการเจ็บ โค้งงอผิดรูป หรือขนาดลดลงอย่างเห็นได้ชัด ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินปัสสาวะ เพื่อหาสาเหตุและรับการดูแลอย่างเหมาะสม

แม้ความเชื่อเรื่อง “ช่วยตัวเองบ่อยแล้วอวัยวะเพศเล็กลง” จะถูกพูดถึงมานาน แต่ข้อมูลทางการแพทย์ปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานว่าการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองทำให้เกิดการหดเล็กถาวร

ในทางกลับกัน พฤติกรรมอย่างการสูบบุหรี่ นั่งนาน นอนดึก และความเครียดสะสม กลับเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสมรรถภาพทางเพศมากกว่า ดังนั้น การดูแลสุขภาพร่างกายโดยรวม จึงเป็นวิธีสำคัญที่สุดในการรักษาสุขภาพทางเพศให้แข็งแรงในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...