ASW โชว์รายได้ Q1/69 แตะ 2,162 ล้านบาท ชูมาร์จิ้นสูง 41% รับอานิสงส์ตลาดภูเก็ตขาขึ้น
ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกโต 20% ท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน กวาดกำไรสุทธิ 230 ล้านบาท จ่อโอน 4 โครงการใหม่ในไตรมาส 2 มูลค่ารวม 1.3 หมื่นล้านบาท มั่นใจพอร์ตภูเก็ตเป็นหัวเจาะหลัก ตุน Backlog แข็งแกร่ง 3.8 หมื่นล้านบาท กินยาวถึงปี 2571 พร้อมรับปัจจัยบวกมาตรการรัฐและดอกเบี้ยขาลง
8 พฤษภาคม 2569 บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW รายงานผลประกอบการประจำไตรมาส 1/2569 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 2,162 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยปัจจัยหลักมาจากการเริ่มรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จใหม่หลายแห่ง โดยเฉพาะในกลุ่มแคมปัสคอนโดและโครงการในทำเลศักยภาพอย่างจังหวัดภูเก็ตที่เข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season)
ในด้านความสามารถในการทำกำไร บริษัทสามารถทำอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ได้สูงถึง 41% ซึ่งเป็นระดับที่โดดเด่นในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้มีกำไรสุทธิในไตรมาสแรกอยู่ที่ 230 ล้านบาท เติบโตขึ้น 14% (YoY) สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและการคัดเลือกทำเลที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างแม่นยำ
นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ASW ระบุว่า รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากการส่งมอบโครงการสำคัญ อาทิ "โมดิซ อาวองการ์ด" มูลค่า 1,800 ล้านบาท และ"เคฟ ลูมินัส บางมด" มูลค่า 1,200 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีแรงหนุนสำคัญจากบริษัทย่อยคือ บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE ที่สามารถเริ่มโอนโครงการ "เดอะ ไทเทิล เซเรนิตี้ ในยาง" มูลค่า 4,000 ล้านบาท ได้เร็วกว่าแผนงานที่วางไว้ตั้งแตช่วงปลายไตรมาสแรก
"ปีนี้เรายังมีตลาดภูเก็ตเป็น Growth Engine หลักที่ช่วยขับเคลื่อนทั้งยอดขายและรายได้ รวมถึง Backlog และโครงการส่งมอบใหม่ตลอดทั้งปีมูลค่ารวมกว่า 26,760 ล้านบาท ซึ่งสูงเป็นระดับ All-Time High"
สำหรับทิศทางการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 บริษัทเตรียมรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จใหม่จำนวน 4 โครงการ มูลค่ารวม 13,360 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการในโซนกรุงเทพฯ อย่าง โมดิซ วอลท์ เกษตร-ศรีปทุม และ เคฟ เจเนซิส นครปฐม รวมถึงโครงการประเภท Leisure Residence ในภูเก็ตอีก 2 แห่ง คือ เดอะ ไทเทิล เฮอริเทจ บางเทา และ เดอะ ไทเทิล เซเรนิตี้ ในยาง
ปัจจุบัน ASW มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) สะสมอยู่ที่ 38,010 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นฐานรายได้สำคัญที่จะทยอยรับรู้ไปจนถึงปี 2571 ขณะที่ยอดขาย (Presale) ในไตรมาสแรกทำได้แล้ว 6,854 ล้านบาท หรือคิดเป็น 37% ของเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 18,500 ล้านบาท
ในส่วนของปัจจัยภายนอก บริษัทยังคงติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด โดยมองว่ามาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์จากภาครัฐจะเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดในช่วงที่เหลือของปี
"เรามองว่ามาตรการรัฐ ทั้งการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 1.00% และการขยายเวลา LTV ออกไปอีก 1 ปีจนถึง มิ.ย. 2570 เป็นเครื่องมือที่จะช่วยลดภาระ และเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคที่มีความพร้อมสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น"
นอกจากนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าเปิดตัวโครงการใหม่ตามแผนงาน โดยล่าสุดในเดือนเมษายนได้เปิดตัวโครงการ "เดอะไทเทิล วิวาน่า กมลา"มูลค่า 2,000 ล้านบาท เพื่อเจาะกลุ่มตลาดลักชัวรีในภูเก็ตที่มีดีมานด์สูงจากทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยบริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาวินัยทางการเงินและการบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ (Inventory) เพื่อสร้างความสมดุลในกระแสเงินสดและผลักดันการเติบโตให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
ทั้งนี้ ตั้งแต่เริ่มจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มาเป็นเวลา 5 ปี ASW ได้ขยายพอร์ตโฟลิโอครอบคลุมทั้งแนวสูงและแนวราบรวมกว่า 86 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 146,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่ 64 โครงการ และโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา 22 โครงการ ตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายสำคัญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทย