โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

กินโปรตีนเกิน เสี่ยงน้ำหนักขึ้น-ไตทำงานหนัก แนะปริมาณที่ต้องการต่อวัน

PPTV HD 36

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กินโปรตีนช่วยลดน้ำหนักและสร้างกล้ามได้ แต่หากมากเกินไปเสี่ยงน้ำหนักขึ้น ไตทำงานหนัก ขาดน้ำ และสารอาหารไม่สมดุล แนะปริมาณโปรตีนที่ร่างกายต้องการต่อวัน

การรับประทานโปรตีนเพื่อช่วยลดน้ำหนักและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ กลายเป็นเทรนด์สุขภาพที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ไม่แพ้การกินอาหารคลีนหรือการออกกำลังกาย ด้วยเหตุผลที่ทำได้ง่ายและเห็นผลในระดับหนึ่ง หลายคนจึงหันมาเพิ่มโปรตีนในมื้ออาหาร ไม่ว่าจะเป็นจากเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์นม หรือเวย์โปรตีน อย่างไรก็ตาม การบริโภคโปรตีนควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม เพราะหากมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ โดยโปรตีนมีบทบาทสำคัญในการซ่อมแซมร่างกาย เสริมสร้างกล้ามเนื้อ รวมถึงบำรุงผมและเล็บ

เทคนิคกินโปรตีนเพื่อลดน้ำหนัก แนะวิธีคำนวณที่ควรได้รับแต่ละวัน

4 แหล่งโปรตีนย่อยง่าย สบายท้อง ไขมันน้อย เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ

แต่การรับประทานต่อเนื่องในปริมาณสูง โดยเฉพาะนานเกิน 2–3 เดือน อาจก่อให้เกิดผลกระทบหลายด้าน

  • น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากโปรตีนทุกชนิดมีแคลอรี หากรับประทานมากเกินความต้องการ แม้จะออกกำลังกาย ร่างกายอาจเผาผลาญไม่หมดและสะสมเป็นไขมันได้
  • สารอาหารในร่างกายไม่สมดุล ซึ่งการได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอนั้นจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะขาดสารอาหารที่เป็นอันตรายและส่งผลให้เกิดปัญหาในระบบทางเดินอาหาร เช่นท้องผูก หรือท้องเสีย ซึ่งถ้าหากคุณอยากจะรับประทานโปรตีนในปริมาณมากคุณก็ควรจะรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูงควบคู่กันไปด้วย
  • ภาวะขาดน้ำ เมื่อร่างกายได้รับโปรตีนมาก ร่างกายก็จะเกิดการเผาผลาญมากขึ้นและทำให้ปริมาณน้ำในร่างกายลดลง ซึ่งหากเราดื่มน้ำน้อยก็อาจจะทำให้ร่างกายขาดน้ำได้ ดังนั้นหากคุณกำลังเน้นรับประทานโปรตีนก็ควรที่จะดื่มน้ำให้มากขึ้น โดยควรดื่มน้ำประมาณครึ่งแกลลอนต่อการรับประทานโปรตีน 100 กรัมจะช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ
  • อาการชัก ได้รับโปรตีนมากเกินขนาดนั้นมีความอันตรายสูง ยิ่งถ้าดื่มน้ำไม่เพียงพอก็อาจจะส่งผลให้เกิดอาการชักได้ ซึ่งการชักนั้นถือเป็นอาการที่อันตรายมาก ดังนั้นควรรับประทานโปรตีนในปริมาณที่พอเหมาะจะดีที่สุด
  • ปัญหาสุขภาพหัวใจ อาหารที่มีโปรตีนสูงส่วนมากก็มักจะพ่วงมาด้วยไขมันอิ่มตัวและโซเดียม ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและส่งผลกระทบร้ายแรงถึงระบบหลอดเลือดหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นไขมันในเส้นเลือด คอเลสเตอรอล หรือแม้แต่ความดันโลหิตสูง ซึ่งสามารถจะกลายเป็นปัญหาสุขภาพระยะยาวที่อันตราย
  • ปัญหาสุขภาพไต นอกจากจะทำให้เกิดภาวะขาดน้ำแล้วก็ยังทำให้เกิดความเสี่ยงโรคไต รวมทั้งนิ่วในไตได้ ยิ่งถ้าหากรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตน้อยด้วยละก็ ยิ่งจะทำให้ไตทำงานหนักขึ้น

ปริมาณโปรตีนที่เหมาะสม

ร่างกายคนทั่วไปต้องการประมาณ 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน ผู้ที่ใช้พลังงานมากอาจเพิ่มเป็น 1.2–1.4 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม และผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อ เช่น นักกีฬา ควรได้รับประมาณ 1.2–1.7 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

ตัวอย่างเช่น

  • ผู้หญิงน้ำหนัก 45 กิโลกรัม ต้องการโปรตีนประมาณ 36 กรัมต่อวัน
  • ผู้ชายน้ำหนัก 75 กิโลกรัม ใช้พลังงานมาก ต้องการประมาณ 90–105 กรัมต่อวัน
  • ผู้ที่สร้างกล้ามเนื้อน้ำหนัก 80 กิโลกรัม ต้องการประมาณ 96–136 กรัมต่อวัน

การรับประทานโปรตีนอย่างเหมาะสมยังช่วยลดอาการอ่อนเพลียได้ โดยควรรับประทานร่วมกับไขมันดี เช่น ถั่ว อะโวคาโด และปลา เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานอย่างเพียงพอ

อีกหนึ่งสัญญาณที่ควรสังเกตคือ ปัสสาวะเป็นฟอง ซึ่งอาจเกิดจากการมีโปรตีนปนในปัสสาวะ เนื่องจากร่างกายกำจัดส่วนเกินออกทางไต หากเกิดขึ้นในช่วงที่รับประทานโปรตีนสูงอาจเป็นผลชั่วคราว แต่หากไม่ได้รับโปรตีนมากและยังมีอาการดังกล่าว ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติ เช่น โรคไต หรือการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ แม้โปรตีนจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่การรับประทานมากเกินไปไม่ใช่ทางลัดสู่สุขภาพที่ดี การรักษาสมดุลของสารอาหารทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และใยอาหาร ควบคู่กับการดื่มน้ำให้เพียงพอ ยังคงเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุดในการดูแลสุขภาพระยะยาว

ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...