โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ประธานทุเรียนแปลงใหญ่ถ้ำสิงห์ แฉ! ทุเรียนชุมพร ถูก “ล้งจีนเทา” เข้าครอบงำกว่า 4 ปี

เดลินิวส์

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • เดลินิวส์
แฉ! ทุเรียนชุมพรถูก“ล้งจีนเทา” เข้าครอบงำกว่า 4 ปี ทำราคาผันผวนมา ไม่สนหน้าใครติดป้ายภาษาจีนขนาดใหญ่ด้านหน้า คาดมีล้งกระจายอยู่ตามแนวถนนสายเอเชีย 41ไม่ต่ำกว่า 50 แห่ง กดราคาชาวสวน อ้างการคัดเกรดคุณภาพจากรูปทรง ร้องรัฐตรวจสอบ หวั่นซ้ำรอยปัญหามะพร้าวน้ำหอม

หลังจาก “เดลีโฟกัส” ตามเกาะติดปัญหา “มะพร้าวน้ำหอม” ราคาตกต่ำแบบผิดปกติ ในหลายพื้นที่ตั้งแต่ โดยปัญหาส่วนหนึ่งที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้คือ มีทุนข้ามชาติ ให้ “นอมินี” มาตั้ง “ล้ง” รับซื้อ แบบครบวงจร จนสามารถกดราคาผลไม้ไทย ส่งผลให้เกษตรกรเดือดร้อน กระทั่งตำรวจ ปอศ.เข้าจับกุม “กลุ่มทุนข้ามชาติ” ในพื้นที่ จ.ราชบุรี สวมสิทธิคนไทยเข้าครอบครองธุรกิจเกษตร บิดเบือนราคารับซื้อ จนส่งผลกระทบต่อผลไม้ของไทย ไม่ใช่แค่เพียงมะพร้าาวน้ำหอมเพียงอย่างเดียว ทุเรียน ลำไย ฯลฯ ก็ถูกครอบงำเช่นเดียวกัน ขณะที่กระทรวงพิณิชย์ หน่วยงานทางภาครัฐ เกิดความตื่นตัวร่วมวงเข้ามาตรวจสอบ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวสวนทุเรียนในพื้นที่จ.ชุมพรสะท้อนปัญหาในลักษณะเดียวกัน โดยระบุว่ามีล้งรับซื้อทุเรียนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนจีน หรือที่ชาวสวนเรียกว่า “จีนสีเทา” เข้ามาดำเนินธุรกิจในพื้นที่มาเป็นเวลานานกว่า 4 ปี ปัจจุบันบริเวณ ถนนสายเอเชีย41 ในจังหวัดชุมพร โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.หลังสวน พบว่ามีล้งรับซื้อทุเรียนจำนวนมาก และหลายแห่งติดป้ายภาษาจีนขนาดใหญ่แสดงถึงความเชื่อมโยงกับตลาดจีน โดยคาดว่ามีล้งกระจายอยู่ตามแนวถนนสายดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 50 แห่ง
นายปรีชา เสนแก้ว ประธานทุเรียนแปลงใหญ่ถ้ำสิงห์ ต.ถ้ำสิงห์ อ.เมือง จ.ชุมพร เปิดเผยว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา ชาวสวนทุเรียนในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการทำสัญญาซื้อขายกับล้งรับซื้อทุเรียนหลายแห่ง ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่มาจากผู้ซื้อไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ในสัญญาด้วยวิธีคัดเกรดทุเรียน กล่าวคือ ก่อนจะมีการทำสัญญาซื้อขายก็จะมีนายหน้าเข้าไปตรวจสอบผลผลิตและตกลงราคา ในลักษณะเหมายกสวน เช่น กำหนดราคาทุเรียนเกรด AB ไว้ที่กิโลกรัมละ 150 บาท แต่เมื่อชาวสวนตัดทุเรียนลงจากต้นและนำไปคัดเกรด กลับพบว่าทุเรียนในหนึ่งตัน หรือ 1,000 กิโลกรัม สามารถคัดเกรด ABได้เพียง 30% เท่านั้น ส่วนที่เหลือ จะเป็นทุเรียนเกรด C ที่มีราคารับซื้อเพียง กก.ละ50 บาทเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ที่เฉลี่ยตกประมาณกิโลกรัมละ 45 -50 บาทสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ชาวสวนจำนวนหนึ่งไม่สามารถยอมรับเงื่อนไขได้ และตัดสินใจ ยกเลิกสัญญาซื้อขาย แม้จะต้องยอมให้ผู้รับซื้อริบเงินมัดจำก็ตาม เนื่องจากหากขายต่อไปจะยิ่งขาดทุนมากขึ้น
นายปรีชา กล่าวด้วยว่า การซื้อขายในช่วงเดือน มค.-กพ. ที่ผ่านมาซึ่งเป็นผลผลิตทุเรียนนอกฤดูกาลผลิตแต่พบว่าเกษตรกรสามารถขายเกรด AB ได้เพียง 150 บาท/กก. และราคาซื้อขายผลผลิตเกรดรวม อยู่ที่ 40-50 บาทเท่านั้น ซึ่งปัญหาที่นายหน้าอ้างกับเกษตรกรก็คือไม่ผ่านการคัดคุณภาพจากเจ้าของล้ง ซึ่ง เราทราบกันดีอยู่ว่าล้งรับซื้อทุเรียนส่วนใหญ่จะเป็นของนายทุนชาวจีน
จ.ชุมพร มีผลผลิตมากที่สุดในพื้นที่พักใต้แต่ละปีสามารถผลิตได้กว่า190,000 ตัน รองลงมาที่ จ. สุราษฎร์ธานี จำนวน 120,000 ตัน และ จ. นครศรีธรรมราช จำนวน 95,000 ตัน และตลาดรับซื้อทุเรียน ที่ อ. หลังสวน จ. ชุมพร ถือเป็นตลาดกลางหลัง ในการส่งออกผลผลิตทุเรียนไปยังประเทศจีน ซึ่งมีมานานกว่า 20 ปี ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา จนมาถึงฤดูกาลผลิตปี 2566 ก็ได้มีนายทุนชาวจีนเข้ามาเปิดล้งรับซื้อด้วยตนเองและทำให้ราคาทุเรียนผันผวนมาโดยตลอด เกษตรกรเริ่มถูกกดราคาโดยอ้างการคัดเกรดคุณภาพจากรูปทรงและลักษณะของผลทุเรียน ตอนนี้ ชาวสวนทุเรียนมีความกังวลเกี่ยวกับราคาผลผลิตในฤดูการผลิตปี 2569 ซึ่งจะเริ่มมีผลผลิตออกสู่ตลาดตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมนี้ จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาดูแลป้องกันเพื่อไม่ให้ชาวสวนถูกกดราคาอย่างปีที่ผ่านมา นายปรีชา กล่าว
นายปรีชา ยังกล่าวด้วยว่า อยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานพาณิชย์จังหวัด และหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจกำกับดูแล เข้ามาตรวจสอบอย่างจริงจัง เพราะเมื่อกลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาตั้งล้งในพื้นที่ พวกเขาจะสามารถเข้าถึงข้อมูลต้นทุนการผลิตและรายละเอียดทั้งหมดของตลาดทุเรียนได้ ขณะที่ล้งของคนไทยยังเสียเปรียบ เพราะไม่สามารถแข่งขันด้านการตลาดในประเทศจีนได้ อีกทั้งล้งของคนไทยส่วนใหญ่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของภาครัฐอย่างเคร่งครัด ขณะที่ล้งบางแห่งของกลุ่มทุนต่างชาติสามารถใช้เงินทุนจำนวนมากเข้ามากว้านซื้อทุเรียนในช่วงแรก แม้จะขาดทุน เพื่อสร้างอำนาจต่อรองในตลาด เมื่อเวลาผ่านไป กลุ่มทุนเหล่านี้จะสามารถกำหนดราคารับซื้อได้เอง และอาจนำไปสู่การ กดราคารับซื้อจากเกษตรกร ซึ่งตนประเมินว่าขณะนี้ในชุมพรมีล้งรับซื้อทุเรียนของชาวจีน ไม่น้อยกว่า 30 แห่ง และส่วนใหญ่เป็นล้งขนาดใหญ่ มีเงินลงทุนไหมแต่ละแห่งไม่น้อยกว่า200 ล้านบาท ซึ่งผู้ประกอบการไทยจำนวนมากไม่สามารถลงทุนได้ในระดับดังกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...