โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

20 ปี การต่อสู้ของคนลุ่มน้ำสาละวิน จากเขื่อนแม่ลามาหลวงสู่สารหนูปนเปื้อน

The Reporters

อัพเดต 14 มี.ค. เวลา 08.30 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. เวลา 08.30 น.

14 มีนาคมของทุกปีถือเป็นวันหยุดเขื่อนโลกและวันสากลเพื่อปกป้องแม่น้ำ ชาวบ้านสบเมย ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จะมารวมตัวที่บริเวณริมหาดสาละวิน เพื่อรณรงค์ปกป้องสายน้ำจากโครงการขนาดใหญ่ที่เปรียบเสมือนชีวิตและจิตวิญญาณของพวกเขา

ปีนี้ต่างจากปีก่อน ๆ เพราะชาวบ้านต้องเผชิญกับปัญหาสารหนูปนเปื้อนในแม่น้ำสาละวินเกินค่ามาตรฐานหลายเท่า จนกระทบกับวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของพวกเขาเป็นอย่างมาก

นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ลุ่มน้ำสาละวินเป็นลุ่มน้ำใหญ่ติดชายแดน ชาวบ้านจึงมีวิถีชีวิตผูกพัน การจัดงานครบรอบ 20 ปี วันหยุดเขื่อนโลกและวันสากลเพื่อปกป้องแม่น้ำ เพื่อเป็นการสื่อสารให้ภายนอกได้เห็นความเชื่อที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์อย่าง “พิธีสืบชาตาแม่น้ำสาละวิน” เพื่อให้แม่น้ำได้ไหลอิสระ ปลอดภัย เพราะแม่น้ำสาละวินมีคุณค่าต่อชุมชน

ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา แม้ชาวบ้านจะพยายามสื่อสารว่าชุมชนชายขอบมีการอนุรักษ์และใช้แม่น้ำเป็นประโยชน์โดยคำนึงถึงความยั่งยืน แต่กลับมีประเด็นโครงการขนาดใหญ่ที่กระทบกับแม่น้ำวิถีชีวิตของชาวบ้าน และขณะนี้ยังมีปัญหาเรื่องสารปนเปื้อน ซึ่งเป็นปัญหาหนึ่งที่ชาวบ้านมีความกังวล

“เราไม่คิดไม่ฝันว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เราใช้แม่น้ำมาตลอด แต่พอมีประเด็นเรื่องการปนเปื้อน เรารู้สึกว่ามันใหญ่กว่าสิ่งที่ชาวบ้านเคยต่อสู้และปกป้องมา เพราะไม่รู้ว่าจะมีแนวทางหยุดยั้งอย่างไร เพราะเป็นผลกระทบข้ามพรมแดน ไม่ใช่แค่ฝั่งไทยแต่เกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้าน จึงต้องหาแนวทางร่วมมือ”

พ่อหลวงนุ ชำนาญคีรีไพร ประธานเครือข่ายชุมชนลุ่มน้ำยวมเงา เมย สาละวิน ในฐานะผู้ริเริ่มปกป้องแม่น้ำสาละวิน ส่งเสียงสะท้อนว่า อยากจะให้มีความร่วมมือระหว่างชาวบ้าน ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชนเรื่องปัญหาสารปนเปื้อน เพราะไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ได้รับผลกระทบหมด ทุกอย่างเกิดมาจากป่าและน้ำ โดยเหตุสารปนเปื้อนในแม่น้ำสาละวินครั้งนี้ถือว่าหนักที่สุด เหตุใดภาครัฐจึงปล่อยให้พวกเราอยู่แบบนี้

นายสะท้าน ชีววิชัยพงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนลุ่มน้ำยวมเงา เมย สาละวิน กล่าวต่อว่า ครั้งนี้ถือเป็นวิกฤตหนักที่สุด น้ำคือชีวิต คนเราขาดน้ำไม่ได้ เราทำงานสู้เรื่องเขื่อนสาละวินและป่าสาละวิน เมื่อไม่มีการก่อสร้างเขื่อนเราก็สบายใจ แต่เมื่อปลายปีที่ผ่านมาชาวบ้านต้องเจอกับปัญหาสารหนูปนเปื้อน จึงรู้สึกตกใจเพราะเราต่อสู้กันมา 20 ปี แต่กลับมาเจอเหตุการณ์นี้ จึงต้องสู้อีกตั้งหนึ่ง ส่วนตัวมองว่าการสู้เรื่องสารปนเปื้อนยากกว่าเรื่องที่ผ่านมา เราไม่รู้ว่าเหมืองไหนที่มีสารพิษเยอะที่สุด เพราะในลุ่มน้ำสาละวินมีเหมืองจำนวนมาก

ขณะนี้เรามี 2 แนวทางที่จะต้องให้ความรู้ให้กับชาวบ้านคือ จะอยู่กับแม่น้ำสาละวินอย่างไรให้ปลอดภัย กับการผลักดันให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา เพราะถือว่าแม่น้ำสาละวินเป็นแม่น้ำสากลและเป็นแม่น้ำนานาชาติ จึงต้องมีกฎหมายระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

นายสันติพงษ์ มูลฟอง ผู้อำนวยการมูลนิธิสถานะบุคคล กล่าวว่า ในพื้นที่บ้านสบเมยมีแม่น้ำอยู่ประมาณ 4 สาย ได้แก่ น้ำยวม น้ำเงา น้ำเมย และน้ำสาละวิน จุดเริ่มต้นเรื่องเขื่อนมาจากโครงการเขื่อนแม่ลามาหลวงเมื่อปี 2534 จากนั้นมีปัญหาเรื่องเขื่อนแม่เงา และโครงการผันน้ำยวม จะเห็นว่าปัญหาต่าง ๆ เริ่มหนักหน่วงขึ้นเหมือนกับว่าไม่ได้ที่หนึ่งก็จะเอาอีกที่หนึ่ง คนเหล่านี้พยายามเอาชนะธรรมชาติ

แต่สิ่งที่เราเห็นคือ “พลังประชาชน” ชาวบ้านในหลาย ๆ พื้นที่ได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกัน งานวันนี้ 14 มีนาคม จึงเหมือนเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ “No Dam” ถือเป็นคำรณรงค์ระดับโลก ฉะนั้นจึงต้องสร้างเครือข่ายในการปกป้องน้ำร่วมกันในระดับโลกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...