“อ.ณรงค์ชัย” ชี้ หากสงครามยืดเยื้อ 1–2 เดือน ไทยเสี่ยงขาดแคลนน้ำมัน พร้อมชี้อนาคตราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น
”อ.ณรงค์ชัย” ชี้ ไทยนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางเกือบครึ่ง เชื่อ เริ่มนำเข้าน้ำมันดิบ-สำเร็จรูปยาก แม้ ระยะสั้นยังพอใช้ หาก สงครามยืดเยื้อ 1–2 เดือน เสี่ยงขาดแคลน แนะ ปชช.อย่าตื่นตระหนกกักตุนน้ำมัน ฝาก รบ.ปรับโครงสร้างการใช้น้ำมัน มอง อนาคตมีแนวโน้มราคาจะปรับขึ้นสูง เหตุ ปัจจุบันกองทุนน้ำมันมีการชดเชยไปเยอะ
วันที่ 14 มี.ค. 69 ดร.ณรงค์ชัย ใหญ่สว่าง ผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ อินเตอร์ นักวิชาการด้านเศรษฐกิจ ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว The Room44 ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยในเรื่องของน้ำมัน กับสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ว่า ประเทศไทยในช่วงกุมภาพันธ์นำเข้าน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปจากตะวันออกกลางเกือบครึ่ง ซึ่งตะวันออกกลางเรียกได้ว่ามีการส่งออกน้ำมันดิบและสำเร็จรูปถ้าทั่วโลกเทียบเป็นสัดส่วนก็ประมาณ 20% เพราะฉะนั้นการใช้น้ำมันในภูมิภาคเอเชียกระทบทุกประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วย ที่ตอนนี้เรียกได้ว่าเริ่มที่จะหาคาร์โก้นำเข้าน้ำมันดิบหรือน้ำมันสำเร็จรูปเริ่มยากขึ้น
เมื่อถามถึงเรื่องของน้ำมันประเทศไทยในตอนนี้มองว่ามีเพียงพอสำหรับประชาชนหรือไม่ ดร.ณรงค์ชัย กล่าวว่า ตอนนี้มีคาร์โก้ที่ออกมาจากช่องแคบฮอร์มุซแล้ว ประมาณ 2 ลำ หมายความว่าในช่วงระยะเวลานี้ประมาณ 2-3 ก็ตามที่ รัฐบาลประกาศก็มีแนวโน้มว่าจะพอ แต่ต้องบอกว่าในอนาคตถ้าสงครามยืดเยื้อมีโอกาสที่จะขาดแคลนน้ำมันค่อนข้างสูง เพราะถ้าเกิดไม่สามารถที่จะนำน้ำมันเข้าจากตะวันออกกลางได้ ต้องไปสั่งซื้อจากสหรัฐหรือยุโรป
ซึ่งใช้ระยะเวลาในการเดินเรืออย่างน้อยๆ 35-45 วัน ซึ่งถ้าหากเราไม่ซื้อตอนนี้แล้วสงครามยืดเยื้อต่อไปอีกประมาณ 1-2 เดือน ก็มีโอกาสที่ประเทศเราจะขาดแคลนการใช้น้ำมัน
ดร.ณรงค์ชัย กล่าวต่อว่า รวมถึงปัจจุบันนี้ ประชาชนตื่นตัวค่อนข้างมากเพราะใกล้จังหวะที่จะสิ้นสุดการอุดหนุนน้ำมันดีเซล ที่รัฐบาลได้มีการตรึงราคาก่อนหน้านี้ ซึ่งประชาชนอาจจะมีการกักตุน หรือนำรถไปเติมน้ำมันตามปั๊ม เพราะฉะนั้นการใช้น้ำมันอาจจะสั้นลงไปก็ได้เพราะประชาชนก็พยามเติมน้ำมันเกินความจำเป็นที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
เมื่อถามว่าที่รัฐบาลบอกว่าประชาชนยังไม่จำเป็นที่จะต้องกักตุนน้ำมันในตอนนี้ ส่วนตัวมองว่าควรกักตุนในตอนนี้หรือไม่ ดร.ณรงค์ชัย กล่าวว่า จริงๆไม่ควรตื่นตระหนกเกินไป เพราะในช่วงนี้มีจังหวะที่หลังจากการประกันการตรึงราคาครบ 15 วันซึ่งจะครบกำหนดประมาณต้นสัปดาห์หน้า หลังจากนั้นก็มีแนวโน้มสูงตามแผนของรัฐบาลที่ประกาศไว้ ก็อาจจะลอยตัวทำให้น้ำมันในเรื่องของราคาดีเซลขึ้นมา เพราะฉะนั้นถ้าจะช่วยกันคือไม่ต้องกักตุนมาก เพียงแต่ในอนาคตมีแนวโน้มที่ราคาจะปรับขึ้นสูงเพราะปัจจุบันกองทุนน้ำมันมีการชดเชยไปค่อนข้างเยอะ ซึ่งหมายความว่ากองทุนน้ำมันของเราอาจจะต้องมีการปรับสัดส่วนการสนับสนุนให้ลดลง และราคาดีเซลอาจจะต้องมีการปรับเพิ่มขึ้นมานิดหน่อยในอนาคต
เมื่อถามว่าอยากฝากอะไรถึงประชาชนบ้างหรือไม่เพราะมีประชาชนหลายจังหวัดทยอยไปกักตุนน้ำมัน ดร.ณรงค์ชัย กล่าวว่า จริงๆแล้ว แก๊สโซฮอล์ 95 มีบางปั๊มที่ปรับลอยตัวขึ้นมาบ้าง ซึ่งมันก็ต้องตามกลไกของตลาดเพราะว่ารัฐบาลไม่ได้ตรึงราคาแก๊สโซฮอล์ 95 ทำให้น้ำมันในบางปั๊มมีประชาชนเติมเยอะ แต่จริงๆแล้วยังมีน้ำมันส่งมอบได้อยู่ตลอดในช่วงนี้เพียงแต่ว่าในบางจังหวัดอาจจะมีปัญหาที่รถบรรทุกไม่สามารถ หรือมีในเรื่องของการติดขัดอาจจะล่าช้าไปบ้างก็ไม่ต้องกังวลกันแต่ในอนาคตเราก็คาดการณ์กันได้ว่ากองทุนน้ำมันอาจจะต้องลดการสำรองเพราะสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางมีแนวโน้มที่จะยาวนานกว่า 2-3 สัปดาห์
เมื่อถามว่าอยากมีอะไรฝากถึงรัฐบาลบ้างหรือไม่ ดร.ณรงค์ชัย กล่าวว่า ตอนนี้ตนได้รับทราบข่าวมาว่ามีแนวโน้มสูงที่รัฐบาลจะปรับสัดส่วนการใช้ดีเซลรวมถึงการเติมเอทานอลเข้าไปซึ่งตนมองว่าเป็นจุดที่ดีเพราะประเทศเราในอดีตการนำเข้าน้ำมันดิบน้ำมันสำเร็จรูปจากต่างประเทศ เพราะฉะนั้นกองทุนที่อุดหนุนราคาน้ำมันสำเร็จรูปรวมถึงราคาน้ำมันดีเซล มันก็กลายเป็นว่าไหลออกนอกประเทศไปหมด รวมถึงราคาดีเซลในปัจจุบันแพงกว่าไบโอดีเซลบริสุทธิ์ 100%(B100) ราคาไบโอดีเซลในปัจจุบันหน้าโรงกลั่นราคาไม่ถึง 40 บาท ขณะที่ต้นทุนดีเซลอย่างน้อยอยู่ที่ 46 บาท หมายความว่าถ้ารัฐบาลมีการปรับสัดส่วนการใช้ B100 มากขึ้น หรืออนุญาตให้รถบรรทุกเติม B20 ได้ หรือมีแนวโน้มให้ประชาชนซื้อ B100 โดยตรงได้ก็จะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายกับประชาชนได้ค่อนข้างมาก รวมถึงการใช้ เอทานอลผสมเป็น E20 หรือ E85
ซึ่งมองว่าเป็นการลดการนำน้ำมันเข้าจากต่างประเทศ และลดจากการขาดทุน ของกองทุนน้ำมันได้ซึ่งอยากฝากถึงรัฐบาลในการปรับโครงสร้างการใช้น้ำมัน
เมื่อถามว่าต่างจังหวัดมีปั๊มบางปั๊มจะมีการเพิ่มราคาในเรื่องของน้ำมัน เพื่อฉวยโอกาสกับประชาชน ดร.ณรงค์ชัย มองว่ารัฐบาลต้องบังคับใช้กฎหมายให้ดี เพราะบางปั๊มก็มีการอยู่นอกระบบ และหากมีการใช้โอกาสเพิ่มขึ้นตรงนี้ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายในการบังคับใช้และในการที่รัฐบาลต้องไปตรวจสอบและในช่วงวิกฤตไม่ควรที่จะถือโอกาสหรือฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา ขอให้เป็นไปตามการอุดหนุน การตรึงราคาของรัฐบาลน่าจะดีกว่า
“ ฝากถึงประชาชนว่าไม่ต้องเร่งไปกักตุนขนาดนั้น เพราะเราต้องมีการร่วมมือกับรัฐบาลให้สื่อสารกับประชาชนให้ดี ว่าช่วงนี้น้ำมันพอเพียงแต่อาจจะสื่อสารไม่ดีหรือประชาชนอาจจะยังไม่ได้เชื่อรัฐบาลขนาดนั้นจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่ไปต่อคิวไปเติมน้ำมัน”
ทั้งนี้ ดร.ณรงค์ชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า แต่ในขณะนี้เรือที่กำลังจะเข้ามา มีแนวโน้มที่จะเข้ามาได้เพราะในน่านน้ำแถบเราไม่ได้มีสงครามอะไร และมีกำหนดการส่งมอบน้ำมันที่แน่นอนในระยะเวลา 1-2 เดือน จึงยังไม่เจอภาวะขาดแคลนน้ำมันหนักขนาดนั้น แต่ต้องเตรียมการรับมือหลัง 2 เดือนนี้ไป