โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ในสวนของอิงอิงมีแต่ของอร่อย

นิยาย Dek-D

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 09 ก.พ. เวลา 16.20 น. • ซิ่วท้อ
เรื่องราวของเด็กหญิงกำพร้าที่หลงใหลในแป้งกรอบ และมหาสมุทรแห่งซอสมากมาย ที่ทะลุมิติไปเจอกับมัจจุราชหน้านิ่ง เย็นชา แห่งหน่วยกิเลนดำ ผู้มีปัญหาทางด้านการกินมาหลายปี…

ข้อมูลเบื้องต้น

เรื่องราวของเด็กหญิงกำพร้าที่หลงใหลในแป้งกรอบ และมหาสมุทรแห่งซอสมากมาย ที่ทะลุมิติไปเจอกับมัจจุราชหน้านิ่ง เย็นชา แห่งหน่วยกิเลนดำ ผู้มีปัญหาทางด้านการกินมาหลายปี นางเป็นแม่ครัวตัวน้อย เขาเป็นเทพสังหารที่ยิ่งใหญ่…การผจญภัยของเด็กสาวที่สนใจแต่ว่าจะกินให้ดี และนอนให้อุ่นในแต่ละวัน กับบุคคลที่มีความแค้น และทะเยอทะยานที่สุด ได้เริ่มขึ้นแล้ว

:: Writer TalK : แนะนำเรื่อง ::

เรื่องราวของเด็กหญิงกำพร้าที่หลงใหลในแป้งกรอบ และมหาสมุทรแห่งซอสมากมาย ที่ทะลุมิติไปเจอกับมัจจุราชหน้านิ่ง เย็นชา แห่งหน่วยกิเลนดำ ผู้มีปัญหาทางด้านการกินมาหลายปี นางเป็นแม่ครัวตัวน้อย เขาเป็นเทพสังหารที่ยิ่งใหญ่…การผจญภัยของเด็กสาวที่สนใจแต่ว่าจะกินให้ดี และนอนให้อุ่นในแต่ละวัน กับบุคคลที่มีความแค้น และทะเยอทะยานที่สุด ได้เริ่มขึ้นแล้ว

หากมีเรื่องใดผิดพลาดไปไรท์ต้องขออภัยไว้ล่วงหน้าเลยนะคะ เรื่องทั้งหมดเหล่านี้แต่งเพื่อความสนุกสนานทั้งไรท์และรีดเดอร์ เท่านั้น

ขอขีดเส้นใต้ไว้อีกรอบ “ตัวละครทั้งหมดเป็นเรื่องสมมติขึ้นในจินตนาการเท่านั้นค่ะ”

และเพื่อแสดงความชัดเจนในการโพสต์นิยาย ไรท์เลยขอแจ้งกำหนดอัพนิยาย และรูปแบบการอ่านฟรี เช่าอ่าน และซื้ออ่านไว้ดังนี้ค่ะ

เริ่มโพสต์ : วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569

กำหนดการโพส : วันละ 1-2 ตอน (ช่วงแรกไรท์มีสต็อกไว้บ้าง ก็อาจจะลงสองตอนไปสม่ำเสมอ แต่ถ้าไรท์ประสบปัญหาติดขัดเรื่องงาน หรือเรื่องชีวิตก็อาจจะมาลงวันละ 1 ตอนนะคะ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่เหนื่อยจนเกินไป เราก็ไม่ทิ้งไม่หนีไม่หายค่ะ แฟนเก่า ๆ จะทราบดีว่าเราปิดจบตลอด ♥

ระยะเวลาเข้าอ่าน : แล้วแต่ว่ารีดเดอร์จะสะดวกเลือกเองค่ะ มี 3 แบบให้เลือก

1. สายอ่านฟรี : รีดเดอร์ทุกท่านจะได้อ่านฟรีเป็นจำนวน 30 ตอน ตั้งแต่ตอนที่ 1-30 หลังจากนั้นไรท์จะติดเหรียญแบบอ่านล่วงหน้าตั้งแต่ตอนที่ 31 เป็นต้นไปค่ะ สายอ่านฟรีสามารอให้ตอนอ่านล่วงหน้าปลดล็อกก่อนได้ค่ะ หลังจากตอนอ่านล่วงหน้าปลดล็อกแล้ว ก็จะมีเวลาประมาณ 5 วันที่ให้อ่านฟรีค่ะ

สำคัญต้องรีบเข้ามาอ่านนะคะ เพราะไรท์จะติด Coin แบบซื้ออ่านล่วงหน้า ตั้งแต่ตอนที่ 31 เป็นต้นไป และจัดแพ็กเกจสำหรับสายซื้อเก็บที่มาทีหลังเมื่อโพสต์ถึงตอนที่ 62 ค่ะ

โดยพอโพสต์ครบ 62 ตอนปุ๊บ ไรท์จะปิดตอนเพื่อขายทีละ 10 ตอน โดยเริ่มปิดตอนที่ 31-40 ก่อน และจะปิดเพิ่มทีละ 10 ตอน ทุก ๆ 5 วันค่ะ

2. สายชอบอ่านเร็ว โดยซื้อสิทธิ์เข้าอ่านล่วงหน้า หลังจากให้อ่านฟรี 30 ตอน จะมีการเปิดให้คนอยากอ่านเร็วจ่าย Coin เพื่อให้สิทธิ์อ่านตอนล่วงหน้า ซึ่งไม่ต้องห่วงนะคะ ตอนนี้ถ้าซื้อแบบอ่านล่วงหน้าไปแล้ว จะสามารถอ่านได้ตลอดเลยค่ะ ไม่ต้องซื้อซ้ำ ได้อ่านเร็วกว่าและซื้อครั้งเดียวอ่านได้ตลอดไป

หากนักอ่านไม่สะดวกตามไรท์เป็นรายตอนในเวป ไรท์จะมีรวมเป็น Ebook วางขายใน MEB และ DEKDEE แน่นอนค่ะ หากมีการอัพเมื่อไหร่จะมีการแจ้งให้ทราบเป็นระยะ

บทที่ 1 แป้งทอดที่อาบด้วยน้ำตา

ท่ามกลางแสงไฟสลัวของถนนสายที่สามสิบ หลังมหาวิทยาลัยปักกิ่ง กลิ่นหอมกรุ่นของแป้งผสมธัญพืชที่ทาบลงบนกระทะเหล็กร้อนฉ่าดึงดูดให้ผู้คนเข้าแถวยาวเหยียด "เจี่ยนปิงสิบสองไส้" ของเฉินอิงอิงคือตำนานที่ยังมีลมหายใจของที่นี่!

แผงลอยขายเจี่ยนปิ่งของ "เฉินอิงอิง" ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านอาหาร แต่มันคือโรงละครขนาดย่อม ทันทีที่แป้งธัญพืชบดละเอียดสูตรลับสัมผัสกับเตาเหล็กร้อนฉ่า เสียงดัง ซ่า… ก็ขานรับพร้อมกับกลิ่นหอมของข้าวฟ่างและถั่วเขียวที่อบอวลไปทั่วบริเวณ

อิงอิงใช้ไม้พายไม้เล็กๆ ละเลงแป้งเป็นวงกลมที่ขยายตัวออกอย่างสม่ำเสมอ ราวกับจิตรกรตวัดพู่กันลงบนผืนผ้าใบ แผ่นแป้งนวลเนียนเสมอกันไม่มีที่ติ ก่อนที่เธอจะตอกไข่ไก่ลงไป สันมือสะบัดไม้พายในมือเบาๆ ให้ไข่แดงกระจายตัวเคลือบแผ่นแป้งจนกลายเป็นสีเหลืองอร่ามราวกับทองคำ

หากพูดว่าอาหารเป็นเรื่องของคนทั้งโลก เจี่ยนปิงก็เหมือนกับเป็นตัวแทนของอารยธรรมที่เดินทางไปพร้อมกับผู้คน จากเครปแบบตะวันตก สู่แป้งกรอบบนเตาในแดนตะวันออก ปกติแล้วเจี่ยนปิงที่ร้านอื่นมักจะมีไม่กี่ไส้ ซอสเผ็ด ต้นหอม ไข่ หรือจะใส่ด้วยโหยวเถียวอันใหญ่ ทว่าด้วยความคิดสร้างสรรค์ของอิงอิง ที่แม้จะไม่ได้ร่ำเรียนสูงลิ่ว แต่วิชาการทำเจียนปิ่งของนางกลับสูงส่งนัก ดังคำที่ว่าเพียงเชี่ยวชาญเป็นหนึ่งแค่เพียงทักษะเดียว ก็สามารถนำความร่ำรวยเงินทองมหาศาลมาให้

เจียนปิ่งของอิงอิงจึงมีถึงสิบสองไส้ ไส้ทั้งสิบสองชนิดของนางนอกจากไข่ ก็ประกอบด้วย แผ่นแป้งกรอบที่ทอดจนเป็นสีน้ำตาลทอง กรอบสนั่นแม้เพียงสัมผัสเบาๆ เป็นดั่งกระดูกสันหลังของรสสัมผัส ซอสหวานสูตรหมักหกเดือนสีเข้มข้นเงางามดั่งนิลกาฬ รสชาติเค็มหวานกลมกล่อมล้ำลึก พริกเผาน้ำมันหอมที่เคี่ยวจากพริกสามชนิดและเครื่องเทศสิบแปดอย่าง ส่งกลิ่นเผ็ดร้อนโชยแตะจมูก ผักกาดดองสับละเอียดที่นางดองเองกับมือ เป็นสูตรเฉพาะกับป้าเหยียน หญิงชราขายผักดองที่เสียชีวิตจากโรคร้ายเมื่อสองปีก่อน อิงอิงพบและช่วยเหลือนางโดยบังเอิญ ผักกาดดองของนางใช้เวลาดองข้ามปี มีสีเหลืองนวล กลิ่นหอมเฉพาะตัว ทั้งยังมีรสเปรี้ยวตัดเลี่ยนอย่างพอเหมาะ

หมูสามชั้นตุ๋นยาจีนที่เคี่ยวจนไขมันละลายกลายเป็นวุ้น นุ่มละมุนจนแทบละลายในปาก เป็ดย่างรมควันไม้ท้อเนื้อสีชมพูเรื่อ หนังบางกรอบส่งกลิ่นหอมควันจาง ๆ กุ้งแม่น้ำลวกพอสุก เนื้อขาวอมชมพู สดราวกับเพิ่งขึ้นจากน้ำ เห็ดหอมป่าผัดเนย ให้รสสัมผัสที่หยุ่นเคี้ยวสู้ฟันมาก ที่สำคัญกลิ่นอายของพงไพรเฉพาะตัวของมัน ทำให้คนที่ได้เคยกินยากที่จะลืมเลือน หน่อไม้ฝรั่งอ่อนกรอบเพิ่มความสดชื่นและรสสัมผัสที่แตกต่าง ไข่ปลาผัดพริกไทยที่จะระเบิดรสเค็มปะแล่มในทุกคำที่กัด งาดำคั่วหอม และผักชีต้นหอมซอยที่เอาไว้โรยปิดท้ายช่วยชูรสให้ทุกอย่างโดดเด่นขึ้น

จะเลือกใส่เฉพาะไส้ก็ได้ หรือว่าให้ใส่พร้อมกันทั้งหมดก็ได้ ถ้าให้อิงอิงแนะนำ แน่นอนว่า! ความกลมกล่อมขั้นสูงสุดอยู่ที่กินแบบไส้ครบ เมื่อไส้ทุกอย่างวางครบ อิงอิงจะใช้พายพับแผ่นแป้งอย่างรวดเร็ว แป้งหนานุ่มด้านนอกห่อหุ้มความกรอบและชุ่มฉ่ำของไส้ไว้ภายใน เสียง กรวบ ของแผ่นแป้งกรอบที่แตกตัวอยู่ข้างในเมื่อเธอพับทบสุดท้าย เป็นเสียงที่นักชิมทุกคนโหยหา

เธอห่อเจี่ยนปิงด้วยกระดาษสีน้ำตาลเรียบง่าย แต่มันกลับดูสูงค่าดั่งของกำนัล เจี่ยนปิงชิ้นนี้ไม่ใช่แค่ของกินประทังหิว แต่มันคือการรวมตัวของความกรอบ ความนุ่ม ความเผ็ด และความหวานที่ร้อยเรียงกันอย่างสมบูรณ์แบบ ทันทีที่กัดลงไป รสชาติของทั้งสิบสองไส้จะเต้นระบำอยู่บนลิ้น กระตุ้นทุกประสาทสัมผัสให้ตื่นตัว

"เจี่ยนปิงของแม่นางเฉิน กินแล้วเหมือนได้เห็นสวรรค์ที่ปักกิ่ง" คือคำนิยามที่เหล่านักศึกษาและอาจารย์มหาวิทยาลัยต่างมอบให้แก่เธอ

แต่ใครจะเชื่อว่าเจ้าของรอยยิ้มพิมพ์ใจและฝีมืออันดับหนึ่งคนนี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียง "เศษขยะ" ที่ถูกทิ้งไว้ข้างทาง เพราะอิงอิงเป็นเด็กกำพร้า ย้อนกลับไปตอนอิงอิงอายุสี่ขวบ เธอถูกรับเลี้ยงจากสถานสงเคราะห์โดยสามีภรรยาตระกูลเฉิน ในช่วงเวลาที่ถูกรับเลี้ยงนั้นคือช่วงเวลาที่เธอคิดว่าเป็นความฝัน เธอมีตุ๊กตา มีชุดสวย และมีอ้อมกอดที่อบอุ่น แต่ความฝันนั้นก็แตกสลายเมื่อเสียงร้องไห้ของทารกตัวจริงดังขึ้นในบ้าน ความรักที่เคยได้รับถูกริบคืนไปพร้อมกับสถานะที่กลายเป็น "คนนอก" อย่างสมบูรณ์

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ในคืนที่ฝนพรำ อิงอิงในวัยแปดขวบนั่งกอดเข่าอยู่หลังประตูไม้บานเก่า เธอได้ยินเสียงกระซิบกระซาบของพ่อแม่บุญธรรมที่วางแผนจะส่งเธอไปให้ "ลุงกวน" ญาติห่างๆ ที่อยู่ต่างเมือง

"เขาให้เงินเรามาปึกใหญ่พอจะส่งลูกเราเข้าโรงเรียนดีๆ เลยนะ" พ่อบุญธรรมกล่าว "แต่ฉันได้ยินว่า… เด็กที่บ้านนั้นไม่มีใครรอดเกินปี" แม่บุญธรรมลังเลเล็กน้อย

อิงอิงใจสั่นสะท้าน เธอเคยได้ยินข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับลุงกวนคนนั้น เขาไม่ได้แค่ใจร้าย แต่เขาคือ "คนวิปริต" ที่มีรสนิยมวิปริตผิดมนุษย์ เขามักจะสะสมเด็กหญิงตัวเล็กๆ ไว้ในห้องใต้ดินที่ไร้แสงตะวัน…ลุงกวนชอบฟังเสียงร้องไห้ที่เกิดจากการทรมาน เขาจะใช้เข็มเล็กๆ ปักลงตามซอกเล็บของเด็กๆ เพื่อไม่ให้เกิดแผลภายนอกที่มองเห็นชัด เด็กคนไหนที่ขัดขืนจะถูกบังคับให้กินข้าวปนเศษแก้ว หรือถูกขังไว้ในกรงสุนัขที่อดโซมาหลายวัน ข่าวลือที่น่าขนลุกที่สุดคือ เขามักจะ "ตกแต่ง" ร่างกายเด็กๆ ให้กลายเป็นตุ๊กตาที่มีชีวิต ตัดลิ้นเพื่อไม่ให้พูด และขังไว้ดูเล่นจนกว่าพวกเขาจะหมดลมหายใจด้วยความหวาดกลัว

“ฉันต้องหนี!”

ในคืนที่พายุฝนกระหน่ำกรุงปักกิ่งจนฟ้ามืดมิด เสียงอสนีบาตฟาดลงมาเป็นระยะประหนึ่งเสียงกลองรัวเร้าส่งสัญญาณการหนีตายของเด็กหญิงวัยแปดขวบ

ในตอนนั้นอิงอิงรู้ดีว่าหากเธอถูกส่งตัวออกไปให้ลุงกวนจริง ๆ ชีวิตของเธอจะจบลงยิ่งกว่าความตาย หลังจากแอบฟังบทสนทนาที่น่าขนลุก อิงอิงไม่ได้ร้องไห้โวยวาย ความหวาดกลัวถูกกลั่นออกมาเป็นความเด็ดเดี่ยวอย่างรวดเร็ว เธอรู้ดีว่าหากรุ่งเช้ามาถึง โซ่ตรวนที่ไร้รูปร่างจะล่ามเธอไว้กับ "ลุงกวน" ปีศาจในคราบมนุษย์คนนั้นตลอดกาล

เธอมุดตัวเข้าไปใต้เตียง หยิบห่อผ้าเล็กๆ ที่มีเพียงเศษเสี้ยวความทรงจำ ตุ๊กตาผ้าขาดๆ ที่เคยได้ในวันแรกที่มาถึงบ้านตระกูลเฉิน และเงินไม่กี่เหรียญ ที่เธอแอบเก็บหอมรอมริบจากการทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เพื่อนบ้าน อิงอิงปีนออกทางหน้าต่างห้องครัวที่แคบและลื่น แรงลมพัดร่างเล็กๆ ของเธอจนเกือบจะร่วงลงไป แต่เธอกลับใช้เล็บจิกผนังปูนขรุขระจนเลือดซิบ

เท้าเปล่าของเธอสัมผัสพื้นหญ้าที่เปียกชุ่ม เธอวิ่ง… วิ่งโดยไม่เหลียวหลังกลับไปมองบ้านที่ครั้งหนึ่งเธอเคยเรียกว่า 'บ้าน' อีกเลย

"ในเมื่อสวรรค์ไม่รักฉัน ฉันก็จะรักตัวเอง ฉันจะสร้างสวรรค์ชีวิตของตนขึ้นมาด้วยมือคู่นี้!"

บทที่ 2 นกน้อยไร้รังในมหานครเยือกแข็ง

ชีวิตหลังการหลบหนีไม่ได้สวยงาม เด็กสาวแปดขวบคนหนึ่งกลางเมืองใหญ่คือเป้าหมายชั้นดีของเหล่ามิจฉาชีพ เธอต้องเรียนรู้ที่จะ "หายตัว" ไปในเงามืด ช่วงสัปดาห์แรก อิงอิงอาศัยการนอนในลังกระดาษหลังร้านสะดวกซื้อ อาศัยไออุ่นจากช่องระบายอากาศของตึกใหญ่พยุงลมหายใจท่ามกลางอุณหภูมิติดลบ

เธอเคยต้องต่อสู้กับสุนัขจรจัดเพื่อแย่งชิงน่องไก่ที่ถูกทิ้งในถังขยะ เล็บที่เคยสะอาดสะอ้านกลับเต็มไปด้วยคราบดินและรอยแผลจากการขุดคุ้ยเศษอาหาร เธอยังเกือบถูกกลุ่มอันธพาลข้างถนนจับตัวไปเรียกค่าไถ่หรือส่งขายต่อ แต่ด้วยไหวพริบ อิงอิงแกล้งทำเป็นเด็กสติไม่ดี มุดตัวลงไปในท่อระบายน้ำที่โสโครกเพื่อเอาชีวิตรอด แต่ละวันเธอต้องอยู่ด้วยความอดทน และความหวังว่าสักวันโชคจะเข้าข้าง

ความพลิกผันเกิดขึ้นเมื่อเธอเร่ร่อนไปจนถึงย่านมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ด้วยความหิวโหยจนแสบท้อง เธอไปหยุดยืนอยู่หน้าแผงขายเจี่ยนปิงเก่าๆ ของลุงคนหนึ่ง เธอมองจ้องการละเลงแป้งนั้นด้วยสายตาที่ไม่ได้แค่หิวอาหาร แต่หิวโหยในวิชาอาชีพ

ลุงเจ้าของร้านเห็นเด็กหญิงที่ตัวมอมแมมแต่ดวงตาเป็นประกายจึงเกิดความสงสาร ยอมให้เธอมานอนที่หลังร้าน แลกกับการที่เธอต้องตื่นตีสี่มาแบกกระสอบแป้ง ล้างถังซอส และคั่วพริก

ที่นั่นเอง… อิงอิงเริ่มใช้ "พรสวรรค์" ที่ซ่อนอยู่ เธอแอบสังเกตรสชาติ จดจำสัดส่วนการผสมแป้ง และแอบฝึกใช้ไม้พายในยามค่ำคืนเมื่อลุงเจ้าของร้านกลับไปบ้านของเขาแล้ว

จากขอทานน้อยที่ไม่มีแม้แต่รองเท้าจะใส่ เธอค่อยๆ สะสมเงินและวิชาความรู้ จนกระทั่งลุงเจ้าของร้านอายุมากขึ้น ตัดสินใจตามบุตรชายที่ข้าราชการพลเรือนไปอยู่ที่บ้านของเขา ด้วยความเสียดายอาชีพที่ใช้สร้างตัวมา และไม่อยากให้สูตรเจียนปิ่งที่ตนเองคิดค้นมาอย่างยากลำบากสูญหายไป เขาจึงยกแผงลอยเก่า ๆ นั้นให้เธอ

ตอนนั้นอิงอิงอายุสองปีจึงเริ่มรังสรรค์ "เจี่ยนปิงสิบสองไส้" ที่นำเอาความทรงจำเรื่องรสชาติที่เธอใฝ่ฝันอยากกินในวัยเด็ก มาผสมผสานกับทักษะการเอาตัวรอด กลายเป็นแม่ค้าตัวน้อยที่มีชื่อเสียงในถนนสามสิบเป็นต้นมา

จากวันที่มีเพียงแผงลอยเก่าๆ และความฝันที่กินไม่ได้ อิงอิงในวัยยี่สิบสี่ปีใช้เวลาเกือบสิบปีที่ผ่านมาเคี่ยวกรำตัวเองจนกลายเป็น "เถ้าแก่เนี้ยน้อย" ผู้มั่งคั่งในย่านมหาวิทยาลัย ธุรกิจเจี่ยนปิงของเธอขยายจากรถเข็นเล็กๆ กลายเป็นร้านคูหาเดียวที่มีลูกค้าต่อแถวยาวเหยียดทุกเช้า

…ความพยายามไม่เคยทรยศใคร และมันหยิบยื่นรางวัลที่งดงามที่สุดให้กับเธอ…

ปัจจุบันอิงอิงไม่ได้นอนในลังกระดาษหรือหลังร้านแคบ ๆ อีกต่อไป เธอเป็นเจ้าของ "คอนโดมิเนียมห้องชุดขนาดกะทัดรัด" บนชั้น 15 ของอาคารที่มองเห็นวิวเมืองได้สุดลูกหูลูกตา แม้พื้นที่จะไม่กว้างขวางนัก แต่มันถูกตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่น อันเป็นความรู้สึกที่เธอโหยหามาตลอดชีวิต มีห้องครัวทันสมัยที่ครบครันไปด้วยเครื่องเทศจากทั่วทุกมุมโลก และเตียงนอนนุ่ม ๆ ที่ไม่ต้องกังวลว่าใครจะมาไล่ที่

ที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน ก็มี "รถอีโค่คาร์สีขาวมุก" คันเล็กที่เธอเพิ่งถอยออกมาด้วยเงินสด มันอาจไม่ใช่รถหรูราคาแพง แต่มันคือพาหนะที่พาเธอไปหาวัตถุดิบสดใหม่ตามตลาดเช้าได้โดยไม่ต้องเบียดเสียดกับผู้คนบนรถไฟใต้ดิน

"อีกแค่ห้าปีเท่านั้น…" อิงอิงพึมพำกับตัวเองขณะตรวจดูสมุดบัญชีเงินฝาก และการลงทุนในกองทุนระยะยาว

แผนการเกษียณในวัยสามสิบของเธอกำลังเป็นรูปเป็นร่าง หากบรรลุเป้าหมายเธอวางแผนจะขายกิจการร้านเจี่ยนปิงแต่ไม่ขายสูตรเด็ด แล้วหอบเงินก้อนโตไปซื้อที่ดินผืนเล็กๆ ในชนบทที่มีอากาศบริสุทธิ์ ปลูกผัก เลี้ยงไก่ และสร้าง "บ้านสวน" ที่มีห้องครัวเปิดโล่งเพื่อทำของอร่อยตามใจปากโดยไม่ต้องรีบร้อนแข่งขันกับเวลา

หรือบางทีเธออาจจะหาลู่ทางเปิดร้านเจี่ยนปิงที่บ้านก็ได้ เปิดบ้างไม่เปิดบ้างตามใจเธอ อิงอิงไม่อยากจะเร่งร้อนบีบคั้นตัวเองแล้ว หลังจากเกษียณแล้ว อิงอิงตัดสินใจแล้วว่าจะใช้ชีวิตอย่างสบาย ๆ ล่องลอยไปเรื่อย ๆ ราวกับแมงกะพรุนตัวน้อยล่องลอยไปจนตาย

เธอมั่นใจว่าชีวิตหลังจากนี้จะมีแต่ความสงบสุข…

แต่ทว่า โชคชะตามักชอบเล่นตลกกับคนที่วางแผนชีวิตมาอย่างดีเสมอ ในคืนที่ฝนหลงฤดูตกลงมาอย่างหนัก แสงไฟลึกลับจากภาพวาดสวนโบราณที่เธอซื้อมาประดับห้องกลับสว่างจ้าขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

กลิ่นหอมของดินหลังฝนและเสียงนกร้องที่ดูไม่เหมือนเสียงนกในเมืองใหญ่แว่วเข้ามากระทบโสตประสาท ก่อนที่สติของอิงอิงจะดับวูบไปพร้อมกับความรู้สึกที่ว่า… "บ้านสวน" ที่เธอฝันไว้ อาจไม่ได้อยู่ในศตวรรษที่ 21 เสียแล้ว!

….

แสงสว่างจ้าบาดตาทำให้อิงอิงขมวดคิ้วแน่น นางพยายามปรือตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกแรกคือความปวดหนึบที่ศีรษะ ตามมาด้วยกลิ่นอับชื้นของดินและไม้เก่าๆ ที่ไม่คุ้นเคย นางหลับตาลงอีกครั้ง พยายามจัดเรียงความคิด แต่ภาพสุดท้ายที่จำได้คือแสงประหลาดจากภาพวาดสวนโบราณในห้องคอนโด…

"พี่ใหญ่! พี่ใหญ่ฟื้นแล้ว! ฮือๆๆๆ"

เสียงเล็กๆ แหลมๆ ดังขึ้นข้างหู ตามมาด้วยแรงกอดรัด และหยดน้ำตาอุ่นๆ ที่รินรดลงบนแก้ม อิงอิงลืมตาโพลง นางมองเห็นเด็กชายตัวน้อยอายุประมาณหกปีผมเผ้ายุ่งเหยิง ร่างกายผอมเกร็ง ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้ กำลังเกาะแขนนางแน่น

ข้างๆ กัน เด็กหญิงตัวเล็กกว่าอีกคนก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นเช่นกัน ใบหน้าเปรอะเปื้อนคราบน้ำมูกน้ำตา ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

"พี่… พี่ไม่ตายใช่ไหม? ฮึก… พวกเราเหลือกันแค่นี้แล้วนะ" เด็กชายถามเสียงสั่นเครือ

อิงอิงพยายามลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล ความเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั่วร่าง นางรู้สึกได้ถึงความอ่อนแอที่ผิดปกติ แขนขาเรียวเล็กผอมซีด ผิวหนังหยาบกร้าน และเสื้อผ้าเนื้อหยาบเก่าขาดที่กำลังสวมอยู่… นี่มันไม่ใช่ร่างของนาง!

นางเหลือบมองไปรอบๆ ที่นี่คือกระท่อมไม้เก่าๆ สองห้อง หลังคามุงฟาง ผนังดินทรุดโทรม ภายในมีเพียงแคร่ไม้ไผ่ที่ตนเองนอนอยู่ โต๊ะไม้เล็กๆ หนึ่งตัว และภาชนะดินเผาสองสามชิ้น บ่งบอกถึงความยากจนข้นแค้นอย่างถึงที่สุด

"พี่… พี่ใหญ่ไม่สบายรึเปล่า?" เด็กหญิงตัวน้อย ชื่อว่า 'เสี่ยวหลาน' วัยสี่ขวบ เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง

"ข้า… ข้าไม่เป็นไร" อิงอิงตอบเสียงแหบพร่า พยายามนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

ภาพความทรงจำที่ไม่ใช่ของนางเองเริ่มไหลทะลักเข้ามาในหัว อิงอิงในร่างนี้มีชื่อเดียวกัน เธอคือ 'อิงอิง' อายุสิบสองปี เด็กหญิงในยุคโบราณที่เพิ่งสูญเสียพ่อแม่ไปจากไข้ป่าเมื่อไม่กี่วันก่อน ด้วยความที่ไม่มีญาติสนิทที่ไหน พ่อแม่ของนางจึงทำพินัยกรรมยกสมบัติเพียงน้อยนิด คือที่นาหนึ่งแปลงและเงินทองเล็กน้อย ให้กับลูกๆ ทั้งสามคน

แต่ญาติห่างๆ ที่เคยไม่สนใจไยดีเมื่อพ่อแม่ของนางมีชีวิต กลับปรากฏตัวขึ้นหลังงานศพ พวกเขากล่าวหาว่าพ่อแม่ของอิงอิงทำพินัยกรรมปลอม บีบบังคับให้นางประทับมือยกที่นาและเงินทั้งหมดให้ พร้อมกับขับไล่เด็กกำพร้าทั้งสามคนออกจากบ้านที่เคยเป็นของพวกเขา

ด้วยความเศร้าเสียใจ หิวโหย และไร้ที่พึ่ง อิงอิงน้อยในร่างนี้ ตัดสินใจเข้าไปเก็บพืชผักในป่าลึกเพื่อประทังชีวิตน้องๆ แต่โชคร้าย เธอพลัดตกลงไปในหุบเขาเล็กๆ หัวกระแทกกับก้อนหินอย่างแรง และนั่นคือจุดจบของอิงอิงคนเก่า… และเป็นจุดเริ่มต้นของอิงอิงจากโลกอนาคต

"พี่ใหญ่… หิว… เสี่ยวหลานหิว" น้องสาววัยสี่ขวบสะอื้น พลางลูบท้องแบนราบของตัวเอง

"ข้า… ข้าก็หิว" 'อาเฉิง' น้องชายวัยหกขวบเสริม พลางมองพี่สาวด้วยดวงตาอ้อนวอน

อิงอิงมองน้องทั้งสองด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความสงสารจับใจ ความรับผิดชอบถาโถมเข้ามา พอก้มมองดูมือเล็กๆ ผอมแห้งของตัวเองอีกครั้ง ชีวิตที่เพิ่งวาดฝันถึงการเกษียณในบ้านสวนแสนสุขเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน พังทลายลงไม่เป็นท่า

แต่ในความสิ้นหวังนั้นเอง สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น…

"ติ๊ง! ระบบสวนเกษตรลอยฟ้ากำลังทำงาน… กำลังเชื่อมต่อกับโฮสต์…"

เสียงอิเล็กทรอนิกส์ใสๆ ดังขึ้นในหัว อิงอิงตาโตเท่าไข่ห่าน ภาพโฮโลแกรมโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้า เป็นหน้าต่างเมนูที่คุ้นตา คล้ายกับเกมทำฟาร์มที่นางเคยเล่นในโลกอนาคต

"ยินดีต้อนรับสู่ระบบสวนเกษตรลอยฟ้า ระดับ 1 ค่ะโฮสต์! คุณมีพื้นที่ปลูกผักเริ่มต้น 1 ตารางจั้ง (ประมาณ 10 ตารางเมตร) พร้อมเมล็ดพันธุ์ผักพื้นฐานและน้ำพุแห่งชีวิตอัตโนมัติ! มาสร้างโลกเกษตรของคุณกันเถอะ!"

อิงอิงกะพริบตาปริบๆ นี่มัน… สวนในฝันที่เธอวางแผนจะเกษียณไปอยู่ไม่ใช่หรือ? เพียงแต่ตอนนี้มันลอยอยู่ในหัวของเธอ และเธอไม่ได้มีแค่ผัก แต่มีน้องๆ อีกสองคนที่กำลังหิวโหยด้วย!

"พี่ใหญ่เป็นอะไรไปเจ้าคะ? ทำไมทำหน้าแปลกๆ?" เสี่ยวหลานถามอย่างใสซื่อ

อิงอิงยิ้มบางๆ พยายามซ่อนความตื่นเต้นและตกใจไว้ภายใต้ใบหน้าซีดเซียว

"เปล่าจ้ะ พี่แค่นึกอะไรสนุกๆ ออก" เธอพูดพร้อมลูบหัวน้องทั้งสองเบาๆ "เราจะไม่อดตายกันแล้ว พี่ใหญ่มีวิธี… มีวิธีที่จะทำให้พวกเรามีข้าวกิน"

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...