โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

AWC วางแผนลงทุนเมื่อพร้อม เน้นเพิ่มคุณค่าโครงการ ปั้นมูลค่าทรัพย์สิน

Amarin TV

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
AWC วางแผน “ลงทุนเมื่อพร้อม” เน้นเพิ่มคุณค่าโครงการที่มีอยู่ 5 ปีมุ่งปั้นสินทรัพย์สู่ 3 แสนล้าน

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะตลาดที่ยังซบเซาส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนไม่เอื้ออำนวย แม้แต่ยักษ์ใหญ่อสังหาริมทรัพย์ของไทยอย่าง AWC หรือ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีมูลค่าทรัพย์สินกว่า 221,357 ล้านบาท ก็ยอมรับว่าจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การลงทุนให้รอบคอบมากขึ้น โดยเน้นการลงทุนเมื่อจังหวะตลาดมีความพร้อม

ตัวอย่างสำคัญคือโปรเจกต์ “ตึกสูง 100 ชั้น” ที่เอเชียทีค ซึ่งขณะนี้ยังต้องประเมินความพร้อมของตลาด และรอเวลาที่เหมาะสมก่อนเดินหน้าลงทุน

เช่นเดียวกับโปรเจกต์ “อควอทีค พัทยา” (Aquatique Pattaya) มูลค่ากว่า 2.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีเป้าหมายยกระดับพัทยาสู่เมืองตากอากาศริมทะเลระดับโลก โดย AWC ได้เปิดโรงแรมหรูในพื้นที่ไปแล้ว เพื่อใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการทดสอบตลาดนักท่องเที่ยว ส่วนแผนการลงทุนระยะต่อไปจะเป็นการทยอยประเมินภาวะตลาด จับจังหวะที่เหมาะสม และเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายสวนน้ำมาตรฐานสากล รวมถึงพื้นที่รีเทลในอนาคต

ในบริบทนี้ นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) ได้เปิดเผยกับทีม SPOTLIGHT ถึงความท้าทายให้ปีนี้ให้ฟังว่า “ปีนี้ต้องจับตาเรื่องราคาต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นที่อาจส่งผลกระทบต่อลูกค้า Commercial กลุ่มลูกค้าที่ AWC ต้องวางกลยุทธ์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพราะต้องมีทั้งนักท่องเที่ยวคุณภาพ และปริมาณนักท่องเที่ยว”

AWC กางแผนทุ่ม 8,000 ล้านบาทลงทุน 5 โครงการในปี 2569

ทั้งนี้ แม้การดำเนินธุรกิจในระยะข้างหน้าจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น แต่AWC ยังคงเดินหน้าลงทุนต่อเนื่องในปี 2569 ด้วยงบลงทุนราว 8,000 ล้านบาท โดยวางแนวทางพัฒนาโครงการแบบค่อยเป็นค่อยไป สอดคล้องกับจังหวะและความพร้อมของตลาด เช่น

  • โรงแรมแฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท มูลค่าโครงการประมาณ 6,000 ล้านบาท ซึ่งเตรียมเปิดให้บริการในเดือนมิถุนายนนี้ โดยในปี 2569 AWC จะใช้งบลงทุนเพิ่มเติมราว 1,000 ล้านบาท
  • โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง เฟส 2 โดยเน้นการพัฒนาพื้นที่ส่วนไลฟ์สไตล์
  • โครงการลานนาทีค กาแล เฟส 1 จังหวัดเชียงใหม่ ที่จะทยอยเปิดทีละโซน โดยเริ่มจากโซนไลฟ์สไตล์ที่ชูศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ควบคู่กับร้านอาหารและเครื่องดื่ม หรือ F&B เพื่อรองรับทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ
  • เอเชียทีค เฟส 2.2 ซึ่งจะมีไฮไลต์สำคัญคือ Blue Ocean Dome ซึ่ง AWC ซื้อมาจากงาน Osaka World Expo 2025 เพื่อนำมาติดตั้งถาวรบนพื้นที่ 1,600 ตารางเมตร บริเวณโซนข้าง Jurassic World โดยตั้งเป้าให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์แห่งใหม่ที่มีความสนุกสนานและดึงดูดนักท่องเที่ยว คาดว่าจะติดตั้งแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ภายในปีนี้
  • โครงการเวิ้งนครเกษม เยาวราช มิกซ์ยูสบนพื้นที่กว่า 14 ไร่ ใจกลางย่านไชน่าทาวน์ มูลค่ากว่า 16,000 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยโรงแรม พาวิลเลียน และศูนย์การค้า โครงการเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2568 และคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งโครงการในปี 2572 โดยสาเหตุที่โครงการนี้ต้องใช้เวลาก่อสร้างนานถึงราว 5 ปี เนื่องจากมีการพัฒนาโครงสร้างชั้นใต้ดินลึกถึง 5 ชั้น ซึ่งเฉพาะงานโครงสร้างส่วนนี้ต้องใช้เวลาประมาณ 3 ปี อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 AWC ตั้งเป้าทยอยเปิดให้บริการโซนแรกบริเวณ ตึกโบราณอนุรักษ์ หรือ Heritage Buildings โดยเน้นร้านอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ

AWC กำไร Q1 นิวไฮกำไร 1,986 ล้านบาท ต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 800 ล้านคน

ขณะเดียวกัน AWC ยังเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ซึ่งสะท้อนถึงโครงสร้างทางการเงินที่ยังแข็งแกร่ง โดยบริษัทมีพอร์ตทรัพย์สินคุณภาพมูลค่า 221,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีจำนวนห้องพักโรงแรมในพอร์ตทั้งหมด 6,834 ห้อง

ในไตรมาสดังกล่าวบริษัทมีรายได้รวม 6,776 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,986 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% และกำไรจากการดำเนินงาน หรือ EBITDA อยู่ที่ 3,531 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3%

ทั้งรายได้รวม กำไรสุทธิ และ EBITDA ต่างทำสถิติสูงสุดใหม่ของบริษัท โดยมีแรงหนุนจากการเติบโตของพอร์ตธุรกิจเดิม การทยอยรับรู้รายได้จากทรัพย์สินใหม่ และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกกลุ่มธุรกิจ ได้แก่

  • กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการเติบโต 12.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากแรงหนุนของดีมานด์นักท่องเที่ยวคุณภาพสูงในจุดหมายปลายทางหลัก โดยรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักของโรงแรมเดิม หรือ Same-store RevPAR ทำระดับสูงสุดใหม่ที่ 5,230 บาทต่อคืน โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่ที่มี RevPAR เติบโต 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการฟื้นตัวของดีมานด์นักท่องเที่ยวคุณภาพสูงอย่างชัดเจน

  • กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มมีรายได้รวม 1,222 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนสำคัญจาก ‘เอ-ญ่า’ รูฟทอป แอท ดิ เอ็มไพร์ ซึ่งสร้างรายได้สูงสุดกว่า 158 ล้านบาทในไตรมาสนี้

  • กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลมีรายได้รวม 2,632 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรจากการดำเนินงาน หรือ BU EBITDA อยู่ที่ 2,239 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% การเติบโตดังกล่าวนำโดยโครงการ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ซึ่งขยายตัวจากการพัฒนาโมเดลประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยว โดยรายได้ค่าเช่าเติบโต 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังได้รับแรงหนุนจากความสำเร็จของโครงการ Jurassic World: The Experience และ SkyFlyers: Wings of Garudapterus ที่ช่วยดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ

นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมา AWC สามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 800 ล้านคน จากหลากหลายภูมิภาคทั่วโลก โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกาและจีนเติบโตกว่า 12% ขณะที่นักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักรเติบโตกว่า 6% เยอรมนีเติบโตกว่า 5% ญี่ปุ่นเติบโตกว่า 4% และนักท่องเที่ยวจากอิสราเอล สิงคโปร์ อินเดีย ออสเตรเลีย และฝรั่งเศส เติบโตกว่า 3%

สำหรับแผนระยะ 5 ปี AWC ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินในพอร์ตโฟลิโอเป็น 300,000 ล้านบาทภายในปี 2573 พร้อมขยายจำนวนห้องพักโรงแรมรวมเป็น 9,312 ห้อง ครอบคลุมโรงแรม 35 แห่ง ภายใต้ 21 แบรนด์ เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาวควบคู่กับมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล

การดำเนินงานดังกล่าวอยู่ภายใต้พันธกิจ “Building Better Future For All” และกรอบแนวคิด 3BETTERs ได้แก่ Better Planet, Better People และ Better Prosperity ซึ่งมุ่งสร้างคุณค่าระยะยาวให้กับเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ล่าสุด AWC ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่ม Top 1% S&P CSA Score จากรายงาน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน พร้อมได้รับคะแนนสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มอุตสาหกรรมโรงแรม รีสอร์ต และเรือสำราญ สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพตามมาตรฐาน ESG ระดับโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...