โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อัยการสหรัฐตัดสินความผิดผู้ต้องหาชาวจีน ฐานเปิด “สถานีตำรวจลับ” ในนิวยอร์ก

เดลินิวส์

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ชายชาวจีนคนหนึ่งในนครนิวยอร์ก ถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาทำหน้าที่เป็นตัวแทนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนของรัฐบาลจีน หลังการพิจารณาคดีตามข้อกล่าวหาของอัยการรัฐบาลกลางสหรัฐที่ว่า เขาดำเนินการ “สถานีตำรวจลับ” ในนามของรัฐบาลปักกิ่ง ในย่านไชน่าทาวน์ของเขตแมนฮัตตัน

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ว่า อัยการรัฐบาลกลางสหรัฐในเขตบรูคลิน กล่าวว่า นายท็อดด์ บลานช์ รักษาการรมว.ยุติธรรมสหรัฐ ควรได้รับแจ้งเตือนว่า นายหลู เจี้ยนหวัง วัย 64 ปี เป็นสายลับของจีน เมื่อเขาเปิดสถานีตำรวจในปี 2565 รวมถึงช่วยเหลือรัฐบาลจีนตามหานักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ที่อาศัยอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียด้วย

หลูถูกจับกุมเมื่อเดือน เม.ย. 2566 ซึ่งเขาปฏิเสธข้อหาความผิดทางอาญา 3 กระทง ได้แก่ การสมคบคิดเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนต่างชาติที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน การทำหน้าที่เป็นตัวแทนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนของจีน และการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม

ทั้งนี้ คณะลูกขุนในศาลรัฐบาลกลางในเขตบรูคลิน สรุปคำตัดสินหลังการพิจารณาคดีนานหนึ่งสัปดาห์ โดยหลูได้รับโทษจำคุกสูงสุด 30 ปี

“ขอให้คำตัดสินในวันนี้ ส่งข้อความไปยังตัวแทนต่างชาติคนอื่น ๆ ว่าสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ยังคงมีความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ ที่จะเปิดเผยและขัดขวางปฏิบัติการลับของประเทศศัตรู” นายเจมส์ บาร์นาเคิล ผู้ช่วยผู้อำนวยการเอฟบีไอ กล่าวในการประกาศคำตัดสิน

ด้านนายจอห์น คาร์แมน ทนายความของหลู กล่าวว่า ลูกความของเขาตกลงที่จะเปิดศูนย์ช่วยเหลือชาวจีนที่ไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศเพื่อต่ออายุเอกสารได้ เนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 แต่หลูไม่ได้รับมอบหมายให้ทำเช่นนั้นจากรัฐบาลจีน

ขณะที่ นายเฉิน จิ้นผิง จำเลยร่วมที่ถูกจับกุมพร้อมกับหลู รับสารภาพเมื่อปี 2567 ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับการทำหน้าที่เป็นตัวแทนชาวจีนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน.

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...