เสียงกระซิบจาก ผบ.ทอ.
แสดงความยินดีกับ 60 นายพลตำรวจ วาระเดือนเมษายน ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าราชการตํารวจให้ดํารงตําแหน่งต่างๆ จํานวน 60 ราย และเรื่องพระราชทานยศตำรวจชั้นนายพล นำโดย พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร. ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.เกษมสันติ อยู่สุขสมบูรณ์ รองผู้บัญชาการศึกษา ดำรงตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานตำรวจ
แห่งชาติ พล.ต.ต.ธรรมนูญ ประยืนยง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ดำรงตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ธรรมศักดิ์ ปิ่นทอง รองผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 6 ดำรงตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ดำรงตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ดำรงตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ดำรงตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นต้น
เตือนกันในช่วงสงกรานต์ บิ๊กราญ-พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศจร.ตร.) แจ้งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2569 มีวันหยุดยาวต่อเนื่องและมีประชาชนเดินทางเป็นจำนวนมาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร จำนวน 3 ฉบับ เพื่อบริหารจัดการจราจร ป้องกันอุบัติเหตุ และอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน โดยมีมาตรการสำคัญ ได้แก่ การห้ามเดินรถในบางเส้นทางสำคัญ อาทิ ถนนสีลม ถนนข้าวสาร, การห้ามจอดรถในบางพื้นที่, การห้ามรถขับเล่นสาดน้ำและรถเครื่องเสียง รวมถึงการกำหนดช่องทางเดินรถพิเศษ (Reversible Lane) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายการจราจร รวมทั้งยังมีมาตรการห้ามรถบรรทุกสิบล้อขึ้นไป เดินรถในบางเส้นทางช่วงวันที่ 10-12 และ 14-16 เม.ย. 2569 เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรหนาแน่น "บิ๊กราญ" ฝากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนเดินทางด้วยความปลอดภัย เคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด และขอให้มีความสุขในช่วงประเพณีปีใหม่ไทย ๐
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งบทเรียน "สีกากี" ต้องเลิก ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม หันมาทำหน้าที่ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" ให้สมเกียรติ สมศักดิ์ศรี กรณีมีผู้เสียหายร้องเรียนพนักงานสอบสวนรายหนึ่งโรงพักม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี เรียกเก็บค่าน้ำมันในการเดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ จนบานปลายมีผู้เสียหายเข้ามาร้องเรียนพฤติกรรมตำรวจนายนี้เพิ่มเติม จน ผู้การอุบล-พล.ต.ต.ปฏิยุทธ สิงห์สมโรจน์ ต้องสั่งการดำเนินการทั้งทางอาญาและทางวินัย โดยคดีอาญาอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนทางวินัยมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง และมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ลงวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ากรณีดังกล่าวมีมูล บิ๊กอรรถ-พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เน้นย้ำ ผบ.ต่าย ได้สั่งการไปยังผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ให้กำกับดูแลอย่างเข้มงวด หากพบการกระทำในลักษณะดังกล่าวให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที รวมทั้งยืนยันเจ้าหน้าที่ตำรวจมีงบประมาณด้านน้ำมันอยู่แล้ว การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดส่วนบุคคล หากพบจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดไม่มีการปกป้อง ๐
นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล หลุดเสียงสะอื้นหนักมากกลางเวทีงานวันกองทัพอากาศ ที่อุทยานการบินกองทัพอากาศ ดอนเมือง เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังจากขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ทิ้งท้ายแบบ "บายฮาร์ต" ต่อเหตุการณ์การสู้รบไทย-กัมพูชาในระลอกที่ 2 โดยเอ่ยถึงเสียงกระซิบของ "ผบ.คิม" พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผบ.ทอ.ที่สร้างความมั่นใจให้กล้าตัดสินใจ "ต้องเรียนว่าผมได้รับคำพูดที่ทำให้เรากล้าตัดสินใจ และสามารถตัดสินใจในสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยของเราเป็นที่เกรงขาม ได้รับชัยชนะในการต่อสู้รักษาบ้านเมืองของเรา…นั่นเป็นเสียงกระซิบของผู้บัญชาการทหารอากาศท่านนี้ ส่วนจะกระซิบว่ายังไงขอเก็บไว้สองคน" กล่าวจบผู้เข้าร่วมงานปรบมือดังกึกก้อง ท่ามกลางความสงสัยว่า "ประโยค" ที่สร้างความมั่นใจนั้นคืออะไร ซึ่งก็เดาเสียงกระซิบที่ว่าไปต่างๆ นานา เช่น “จัดหนัก” “ราบเป็นหน้ากอง” หรือ “ของหนักเพียบ” บ้างก็ว่า “ทอ.หย่อนไข่แม่น” ไม่สร้างความสูญเสียต่อพลเรือนแน่นอน เรียกได้ว่าเป็นโมเมนต์ของการ “วัดใจ” ระหว่างคนสั่งกับผู้ปฏิบัติ แต่ในที่สุดเมื่อปิดจ๊อบแล้วผลสำเร็จเกือบเต็มร้อย “คนสั่ง” ย่อมโล่งใจ และปลื้มใจจนล้นปริ่มกลายเป็นน้ำตาที่คลอเบ้ากลางเวทีในงานคืนนั้น
จากวิกฤตพลังงานผลพวงจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะเกษตรกรที่ต้องแบกรับต้นทุนน้ำมันและปุ๋ยเคมีพุ่งสูงขึ้น "แม่ทัพไก่" พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 สั่งการทันที ให้หน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 1 ใช้ศักยภาพของหน่วยทหารสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่ โดยรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร นำมาแจกจ่ายและประกอบเลี้ยงกำลังพลตามความเหมาะสม เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ลดภาระค่าครองชีพ ตลอดจนลดภาระการขนส่งและพ่อค้าคนกลางได้ในระดับหนึ่ง โดยหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 1 ได้ขานรับนโยบายของแม่ทัพภาคที่ 1 เข้าสนับสนุนผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเข้ารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรโดยตรง นำมาแจกจ่ายกำลังพล ตลอดจนนำไปประกอบเลี้ยงกำลังพล ให้พวกเขาได้บริโภคผักผลไม้สดใหม่และมีคุณภาพอีกด้วย
“กองทัพเรือ” เปิดเผยข้อมูล 11 บริษัทเอกชน ที่มีขีดความสามารถในการต่อเรือฟริเกตสมรรถนะสูงเข้าเสนอรายละเอียดให้คณะกรรมการพิจารณา ที่มี พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการเป็นประธาน โดยใน TOR ดังกล่าว กองทัพเรือได้กำหนดเงื่อนไขการชดเชยทางด้านเศรษฐกิจและการส่งเสริมอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ เช่น สัดส่วนการต่อเรือภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อเรือของไทย สร้างงาน สร้างรายได้ และพัฒนาศักยภาพบุคลากรภายในประเทศ เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดย 11 บริษัทที่มีประสบการณ์ในระดับสากลในการต่อเรือ ประกอบด้วย (สเปน) FINCANTIERI, (อิตาลี) TAIS Shipyards และ ASFAT, (ตุรกี) ST Engineering Marine, (สิงคโปร์) Hanwha Ocean, (สาธารณรัฐเกาหลี) SK Oceanplant และ Hyundai Heavy Industries, (จีน) CSTC และ (รัสเซีย) ROSOBORONEXPORT โดยกำหนดรับข้อเสนอใน 21 เมษายนนี้.