“Brewave” รับอานิสงส์ปลดล็อกคราฟต์เบียร์ชุมชน ผุดโมเดล Kiosk รุกห้างฯ ขยายฐานลูกค้าระดับบน
เมื่อภาครัฐมีนโยบายเปิดกว้างให้ผู้ประกอบการชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อยสามารถผลิต“คราฟต์เบียร์”ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ถือเป็นโอกาสสำคัญทางเศรษฐกิจ ช่วยแจ้งเกิดกลุ่มผู้ผลิตรายย่อยที่พัฒนาเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น และตามมาด้วย การเกิดขึ้นของธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มหรือ “Brewpub”ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มดังกล่าว หนึ่งในนั้นคือ ร้าน “Brewave”
10 เมษายน 2569 ณัฐชัย เตชะวิเชียร หรือคุณเฮงหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท บรูว์เวฟ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร คาเฟ่และคราฟต์เบียร์ แบรนด์“Brewave”(บรูว์เวฟ)เล่าถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจว่า เมื่อประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว ได้รู้จักรุ่นพี่ที่ทำ “คราฟต์เบียร์”และได้ลองชิมเป็นครั้งแรกรสชาติที่แปลกใหม่และไม่เคยสัมผัสมาก่อน ทำให้เกิดความหลงใหลในรสชาติ และเริ่มเรียนรู้การผลิตคราฟต์เบียร์ ซึ่งเปรียบเสมือนการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ต้องอาศัยการชั่ง ตวง วัดและเลือกส่วนผสมอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ก่อนส่งต่อประสบการณ์การดื่มให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลอง
สบช่องปลดล็อกกฎหมายคราฟต์เบียร์ ปั้นแบรนด์ “Brewave” ตอบโจทย์ดีมานด์เครื่องดื่มทางเลือก
คราฟต์เบียร์ของBrewaveเริ่มต้นจากการบอกต่อในกลุ่มเล็ก ๆก่อนขยายวงกว้างเริ่มจากกำลังการผลิตเพียงไม่กี่ลิตรต่อเดือน จนมีผู้สนใจเข้ามาลิ้มลองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงพอต่อความต้องการ
ด้วยกระแสตอบรับที่ดีดังกล่าว ประกอบข้อกำหนดด้านกฎหมายเปิดกว้างนำมาสู่การตัดสินใจเปิดร้านอาหารBrewaveในรูปแบบที่เรียกว่า “Brewpub”เมื่อปี 2564 ตั้งอยู่บนริมถนนกาญจนาภิเษกเป็นพื้นที่นำเสนอทั้งอาหารอร่อย ควบคู่เสิร์ฟเครื่องดื่มคราฟต์เบียร์เพื่อสร้างประสบการณ์การดื่มและรับประทานอาหารให้กับลูกค้าอย่างครบถ้วน
“บรรยากาศการเปิดร้าน Brewaveในวันแรก ถือว่าเกินความคาดหมายอย่างมาก ลูกค้าให้การตอบรับดีกว่าที่คาดไว้ ทุกโต๊ะ ทุกที่นั่ง เต็มไปด้วยผู้คนที่เข้ามาใช้บริการจนแน่นร้าน ทั้งที่แทบไม่ได้ประชาสัมพันธ์หรือโปรโมตล่วงหน้าเลย สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงฐานลูกค้าที่ติดตามและสนับสนุนแบรนด์มาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น” คุณเฮง กล่าว
ปักหมุดกลุ่มเป้าหมาย High-End-Corporate ชู Value Proposition การเป็นพื้นที่ “ชาร์จพลัง” คนทำงาน
ร้านBrewaveวางตำแหน่งลูกค้าไว้ที่ระดับกลางถึงบน โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริหารและพนักงานออฟฟิศในเมือง ที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน สามารถมาใช้เวลาพักผ่อน ชาร์จพลังให้ชีวิต ด้วยการรับประทานอาหารอร่อย กับเครื่องดื่มดีๆ ได้พบปะสังสรรค์ในบรรยากาศที่สบายและดนตรีไพเราะ นอกจากนั้น ยังมีโซนรับรองมาพูดคุยกับลูกค้าก็ได้ เปิดบริการทั้งช่วงกลางวันและช่วงเย็น ส่วนเมนูอาหารมีให้เลือกลิ้มลองหลากหลาย ห้ามพลาด! เมนูดังประจำที่ต้องสั่ง เช่น ปีกไก่ทอดลิ้นเบิร์นไฟ ต้มยำขาหมู และข้าวกระเพราะลิ้นคลุก เป็นต้น
สเกลธุรกิจผ่านระบบ “ครัวกลาง” และโมเดล Multi-Format ครอบคลุมทั้งสแตนด์อโลนและคีออสในห้างฯ
จากจุดเริ่มต้นของBrewave ที่ต้องการนำเสนอคราฟต์เบียร์คุณภาพ อาหารอร่อย และบรรยากาศการนั่งกินดื่มแบบเป็นกันเอง วันนี้ เติบโตและขยายเครือข่ายสาขาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันมีทั้งหมด 11 สาขา ทั้งขยายด้วยตัวเองและเครือข่าย รองรับลูกค้าที่เพิ่มขึ้นในหลากหลายพื้นที่แบ่งเป็น 2 รูปแบบได้แก่ ร้านขนาดใหญ่ โดยมีสาขากาญจนาภิเษก ถือเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการเครือข่ายร้านยกระดับเป็น “ครัวกลาง” สำหรับตรียมซอสและวัตถุดิบหลัก ก่อนกระจายไปยังสาขาต่าง ๆ เพื่อให้ทุกสาขา มีมาตรฐานรสชาติและคุณภาพสม่ำเสมอเหมือนกันทุกแห่ง
นอกจากนั้น ยังเปิดรูปแบบ “คีออส” ในห้างสรรพสินค้า ออกแบบเป็นเคาน์เตอร์ขนาดกะทัดรัด เน้นจำหน่ายสแน็คกินคู่กับเครื่องดื่ม ตอบโจทย์ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในระหว่างการเดินชอปปิ้งในห้างสรรพสินค้า สามารถแวะนั่งพักผ่อน จิบเครื่องดื่ม และใช้เวลาไม่นาน ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้ Brewaveเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น
“เรายึดมุมของผู้บริโภคเป็นหลัก พร้อมสร้างประสบการณ์การขายในแบบที่เป็นมิตรกับผู้บริโภคมากที่สุด เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ชิมก่อนตัดสินใจ เพื่อให้แน่ใจว่าความรู้สึกที่ได้รับตรงกับความชอบจริงๆ” คุณเฮง กล่าวเสริม
ส่วนแผนธุรกิจในอนาคต เตรียมจะแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง รองรับให้บริการลูกค้าได้อย่างกว้างขวาง ควบคู่กับเปิดรับผลิตแบบ OEM พร้อมเปิดให้ผู้สนใจเข้ามาเป็นหุ้นส่วนในการขยายสาขา เพื่อเสริมสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน