รวบหนุ่มชาวเยอรมัน แฮกเกอร์โลก หมายจับ 74 คดี สร้างไวรัสเรียกค่าไถ่
จับหนุ่มเยอรมันวัย 26 ปี ผู้ต้องหาคดีอาชญากรรมไซเบอร์ระดับโลก มีหมายจับ 74 หมายจากยุโรป ฐานสร้างไวรัส Ransomware และแพลตฟอร์ม DDoS-for-Hire สร้างความเสียหายทั่วโลก ก่อนเตรียมส่งตัวดำเนินคดีที่เยอรมนี
จากกรณี พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม./ผอ.ศปอส.สตม.พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช..สตม.พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.ศ.ช่วยราชการ บช.สตม./ รอง ผอ.ศปอส.ได้สั่งทุกหน่วยใน สตม.เพิ่มความเข้มข้นตรวจสอบคนต่างด้าวทั่วประเทศ ที่อาจจะมีคนต่างชาติแฝงตัวหลบหนีคดีจากต่างประเทศ คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บุคคลตามหมายจับที่ตำรวจสากล หรือฝ่ายความมั่นคงต่างประเทศร้องขอ เข้ามาก่อเหตุความไม่สงบเรียบร้อยในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด" Turn Back Crimes " โดยให้มีการประสานงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงระหว่างประเทศ ตำรวจสากลระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องนั้น
ล่าสุด วันที่ 10 เม.ย.69 ที่ บก.สตม.พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม. ได้สั่งการมอบหมาย พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม.และ พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.ฯ ช่วยราชการ บก.สส.สตม.ควบคุมการปฎิบัติ ร่วมกับชุดสืบสวน กก.2 บก.สส.สตม. บก.สอท.1 บช.สอท.เข้าตรวจค้นคอนโดในซอยทองหล่อ 25 แขวงคลองตัน เขตวัฒนา กรุงเทพมหานครฯ เพื่อติดตามเพิกถอนการอยู่ในราชอาณาจักรของ นายโนอา อายุ 26 ปี สัญชาติเยอรมัน ซึ่งมีหมายจับของหน่วยความมั่นคงของสาธารณรัฐเยอรมันและสหภาพยุโรปรวม74หมาย เหตุเกิดห้วงปี 2021-2025 สร้างความเสียหายทั่วดลก นายโนอา สร้างเวปไวรัส Ramsomware เรียกค่าไถ่รูป แบบ CaaS(Cybercrime-as-a-Service)DDoS-for-Hire สร้างแพลทฟอร์ม "Fluxstress" และ "Neldowner และแพลทฟอร์มอื่นๆ อำนวยความสะดวกและส่งเสริมการกระทำที่ผิดกฏทางไชเบอร์ รับจ้างการยิง DDos ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นไม่สามารถทำงานได้ เป็นอาชญากรรมทางไซเบอร์ เปิดบริษัทให้บริการ โดยลูกค้าทั่วโลกจ่ายเงินเป็นคริปโตและสกุลดิจิตอลอื่นๆ แล้วรับจ้างไปถล่มเว็บไซต์ตามว่าจ้างให้เว็บไซต์เหล่านั้นไม่พร้อมใช้งาน (ล่ม) สหภาพยุโรปและศาลของประเทศเยอรมันได้ออกหมายจับเพื่อดำเนินคดี นายโนอา จำนวน 74 หมาย และได้หลบหนีไปอาศัยอยู่หลายประเทศ อาทิ ดูไบ จีน และอื่นๆ
บก.สส.สตม.ได้รับการประสานให้ติดตาม เมื่อพบตัวและเพิกถอนด้วยเหตุ "มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชนหรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศได้ออกหมายจับ" โดยพฤติการณ์ดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักร ตาม ม.12(7) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมืองพ.ศ.2522 กก.2 บก.สส.สตม.นำโดย พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีอ่อน ผกก.ฯและเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ทำการสืบสวนและติดตามตัวบุคคลตามหนังสือแจ้งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของนายโนอา ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2569 โดยต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ทำการสืบสวนจนทราบว่า นายโนอา ได้มาพักอาศัยอยู่ที่คอนโดในซอยทองหล่อ 25กรุงเทพฯ ลงพื้นที่ไปยังคอนโดดังกล่าวและได้ประสาน บก.สอท.1 ร่วมตรวจค้น เก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติมว่า มีการทำธุรกรรมทางคอมพิวเตอร์หรือก่อเหตุเพิ่มเติม ในประเทศไทยหรือไม่ เจ้าหน้าที่พบตัวนายโนอา พักอยู่คอนโดข้างต้นจริง เจ้าหน้าที่สืบสวนจึงได้แสดงตัวพร้อมแสดงหนังสือเพิกถอนแจ้งการเพิกถอนการอนุญาตฯ ต่อมาได้ดำเนินการแจ้งสิทธิให้ทราบตามกฏหมาย
เบื้องต้น นายโนอา ให้การว่าตนเข้าใจรายละเอียดตามเอกสารเป็นอย่างดี จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ควบคุมตัวนำส่ง กก.3 บก.สส.สตม. ดำเนินคดีตามกฎหมาย เตรียมการณ์ส่งตัวให้สาธารณรัฐเยอรมัน ต่อไป