12 เมษายน ครบรอบ 65 ปี ยูริ กาการิน เป็นตัวแทนมนุษยชาติในการเดินทางสู่อวกาศเป็นครั้งแรก
ก่อนที่อะพอลโล 11 (Apollo 11) จะถูกขึ้นไปสำรวจดวงจันทร์ในอีก 8 ปีต่อมา ยานวอสต็อก 1 (Vostok 1) ได้พา ยูริ กาการิน (Yuri Gagarin) ขึ้นสู่อวกาศเป็นครั้งแรกใน ปี 1961 นับว่าเป็นก้าวสำคัญของมนุษยชาติในการออกไปสำรวจเพื่อขยายขอบเขตการเรียนรู้ธรรมชาติของโลกและจักรวาล อย่างไรก็ตาม การพัฒนาศักยภาพของมนุษย์จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีสิ่งที่เรียกว่า สงครามเย็น (Cold War) ระหว่างประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต ที่มีการแข่งขันว่าใครจะมหาอำนาจอย่างแท้จริงผ่านเทคโนโลยี การเมือง และเศรษฐกิจ
ภารกิจนี้เป็นภารกิจที่สำคัญของทั้งสองฝ่าย แม้ว่าเราอาจชาชินกับศักยภาพทางทหารและอาวุธของสหรัฐอเมริกา แต่สหภาพโซเวียตนั้นมีข้อได้เปรียบมาก่อนในเรื่องของการสร้างจรวดที่มีขนาดใหญ่ และมีประสิทธิภาพมากพอในการส่งมนุษย์ขึ้นไปอวกาศได้ แต่ทั้งนี้ต้องขอบคุณวิศวกรอย่าง เซียร์เกย์ โคโรเลฟ (Sergei Korolev) และความโชคดีที่เขาได้รับการสนับสนุนโปรเจกต์จากรัฐบาลโดยไม่จำเป็นต้องปรึกษาหารือเพื่ออนุมัติงบประมาณอะไรใด ๆ และไม่จำเป็นต้องห่วงเรื่องภาพพจน์ หากเกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมอะไรก็ตาม เพราะโปรเจกต์เป็นความลับสุดยอดที่ประชาชนไม่มีทางรู้ได้
ก่อนหน้านี้ สหภาพโซเวียตเองก็สามารถทำภารกิจนำดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศได้สำเร็จ และสร้างความสะพรึงกลัวให้กับสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมากในปี 1957 ความสำเร็จนี้ทำให้สหภาพมีความฮึกเหิม และมุ่งมั่นกับโปรเจกต์ส่งมนุษย์ขึ้นอวกาศอยู่พอสมควร พวกเขาจึงเริ่มจากส่งสิ่งมีชีวิตอื่นขึ้นก่อนด้วยสุนัขจรจัดชื่อว่า ไลก้า (Laika) และอย่างที่หลายคนน่าจะทราบกันดีว่ามันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ไลก้านั้นไม่สามารถหวนคืนกลับสู่โลกได้ เนื่องจากอุณหภูมิที่ขึ้นสูงระหว่างส่งขึ้นชั้นบรรยากาศ ทำให้ไลก้าเกิดอาการฮีตสโตรกจนจบชีวิตในยานที่คับแคบ สหภาพไม่ยอมปล่อยให้ภาพพจน์ตัวเองย่ำแย่ จึงประกาศแก่สาธารณชนว่าไลก้าขาดอากาศหายใจเพื่อให้รู้สึกมีมนุษยธรรม
ทางฝั่งของสหรัฐอเมริกาก็เร่งหาวิธีการสร้างจรวดที่มีกำลังมากพอเพื่อส่งมนุษย์ขึ้นไปเพื่อแซงหน้าสหภาพโซเวียต แต่ เวิร์นเฮอ ฟอน บราวน์ (Wernher von Braun) หัวหน้าวิศวกรจรวด กังวลว่าจรวด Redstone จะมีปัญหา จึงขอให้มีการทดสอบครั้งสุดท้ายด้วยการส่งลิงชิมแปนซีชื่อว่า แฮม (Ham) เพื่อทดสอบระบบรองรับชีวิต ทำให้เวลาส่งตัว อลัน เชฟพาร์ด (Alan Shepard) ขึ้นสู่อวกาศถูกเลื่อนออกไปเป็นช่วงเดือนพฤษภาคม 1961
ฝั่งสหภาพโซเวียตพอทราบข่าวว่าสหรัฐใกล้จะประสบความสำเร็จแล้ว ใช้ระยะเวลาอันสั้นนี้ เสี่ยงทุกอย่างทั้งปวง และส่งกาการินขึ้นสู่อวกาศทันทีในวันที่ 12 เมษายน ตามด้วย เชฟพาร์ด จากสหรัฐอเมริกาในวันที่ 5 พฤษภาคม ช้ากว่าสหภาพไป 23 วัน
ยูริ กาการิน นั่งอยู่บนยานที่มีชื่อว่าวอสต็อก 1 โดยปล่อยออกจากสถานีเวลา 9 โมงเช้า 7 นาที ที่ไบคานูร์ คอสโมโดรเม (Baikanur Cosmodrome) กาการินได้เอ่ยคำว่า “Poyekhali!” (ปาเยฮาลี!) แปลว่า “ลุยกันเลย” ภายหลังกลายเป็นคำที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์แรกเริ่มของเทคโนโลยีอวกาศ
ภารกิจวอสต็อก 1 ใช้เวลาทั้งหมด 108 นาที สามารถอยู่บนวงโคจรครบหนึ่งรอบ เหนือพื้นดินถึง 327 กิโลเมตร ตลอดเวลาภารกิจ เขาได้รายงานว่าได้สัมผัสสภาพไร้น้ำหนัก เห็นความโค้งของโลกเป็นคนแรกของโลก และกล่าวว่าโลกนั้นช่างสวยงามมาก ราวกับถูกห้อมล้อมด้วยรัศมีสีฟ้า การเดินทางครั้งนั้นเป็นการเดินทางที่เรียบง่าย แต่ท้าทาย หากจะเรียกกาการินว่าเป็นนักบินก็คงไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะระบบยานนั้นถูกควบคุมจากพื้นโลก เขาจึงเป็นเหมือนผู้โดยสารที่ถูกส่งออกไปเท่านั้น
ทีนี้มาถึงจุดที่น่ากลัวที่สุดของภารกิจคือการกลับสู่พื้นโลก หลังจากที่กาการินโคจรโลกครบหนึ่งครั้ง ยานวอยสต็อกได้ทำการบินอยู่เหนือทวีปแอฟริกา และให้ทีมงานปล่อยเชื้อเพลิงนาน 42 วินาทีเพื่อทำให้ยานชะลอและช้าลงมากพอที่แรงโน้มถ่วงโลกจะดึงยานกลับลงมาเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ
ยานวอยสต็อกประกอบด้วยสองส่วน คือส่วนวงกลม descent module (บริเวณที่กาการินนั่ง) กับส่วนรูปทรงกรวยที่เป็น service module (ส่วนของจรวด) ตอนที่ยานเข้าสู่ส่วนที่หนาที่สุดของชั้นบรรยากาศ ทั้งสองส่วนนี้ควรปล่อยแยกออกจากกัน ปรากฏว่าพอทำการปล่อยออก ส่วนกรวยของยานนั้นติดอยู่กับสายที่เชื่อมกับส่วนที่กาการินนั่ง ด้วยน้ำหนักที่ถ่วงไว้ ทำให้เกิดการหมุนกลางอากาศ กาการินต้องประสบกับแรง G ระดับ 10 เขาเล่าให้ฟังว่ามันหมุนเร็วและแรงราวกับนักเต้นบัลเลต์ สายตาเขาเริ่มเบลอจากการเข้าใกล้อาการสลบจากแรง G โชคดีที่แรงเสียดทานของชั้นบรรยากาศทำให้สายที่ยึดกับอีกส่วนละลายไป ทำให้ห้องนักบินหยุดหมุน กลับคืนสู่สมดุลได้
ส่วนยานทรงกลมดิ่งสู่พื้นโลกราวกับอุกกาบาต ภายนอกของยานเต็มไปด้วยไฟที่ห่อหุ้ม อุณหภูมิพุ่งกระฉูด กาการินได้ยินเสียงสั่นของยานเหมือนทุกอย่างจะหลุดออกจากกันตลอดเวลา พอถึงระยะที่ 7 กิโลเมตรก่อนถึงพื้นโลก กาการินดีดตัวออกจากยาน แล้วกางร่มชูชีพขนาดใหญ่ ก่อนจะลงบนพื้นโลกได้สำเร็จและปลอดภัยบริเวณใกล้กับแม่น้ำวอลกา ในพื้นที่ของสหภาพโซเวียต
กาการินถูกยกย่องให้เป็นบุคคลล้ำค่าของสหภาพ ด้วยเหตุนี้เขาจึงโดนแบนห้ามทำภารกิจบนอวกาศต่อเพราะกลัวเสี่ยงเสียชีวิต แต่ถึงกระนั้นเขาก็เสียชีวิตอย่างไม่มีใครคาดคิดในวัย 34 ปี ระหว่างฝึกซ้อมบินเครื่องบิน MiG-15UTI โดยคาดว่าเกิดจากข้อมูลสภาพอากาศที่ไม่อัปเดตจากห้องบังคับการ
แม้ว่า ยูริ กาการิน จะปฏิบัติภารกิจในยามสงครามเย็นที่ต่างคนต่างห้ำหั่นกันด้วยเทคโนโลยีโดยไม่สนใจเรื่องความปลอดภัยเป็นที่ตั้ง แต่อย่างไรก็ตาม เขากลายเป็นสัญลักษณ์และตัวแทนของมนุษยชาติคนแรกที่ออกไปเยือนอวกาศ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกคนว่ามนุษย์สามารถทำอะไรได้ และทำอะไรได้อีกบ้างในอนาคต เป็นก้าวเล็กๆ แต่สลักสำคัญ ทำให้เราได้พบกับความงดงามของธรรมชาติ พร้อมทั้งสัมผัสกับความน่าสะพรึงของจักรวาลไปในเวลาเดียวกัน
บทความต้นฉบับได้ที่ : 12 เมษายน ครบรอบ 65 ปี ยูริ กาการิน เป็นตัวแทนมนุษยชาติในการเดินทางสู่อวกาศเป็นครั้งแรก
บทความที่เกี่ยวข้อง
- จากอักขระโบราณ สู่จิตวิญญาณแบบงานคราฟต์ระดับโลก ทำไม ‘เอ็ด ชีแรน’ ถึงเลือกมาสักยันต์ที่เมืองไทย
- คู่มือทำความเข้าใจความตายที่ใกล้เข้ามาถึง จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง ที่จะทำให้คุณรู้ว่า ‘การมีชีวิตนั้นล้ำค่ายิ่ง’
- ประเทศเล็ก บทเรียนใหญ่ เมื่ออุรุกวัยสามารถใช้พลังงานหมุนเวียนได้ถึง 99% เรียนรู้ความสำเร็จในการสร้างอธิปไตยทางพลังงาน ด้วยความกล้าปลดแอกทุนน้ำมัน
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath