โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

12 เมษายน ครบรอบ 65 ปี ยูริ กาการิน เป็นตัวแทนมนุษยชาติในการเดินทางสู่อวกาศเป็นครั้งแรก

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ก่อนที่อะพอลโล 11 (Apollo 11) จะถูกขึ้นไปสำรวจดวงจันทร์ในอีก 8 ปีต่อมา ยานวอสต็อก 1 (Vostok 1) ได้พา ยูริ กาการิน (Yuri Gagarin) ขึ้นสู่อวกาศเป็นครั้งแรกใน ปี 1961 นับว่าเป็นก้าวสำคัญของมนุษยชาติในการออกไปสำรวจเพื่อขยายขอบเขตการเรียนรู้ธรรมชาติของโลกและจักรวาล อย่างไรก็ตาม การพัฒนาศักยภาพของมนุษย์จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีสิ่งที่เรียกว่า สงครามเย็น (Cold War) ระหว่างประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต ที่มีการแข่งขันว่าใครจะมหาอำนาจอย่างแท้จริงผ่านเทคโนโลยี การเมือง และเศรษฐกิจ

ภารกิจนี้เป็นภารกิจที่สำคัญของทั้งสองฝ่าย แม้ว่าเราอาจชาชินกับศักยภาพทางทหารและอาวุธของสหรัฐอเมริกา แต่สหภาพโซเวียตนั้นมีข้อได้เปรียบมาก่อนในเรื่องของการสร้างจรวดที่มีขนาดใหญ่ และมีประสิทธิภาพมากพอในการส่งมนุษย์ขึ้นไปอวกาศได้ แต่ทั้งนี้ต้องขอบคุณวิศวกรอย่าง เซียร์เกย์ โคโรเลฟ (Sergei Korolev) และความโชคดีที่เขาได้รับการสนับสนุนโปรเจกต์จากรัฐบาลโดยไม่จำเป็นต้องปรึกษาหารือเพื่ออนุมัติงบประมาณอะไรใด ๆ และไม่จำเป็นต้องห่วงเรื่องภาพพจน์ หากเกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมอะไรก็ตาม เพราะโปรเจกต์เป็นความลับสุดยอดที่ประชาชนไม่มีทางรู้ได้

ก่อนหน้านี้ สหภาพโซเวียตเองก็สามารถทำภารกิจนำดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศได้สำเร็จ และสร้างความสะพรึงกลัวให้กับสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมากในปี 1957 ความสำเร็จนี้ทำให้สหภาพมีความฮึกเหิม และมุ่งมั่นกับโปรเจกต์ส่งมนุษย์ขึ้นอวกาศอยู่พอสมควร พวกเขาจึงเริ่มจากส่งสิ่งมีชีวิตอื่นขึ้นก่อนด้วยสุนัขจรจัดชื่อว่า ไลก้า (Laika) และอย่างที่หลายคนน่าจะทราบกันดีว่ามันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ไลก้านั้นไม่สามารถหวนคืนกลับสู่โลกได้ เนื่องจากอุณหภูมิที่ขึ้นสูงระหว่างส่งขึ้นชั้นบรรยากาศ ทำให้ไลก้าเกิดอาการฮีตสโตรกจนจบชีวิตในยานที่คับแคบ สหภาพไม่ยอมปล่อยให้ภาพพจน์ตัวเองย่ำแย่ จึงประกาศแก่สาธารณชนว่าไลก้าขาดอากาศหายใจเพื่อให้รู้สึกมีมนุษยธรรม

ทางฝั่งของสหรัฐอเมริกาก็เร่งหาวิธีการสร้างจรวดที่มีกำลังมากพอเพื่อส่งมนุษย์ขึ้นไปเพื่อแซงหน้าสหภาพโซเวียต แต่ เวิร์นเฮอ ฟอน บราวน์ (Wernher von Braun) หัวหน้าวิศวกรจรวด กังวลว่าจรวด Redstone จะมีปัญหา จึงขอให้มีการทดสอบครั้งสุดท้ายด้วยการส่งลิงชิมแปนซีชื่อว่า แฮม (Ham) เพื่อทดสอบระบบรองรับชีวิต ทำให้เวลาส่งตัว อลัน เชฟพาร์ด (Alan Shepard) ขึ้นสู่อวกาศถูกเลื่อนออกไปเป็นช่วงเดือนพฤษภาคม 1961

ฝั่งสหภาพโซเวียตพอทราบข่าวว่าสหรัฐใกล้จะประสบความสำเร็จแล้ว ใช้ระยะเวลาอันสั้นนี้ เสี่ยงทุกอย่างทั้งปวง และส่งกาการินขึ้นสู่อวกาศทันทีในวันที่ 12 เมษายน ตามด้วย เชฟพาร์ด จากสหรัฐอเมริกาในวันที่ 5 พฤษภาคม ช้ากว่าสหภาพไป 23 วัน

ยูริ กาการิน นั่งอยู่บนยานที่มีชื่อว่าวอสต็อก 1 โดยปล่อยออกจากสถานีเวลา 9 โมงเช้า 7 นาที ที่ไบคานูร์ คอสโมโดรเม (Baikanur Cosmodrome) กาการินได้เอ่ยคำว่า “Poyekhali!” (ปาเยฮาลี!) แปลว่า “ลุยกันเลย” ภายหลังกลายเป็นคำที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์แรกเริ่มของเทคโนโลยีอวกาศ

ภารกิจวอสต็อก 1 ใช้เวลาทั้งหมด 108 นาที สามารถอยู่บนวงโคจรครบหนึ่งรอบ เหนือพื้นดินถึง 327 กิโลเมตร ตลอดเวลาภารกิจ เขาได้รายงานว่าได้สัมผัสสภาพไร้น้ำหนัก เห็นความโค้งของโลกเป็นคนแรกของโลก และกล่าวว่าโลกนั้นช่างสวยงามมาก ราวกับถูกห้อมล้อมด้วยรัศมีสีฟ้า การเดินทางครั้งนั้นเป็นการเดินทางที่เรียบง่าย แต่ท้าทาย หากจะเรียกกาการินว่าเป็นนักบินก็คงไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะระบบยานนั้นถูกควบคุมจากพื้นโลก เขาจึงเป็นเหมือนผู้โดยสารที่ถูกส่งออกไปเท่านั้น

ทีนี้มาถึงจุดที่น่ากลัวที่สุดของภารกิจคือการกลับสู่พื้นโลก หลังจากที่กาการินโคจรโลกครบหนึ่งครั้ง ยานวอยสต็อกได้ทำการบินอยู่เหนือทวีปแอฟริกา และให้ทีมงานปล่อยเชื้อเพลิงนาน 42 วินาทีเพื่อทำให้ยานชะลอและช้าลงมากพอที่แรงโน้มถ่วงโลกจะดึงยานกลับลงมาเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ

ยานวอยสต็อกประกอบด้วยสองส่วน คือส่วนวงกลม descent module (บริเวณที่กาการินนั่ง) กับส่วนรูปทรงกรวยที่เป็น service module (ส่วนของจรวด) ตอนที่ยานเข้าสู่ส่วนที่หนาที่สุดของชั้นบรรยากาศ ทั้งสองส่วนนี้ควรปล่อยแยกออกจากกัน ปรากฏว่าพอทำการปล่อยออก ส่วนกรวยของยานนั้นติดอยู่กับสายที่เชื่อมกับส่วนที่กาการินนั่ง ด้วยน้ำหนักที่ถ่วงไว้ ทำให้เกิดการหมุนกลางอากาศ กาการินต้องประสบกับแรง G ระดับ 10 เขาเล่าให้ฟังว่ามันหมุนเร็วและแรงราวกับนักเต้นบัลเลต์ สายตาเขาเริ่มเบลอจากการเข้าใกล้อาการสลบจากแรง G โชคดีที่แรงเสียดทานของชั้นบรรยากาศทำให้สายที่ยึดกับอีกส่วนละลายไป ทำให้ห้องนักบินหยุดหมุน กลับคืนสู่สมดุลได้

ส่วนยานทรงกลมดิ่งสู่พื้นโลกราวกับอุกกาบาต ภายนอกของยานเต็มไปด้วยไฟที่ห่อหุ้ม อุณหภูมิพุ่งกระฉูด กาการินได้ยินเสียงสั่นของยานเหมือนทุกอย่างจะหลุดออกจากกันตลอดเวลา พอถึงระยะที่ 7 กิโลเมตรก่อนถึงพื้นโลก กาการินดีดตัวออกจากยาน แล้วกางร่มชูชีพขนาดใหญ่ ก่อนจะลงบนพื้นโลกได้สำเร็จและปลอดภัยบริเวณใกล้กับแม่น้ำวอลกา ในพื้นที่ของสหภาพโซเวียต

กาการินถูกยกย่องให้เป็นบุคคลล้ำค่าของสหภาพ ด้วยเหตุนี้เขาจึงโดนแบนห้ามทำภารกิจบนอวกาศต่อเพราะกลัวเสี่ยงเสียชีวิต แต่ถึงกระนั้นเขาก็เสียชีวิตอย่างไม่มีใครคาดคิดในวัย 34 ปี ระหว่างฝึกซ้อมบินเครื่องบิน MiG-15UTI โดยคาดว่าเกิดจากข้อมูลสภาพอากาศที่ไม่อัปเดตจากห้องบังคับการ

แม้ว่า ยูริ กาการิน จะปฏิบัติภารกิจในยามสงครามเย็นที่ต่างคนต่างห้ำหั่นกันด้วยเทคโนโลยีโดยไม่สนใจเรื่องความปลอดภัยเป็นที่ตั้ง แต่อย่างไรก็ตาม เขากลายเป็นสัญลักษณ์และตัวแทนของมนุษยชาติคนแรกที่ออกไปเยือนอวกาศ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกคนว่ามนุษย์สามารถทำอะไรได้ และทำอะไรได้อีกบ้างในอนาคต เป็นก้าวเล็กๆ แต่สลักสำคัญ ทำให้เราได้พบกับความงดงามของธรรมชาติ พร้อมทั้งสัมผัสกับความน่าสะพรึงของจักรวาลไปในเวลาเดียวกัน

บทความต้นฉบับได้ที่ : 12 เมษายน ครบรอบ 65 ปี ยูริ กาการิน เป็นตัวแทนมนุษยชาติในการเดินทางสู่อวกาศเป็นครั้งแรก

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...