โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

มาตรการบังคับ 'แก้วิกฤตน้ำมัน' จาก จอมพล ป.-ทักษิณ ถึง อนุทิน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คอลัมน์ : Politics policy people forum

ราคาพลังงานกลายเป็น ภาระหนักทางการเมืองของรัฐบาลอนุทิน 2 คะแนนนิยมรัฐบาลดิ่งลงตั้งแต่ยังไม่เข้าสู่อำนาจเต็มรูปแบบ

จากสภาวะอันไม่ปกติที่วิกฤตพลังงานกลายเป็นวิกฤตปากท้อง จึงเป็นดัชนีชี้วัดความสามารถของ “อนุทิน” และ 3 รัฐมนตรีคนนอก ที่เคยเป็นตัวชูโรงเรียกคะแนนให้กับพรรคภูมิใจไทยช่วงหาเสียงเลือกตั้ง จะฝ่าวิกฤตไปได้หรือไม่

“อนุทิน” ส่งสัญญาณถึงประชาชน หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เมื่อ 6 เมษายนว่า

สถานการณ์ความขัดแย้งยังทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ยกระดับการโจมตีทั้งแหล่งผลิต โรงกลั่นน้ำมัน คลังน้ำมัน และระบบขนส่งน้ำมัน รวมถึงก๊าซธรรมชาติทั่วภูมิภาค เมื่อเป็นเช่นนี้ในอนาคตเหตุการณ์อาจจะยุติลง แต่โครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ในการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในภูมิภาคนี้ก็ยังคงใช้เวลาในการฟื้นฟูให้กลับมาเป็นปกติ ดังนั้น ราคาของพลังงานและการขาดแคลนปิโตรเคมีก็จะยังคงดำรงอยู่อีกระยะหนึ่ง

ข้อเท็จจริงประการสำคัญที่รัฐบาลต้องนำเรียนกับประชาชนตามตรงแม้รัฐบาลจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติ แต่ปริมาณของน้ำมันและก๊าซที่หายไปจากแหล่งตะวันออกกลางทำให้มีความยากลำบากมากขึ้นในการหาน้ำมันและก๊าซจากแหล่งอื่น รัฐบาลเลือกที่จะแถลงข้อเท็จจริงนี้ต่อประชาชน เพื่อให้เกิดความเข้าใจและพร้อมปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่อไป

เรากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตที่ส่งผลกระทบระดับโลก เรายอมรับความจริงและจะปรับเปลี่ยน เพื่อให้ผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ ความสามัคคี ความร่วมมือของคนในชาติเป็นต้นทุนทางสังคมที่สำคัญที่สุดในยามนี้

เชื่อว่าประชาชนชาวไทยทุกคนจะให้ความร่วมมือกับรัฐบาล และเราจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกันและอยู่กับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนี้ได้อย่างมั่นคง

อำนาจ พ.ร.ก.คุมพลังงาน

หนึ่งในทางแก้วิกฤตของรัฐบาลอนุทิน คือการงัดพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง 2516 ซึ่งมีการใช้ครั้งแรกในยุค “สัญญา ธรรมศักดิ์” เป็นนายกรัฐมนตรี โดยรัฐบาลอนุทินนำมาใช้แก้ปัญหาราคาน้ำมัน หั่นราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นทันที 2 บาท

หัวใจสำคัญอยู่ในมาตรา 3 เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขและป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง นายกรัฐมนตรีมีอำนาจออกคำสั่งเพื่อกำหนดมาตรการเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ อาทิ เกี่ยวกับการผลิต จำหน่ายขนส่งนำเข้า ไปจนถึง กำหนดเวลาเปิด-ปิดปั๊มน้ำมัน โรงมหรสพโรงภาพยนตร์ สถานบริการ ภัตตาคาร หรือสถานบันเทิงอื่น ๆ

กำหนดวันเวลาและเงื่อนไขในการใช้ยานพาหนะ ไม่ว่าจะเป็นยานพาหนะที่ใช้ในกิจการสาธารณะหรือยานพาหนะส่วนบุคคล การใช้พลังงานไฟฟ้าในอาคาร ในการโฆษณาและในสถานที่อื่น ๆ

ส่วนบทลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนคำสั่งของนายกรัฐมนตรี หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีซึ่งสั่งตามมาตรา 3 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จากคำยืนยันของ “อนุทิน” – “ปกรณ์ นิลประพันธ์” รองนายกฯ และ “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” รมว.พลังงาน ระบุตรงกันว่าหลังสงกรานต์ 20 เมษายน จะมีมาตรการปิดปั๊มน้ำมัน ช่วงเวลา 22.00-05.00 น. และอาจจะมีมาตรการกำหนดเวลาเปิด-ปิดห้างสรรพสินค้า เพื่อประหยัดพลังงานของประเทศ

ยุคจอมพล ป.ปันส่วนน้ำมัน

ทว่าในประวัติศาสตร์ไทยเคยเกิดวิกฤตที่ได้รับผลกระทบจากการเข้าสู่สงครามโดยตรง และผลกระทบจากสงครามในภูมิภาคต่าง ๆ หลายครั้ง

ในยุครัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม ไทยต้องนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ เมื่อทั่วโลกกำลังห้ำหั่นกันในสมรภูมิ สงครามโลกครั้งที่ 2 และ “น้ำมัน” ก็กลายเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนยุทโธปกรณ์ ดังนั้น ไทยจึงประสบภาวะขาดแคลนน้ำมัน ในช่วง 2483 รัฐบาลมีการออกพระราชบัญญัติปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับ ราชการทหารและองค์การในการควบคุมของราชการทหาร ราชการพลเรือน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สาธารณูปโภคของประชาชน อุตสาหกรรมและพาณิชย์ของเอกชน องค์การศึกษา นายแพทย์ สัตวแพทย์ ผู้จำหน่ายอาหาร และทำการผลิตอาหาร โดยมีคณะกรรมการที่มีนายกฯ เป็นประธาน มีอำนาจการซื้อ-ขายน้ำมัน และปันส่วนน้ำมัน

กระทรวงกลาโหมจึงออกแถลงการณ์เพื่อชี้แจงให้กับประชาชนทราบ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนกและไม่ให้หลงเชื่อถ้อยคำหลอกลวง ของผู้ที่ใช้กฎหมายฉบับนี้ค้ากำไร

พระราชบัญญัตินี้เป็นกฎหมายที่กำหนดให้แบ่งปันน้ำมันเชื้อเพลิงกันใช้ในเมื่อมีอุปสรรคในการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงเกิดขึ้น วิธีแบ่งบันกันใช้นี้คือคำนึงถึงความสำคัญและความจำเป็นขององค์การต่าง ๆ องค์การใดมีความสำคัญและความจำเป็นต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงก็ต้องได้น้ำมันเชื้อเพลิงใช้ตามสมควรแก่ความสำคัญและความจำเป็นนั้น ๆ องค์การใดที่ไม่สำคัญและไม่จำเป็นก็ตัดการใช้ให้น้อยลงไป เพื่อให้มีน้ำมันเชื้อเพลิงใช้กันได้โดยทั่วไปในประเทศ

พร้อมกับประกาศให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก “ในขณะนี้การจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงมาใช้ในประเทศยังมิได้อยู่ในฐานะที่ลำบากประการใด แต่สถานการณ์ของโลกปัจจุบันอาจทำให้การจัดหาน้ำมันเชื้อเพลงประสบอุปสรรคขึ้นในเวลาใดเวลาหนึ่ง ฉะนั้นต้องเตรียมตัวไว้ให้พรักพร้อมก่อน”

ที่มา พ.ร.ก.เคอร์ฟิวปิดปั๊มน้ำมัน

ข้ามสู่ช่วงปลายยุคจอมพลถนอม กิตติขจร ต่อเนื่องต้นรัฐบาลสัญญา ธรรมศักดิ์ เกิดความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มประเทศอาหรับ ที่หลายประเทศเป็นสมาชิกกลุ่ม OPEC จึงใช้น้ำมันเป็นเครื่องมือบีบให้อิสราเอลถอนทหารจากดินแดนปาเลสไตน์ โดยลดกำลังผลิตร้อยละ 5 ต่อเดือน จนกว่าอิสราเอลจะยอมทำตามข้อเรียกร้อง ไทยในฐานะที่พึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางจึงได้รับผลกระทบ ราคาขายปลีกน้ำมันแพงขึ้นกว่า 15%

ผลกระทบขยายวงกว้างไปถึงปากท้องของประชาชน เมื่อข้าวของแพงขึ้น เงินเฟ้อ รัฐบาลต้องออกมาตรการประหยัดพลังงาน ผ่านพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวการณ์ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 ในยุครัฐบาลสัญญา ธรรมศักดิ์ เพื่อควบคุมราคาน้ำมัน ปันส่วนน้ำมัน ประหยัดไฟ ด้วยการกำหนดเวลาเปิด-ปิดโรงภาพยนตร์ สถานบันเทิง

สำหรับเหตุผลในการใช้ได้ระบุในตอนท้าย พ.ร.ก.ว่า โดยที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกได้ทวีสูงขึ้นเป็นลำดับ และน้ำมันดิบที่จะหาซื้อได้มีปริมาณลดน้อยลง ซึ่งจะมีผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศสูงตามไปด้วย และจะก่อให้เกิดภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นในประเทศไทย

ฉะนั้น เพื่อรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงของประเทศและความผาสุกของประชาชนจำเป็นต้องดำเนินการแก้ไขและป้องกันภาวการณ์ดังกล่าวให้ทันต่อเหตุการณ์ ในการนี้นายกรัฐมนตรีจำต้องมีอำนาจในการกำหนดมาตรการต่าง ๆ ได้โดยฉับพลัน ไม่จำต้องให้กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ แยกปฏิบัติการตามกฎหมายที่มีอยู่ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ขึ้น

อย่างไรก็ตามวิกฤตน้ำมันในตลาดโลกก็เริ่มคลี่คลาย เข้าสู่ความมีเสถียรภาพในปี 2518 แต่จากนั้นไม่กี่ปี เมื่อเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติในอิหร่าน เมื่อปี 2522 กลุ่ม OPEC จึงใช้โอกาสนี้ปรับราคาน้ำมันดิบขึ้นอย่างต่อเนื่อง และไม่ต่างจากทุกครั้งที่แรงกระเพื่อมสะเทือนถึงรัฐบาลในประเทศไทย เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ รัฐบาลเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ตัดสินใจเพิ่มราคาค่าน้ำมันตามราคาตลาดโลกหลายครั้ง

จนนักการเมืองทั้งพวกเดียวกัน และฝ่ายตรงข้ามรวมเสียงยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยกำหนดไว้วันที่ 3 มีนาคม 2523 แต่ปรากฏว่า พล.อ.เกรียงศักดิ์ชิงประกาศลาออกในสภาเสียก่อน ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2523 แล้วเสียงในสภาทั้ง สส.- สว.ก็พร้อมใจหนุน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกฯ ลากยาว 8 ปี

ทักษิณ ออกมาตรการ บังคับ

อีกยุคหนึ่งที่รัฐบาลต้องออก “มาตรการบังคับเพื่อการแก้ไขปัญหาด้านพลังงานของประเทศ” คือ ยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร หลังจากสหรัฐอเมริกา เข้าทำสงครามกับอิรัก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น ในขณะที่สถานการณ์ในประเทศลอยตัวทั้งน้ำมันเบนซินและดีเซล หลังจากในช่วงแรกรัฐบาลจะพยายามตรึงราคาน้ำมัน

“ทักษิณ” กล่าวในรายการ“นายกฯ ทักษิณ คุยกับประชาชน” เมื่อ 21 สิงหาคม 2547 ว่า อยากขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการประหยัดพลังงาน หากไม่จำเป็นก็จะไม่ใช้มาตรการบังคับ เนื่องจากขณะนี้ทุกคนจะต้องมีความรู้สึกแห่งการเสียสละเพื่อส่วนรวมกันบ้าง โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ ที่ควรต้องช่วยกันเสียสละเพื่อส่วนรวม

“ประชาชนได้เสียสละให้ห้างมาพอสมควรแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางเข้าออกห้างรถติดมาก ดังนั้นเมื่อรัฐบาลขอความร่วมมือก็กรุณาให้ความร่วมมือบ้าง ถ้าไม่ให้ความร่วมมือเลยมันก็ไม่ค่อยสวยนะครับ ขณะนี้กำลังหาทางออกร่วมกัน เช่น การหาเวลาการเปิด-ปิดห้างที่เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ซึ่งสามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้”

“ราคาน้ำมันยังคงสูงอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่รัฐบาลยืนยันว่าจะตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้จนหมดฤดูหนาว เพื่อให้ปัจจัยการก่อการร้าย การเลือกตั้งที่สหรัฐอเมริกา และความต้องการใช้น้ำมันในฤดูหนาวหมด จากนั้นจึงจะพิจารณาว่าราคาที่แท้จริงควรอยู่ที่ระดับใด แต่รัฐบาลจะเพิ่มบทบาทในเวทีต่างประเทศเพื่อเรียกร้องให้ประเทศที่ผลิตน้ำมัน หรือประเทศที่เก็งกำไรราคาน้ำมันให้ความร่วมมือกันมากขึ้น ไม่ใช่ปล่อยให้มีการเก็งกำไรหรือปั่นราคา ส่วนประเทศไทยก็คงต้องเชิญบรรดาผู้ที่ขายสินค้าเกษตรมาพบ มาคุยกัน คงต้องผลักราคาสินค้าเกษตรขึ้นไปอีก ซึ่งได้มอบให้รัฐมนตรีพาณิชย์ รัฐมนตรีต่างประเทศ ไปเดินสายกันขอความร่วมมือแล้ว”

ต่อมาในการประชุม ครม.เมื่อ 17 พฤษภาคม 2548 ได้เห็นชอบยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาราคาพลังงานของประเทศ พร้อมทั้งเร่งรัดรณรงค์ประหยัดพลังงาน ซึ่งเป็นมาตรการบังคับในอีก 1 เดือนต่อมา

ห้ามจำหน่ายน้ำมันทุกชนิด ระหว่าง 22.00-05.00 น. กำหนดเวลาใช้ไฟฟ้าของป้ายโฆษณาที่สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 4 เมตร และใช้ไฟส่องสว่างอย่างต่ำ 1,000 วัตต์ ในเวลา 19.00-22.00 น. ห้ามหน่วยงานของรัฐเบิกจ่ายน้ำมันเบนซินถ้าใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ได้ กำหนดเวลาปิดสนามกอล์ฟทุกวัน ในช่วงเวลา 19.00-06.00 น รวมถึงขอความร่วมมือเปิด-ปิดห้าง โดยให้ปิดเร็วขึ้น 1 ชั่วโมง

รัฐบาลอนุทินยังต้องสู้กับวิกฤตน้ำมัน-การเมือง แม้พักรบ 2 สัปดาห์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มาตรการบังคับ ‘แก้วิกฤตน้ำมัน’ จาก จอมพล ป.-ทักษิณ ถึง อนุทิน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...