น่ากลัวมาก! เผยกลุ่มเสี่ยงติดวัณโรคสูง เตือนเฝ้าระวังด่วน
วันที่ 27 มีนาคม 2569 น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยที่ทำเนียบรัฐบาลว่า รัฐบาลมีความห่วงใยสุขภาพของประชาชน พร้อมขอให้ระมัดระวังและดูแลตนเองให้ห่างไกลจากวัณโรค หากมีอาการต้องสงสัย โดยเฉพาะไอเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว
รายงานจาก องค์การอนามัยโลก ระบุว่า วัณโรคยังคงเป็นโรคติดเชื้อที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในโลก โดยพบผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 10.7 ล้านรายต่อปี และมีผู้เสียชีวิตราว 1.23 ล้านราย ขณะที่ประเทศไทยในปี พ.ศ. 2568 ถูกคาดการณ์ว่าจะมีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 104,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 11,300 ราย
ทั้งนี้ ผลการค้นหาผู้ป่วยวัณโรคในประเทศ พบผู้ป่วยรายใหม่ที่ได้รับการวินิจฉัยและขึ้นทะเบียนจำนวน 81,703 ราย คิดเป็นร้อยละ 78 ของจำนวนที่คาดการณ์ไว้ และยังคงมีผู้ป่วยในกลุ่มเสี่ยงอีกประมาณ 22,297 ราย ที่ยังไม่ได้เข้าสู่การตรวจคัดกรอง วินิจฉัย และขึ้นทะเบียน
น.ส.อัยรินทร์ กล่าวต่อว่า วัณโรคเป็นโรคติดต่อในระบบทางเดินหายใจ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย สามารถแพร่กระจายผ่านอากาศเมื่อผู้ป่วยไอหรือจามโดยไม่ปิดปากและจมูก สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทยพบทั้งวัณโรคชนิดไม่ดื้อยา และชนิดดื้อยา ซึ่งแบ่งเป็นดื้อยาหลายขนานชนิดรุนแรง และดื้อยาหลายขนานชนิดรุนแรงมาก โดยหากเป็นวัณโรคดื้อยารุนแรงจะทำให้การรักษามีความซับซ้อน ใช้เวลานาน และอาจมีผลข้างเคียงจากยามากขึ้น
ข้อมูลปี 2569 พบผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาหลายขนานชนิดรุนแรง จำนวน 21 ราย และชนิดรุนแรงมาก จำนวน 5 ราย พร้อมกันนี้ยังได้เตือนกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ว่ามีความเสี่ยงติดเชื้อสูง หากมีสมาชิกในครอบครัวป่วย ควรเร่งเข้ารับการรักษาภายใน 1 เดือน
รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อขับเคลื่อนงานด้านวัณโรคอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาสิทธิประโยชน์ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น รวมถึงการปรับสูตรยารักษาและป้องกันให้มีระยะเวลาสั้นลงตามแนวทางของ องค์การอนามัยโลก และการนำเทคโนโลยีการวินิจฉัยที่ทันสมัยมาใช้ในการคัดกรอง วินิจฉัย ป้องกัน และรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมกันนี้ยังเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในสังคม ไม่ตีตราผู้ป่วยวัณโรค เพื่อร่วมกันผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่เป้าหมายปลอดวัณโรคอย่างยั่งยืน แม้โรคดังกล่าวจะแพร่กระจายได้ง่าย แต่สามารถรักษาให้หายขาดได้
เรียบเรียงโดย มุมข่าว