ปธ.เฟด สาขาชิคาโก ไม่ปิดทางขึ้นดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อพุ่งจากสงครามตะวันออกกลาง
ปธ.เฟด สาขาชิคาโก ชี้ทิศทางดอกเบี้ยยังขึ้นอยู่กับสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง-ผลกระทบต่อเงินเฟ้อ หากราคาพลังงานพุ่งจนเงินเฟ้อเร่งตัว อาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ย
วันที่ 23 มีนาคม 2569 เวลา 20.31 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าออสแตน กูลส์บี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโก เปิดเผยว่า ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐในระยะต่อไปอาจเปลี่ยนแปลงได้ทั้งขึ้นหรือลง ขึ้นอยู่กับสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางและผลกระทบต่อเงินเฟ้อ
กูลส์บีกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า หากเงินเฟ้อชะลอตัวลง เฟดอาจกลับไปสู่สถานการณ์ที่สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยหลายครั้งในปีนี้ได้ แต่ในอีกด้านหนึ่ง หากสถานการณ์เปลี่ยนไปและเงินเฟ้อเร่งตัวจนควบคุมยาก ก็มีความเป็นไปได้ที่เฟดอาจต้องกลับมาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ เฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์ที่ผ่านมา และยังคงส่งสัญญาณว่าจะปรับลดดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ แม้ว่าความไม่แน่นอนจากสงครามอิหร่านจะเพิ่มขึ้นก็ตาม อย่างไรก็ตามหลังการประชุม นักลงทุนในตลาดการเงินเริ่มปรับคาดการณ์ไปในทิศทางที่ดอกเบี้ยอาจอยู่ในระดับสูงนานขึ้น เนื่องจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ขณะที่ตลาดพันธบัตรฟื้นตัวในวันจันทร์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเลื่อนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน
ด้าน เจอโรม พาวเวล ประธานเฟด กล่าวหลังการประชุมว่า การขึ้นดอกเบี้ยไม่ใช่กรณีหลักที่เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ในขณะนี้ และยังเร็วเกินไปที่จะประเมินว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะส่งผลต่อเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจมากเพียงใด
กูลส์บี ยังกล่าวว่า ตัวชี้วัดเศรษฐกิจส่วนใหญ่แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐเข้าใกล้ภาวะการจ้างงานเต็มที่มากกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อ ดังนั้น ในการตัดสินใจเชิงนโยบายขณะนี้ เฟดอาจต้องให้น้ำหนักกับปัญหาเงินเฟ้อมากกว่าการจ้างงานเล็กน้อย
เขายังเตือนว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจส่งผลต่อความคาดหวังเงินเฟ้อของผู้บริโภค แม้ในขณะนี้ความคาดหวังเงินเฟ้อยังสอดคล้องกับเป้าหมาย 2% ของเฟดก็ตาม โดยชี้ว่าช็อกราคาน้ำมัน เป็นสถานการณ์ที่ยากสำหรับธนาคารกลาง เพราะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว แต่เงินเฟ้อกลับสูงขึ้น ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ไม่มีสูตรสำเร็จในการแก้ปัญหา
ขณะที่ สตีเฟน มิแรน ผู้ว่าการเฟด กล่าวกับ Bloomberg Television ว่า หากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน ก็อาจเริ่มส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ได้ แต่เขายังไม่เห็นว่าจำเป็นต้องพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยในขณะนี้
มิแรน ระบุว่าเฟดควรรอข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติมก่อนที่จะปรับเปลี่ยนมุมมองนโยบาย และยังคงคาดการณ์ว่า เฟดอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ถึง 4 ครั้งในปีนี้
อ้างอิง : www.bloomberg.com