เสียงคนกรุงถึง “อนุทิน”ดัน “รถไฟฟ้า 40 บาท–ตั๋วร่วม” ลดค่าครองชีพเมืองหลวง
“รถไฟฟ้า 40 บาท–ตั๋วร่วม” นโยบายลดค่าเดินทาง เสียงสะท้อนจากคนเมืองหลวงถึงรัฐบาล “อนุทิน2“ ชี้หากทำใจจริง กลายเป็นแรงส่งทางการเมืองให้พรรคภูมิใจไทยปักธง ส.ส. ในกรุงเทพฯในอนาคต
นโยบาย รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดสาย ควบคู่กับการผลักดัน ระบบตั๋วร่วม กำลังได้รับความสนใจจากคนกรุงเทพฯ และปริมณฑลอย่างมาก เพราะถูกมองว่าอาจช่วยลดภาระค่าเดินทางของประชาชนได้จริง หากรัฐบาลภายใต้การนำของ“พรรคภูมิใจไทย”สามารถผลักดันให้เกิดขึ้นได้สำเร็จ ท่ามกลางสถานการณ์ค่าครองชีพที่ยังสูงจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดจากสงครามตะวันออกกลาง
รายงานข่าวระบุว่า หลังการจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ หากพรรคภูมิใจไทยยังคงดูแลกระทรวงคมนาคม นโยบายรถไฟฟ้า 40 บาทจะถูกเร่งผลักดันเป็นลำดับต้น ๆ เพราะเป็นมาตรการที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของประชาชนโดยตรง และมีเป้าหมายช่วยลดค่าครองชีพของคนเมือง
แนวคิดของนโยบายคือกำหนด ค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 40 บาท สำหรับการเดินทางในโซนที่กำหนด ส่วนการเดินทางข้ามโซนอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งจะช่วยให้ค่าเดินทางโดยรวมของผู้โดยสารส่วนใหญ่ลดลง เมื่อเทียบกับโครงสร้างค่าโดยสารในปัจจุบัน
ข้อมูลจากกรมการขนส่งทางรางระบุว่า คนกรุงเทพฯ ใช้รถไฟฟ้าเฉลี่ยประมาณ 8 สถานี หรือราว 11 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20–25 นาที สะท้อนว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่เดินทางในระยะไม่ไกล หากมีเพดานค่าโดยสาร 40 บาท ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ไม่น้อย
ในระยะต่อไป กระทรวงคมนาคมยังมีแนวคิดปรับโครงสร้างระบบรถไฟฟ้า รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ในการ ซื้อคืนสัมปทานบางเส้นทาง เพื่อให้รัฐสามารถกำหนดค่าโดยสารได้ง่ายขึ้น หากทำได้สำเร็จ ค่าเดินทางของผู้โดยสารบางส่วนอาจลดลงเหลือประมาณ 50–80 บาทต่อวัน จากเดิมที่บางคนต้องจ่ายมากกว่า 100–200 บาทต่อวัน
เมื่อรวมค่าใช้จ่ายทั้งเดือน บางคนอาจต้องจ่ายค่าเดินทาง 2,000–3,500 บาท โดยเฉพาะผู้ที่ต้องต่อรถไฟฟ้าหลายสายในแต่ละวัน ซึ่งถือเป็นภาระไม่น้อยสำหรับคนทำงานในเมืองหลวง
อีกมาตรการที่ถูกผลักดันควบคู่กันคือ ระบบตั๋วร่วม ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องของประชาชนมานาน โดยมีเป้าหมายให้ใช้บัตรเพียงใบเดียว สามารถเดินทางได้ทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ และเรือโดยสาร ช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้น ไม่ต้องซื้อตั๋วหลายครั้งหรือพกบัตรหลายใบ
“นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์”อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังศึกษารูปแบบการคิดค่าโดยสารใหม่ เช่น การคิดตามช่วงเวลาเดินทาง ซึ่งเข้าใจง่าย และสอดคล้องกับพฤติกรรมของคนกรุงเทพฯ ที่ส่วนใหญ่ใช้เวลาเดินทางไม่เกินครึ่งชั่วโมง
ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.อรรถกฤต ปัจฉิมนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันสัญญาธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย มองว่า นโยบายลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าเป็นประโยชน์ต่อประชาชน หากสามารถทำให้ค่าใช้จ่ายโดยรวมถูกลง ก็จะช่วยลดภาระค่าครองชีพของคนเมืองได้อย่างเป็นรูปธรรม
“รัฐอาจพิจารณาแหล่งรายได้อื่นมาสนับสนุน เช่น ภาษีบุหรี่ หรือภาษีด้านสุขภาพ เพื่อนำมาพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ โดยไม่เพิ่มภาระทางภาษีให้ประชาชน” นักวิชาการ กล่าว
ขณะที่“ชาวกรุงเทพฯรายหนึ่ง“สะท้อนว่า ปัจจุบันค่าโดยสารรถไฟฟ้าค่อนข้างสูง โดยเฉพาะคนที่ต้องใช้เดินทางไปทำงานทุกวัน หากต้องต่อหลายสาย เช่น บีทีเอส หรือ เอ็มอาร์ที ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นมาก บางวันต้องจ่ายค่าเดินทางไม่น้อยกว่า 100 บาทหรือมากกว่านั้น
เมื่อรวมค่าใช้จ่ายทั้งเดือน ค่าโดยสารรถไฟฟ้าจึงกลายเป็นภาระสำคัญของคนทำงานในเมืองหลวง หลายคนจึงอยากให้ภาครัฐหามาตรการช่วยลดค่าโดยสาร เพื่อบรรเทาค่าครองชีพ และทำให้ระบบขนส่งสาธารณะเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับคนทุกกลุ่ม
“นโยบาย รถไฟฟ้า 40 บาทและระบบตั๋วร่วม”จึงถูกมองว่าเป็นอีกแนวทางที่จะช่วยให้การเดินทางของคนกรุงเทพฯ สะดวกขึ้น และช่วยลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของผู้ที่ต้องใช้รถไฟฟ้าเป็นประจำ
ขณะเดียวกัน นโยบายลักษณะนี้อาจส่งผลทางการเมืองต่อ“พรรคภูมิใจไทย”ในระยะยาว หากสามารถทำให้ประชาชนเห็นผลจริงในชีวิตประจำวัน ก็มีโอกาสช่วยขยายฐานเสียงของพรรคในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และอาจกลายเป็นแรงหนุนสำคัญในการปักธง ส.ส. ในเมืองหลวงในอนาคตได้สำเร็จ
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO