เช็กแล้วแชร์เลย "ดีอี" แจงข่าวจริง "กินยาแก้แพ้ประจำ เร่งสมองเสื่อม"
15 มี.ค. 2569นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน
ทั้งนี้ ในวันที่ 13 มีนาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,008 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 9,680 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 9,678 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 1 ข้อความ และช่องทาง Facebook 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 30 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 10 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 6 เรื่อง ได้แก่
- อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง กินยาแก้แพ้ประจำ เร่งสมองเสื่อม
- อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง ชาวกัมพูชาพยายามแหกด่าน เพื่อมารักษาวัณโรคฟรีที่ไทย
- อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ตม. ไทยไม่ให้ชาวกัมพูชาเดินทางเข้าประเทศ และบังคับให้ซื้อตั๋วเครื่องบินกลับกัมพูชาทันที
- อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง ก.ล.ต. มีการรับรองโบรกเกอร์ ให้เป็นผู้แนะนำการลงทุนตราสารซับซ้อน ประเภทผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนสามัญ
- อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.กรุงไทย เปิดให้กรอกแบบสอบถาม เพื่อรับเงิน 20,000 บาท
- อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ผงชูรส และมะนาว ช่วยถอนพิษจากแมงมุมกัดได้
- อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ทหารไทยส่งอาวุธไปยังชายแดน
สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง "กินยาแก้แพ้ประจำ เร่งสมองเสื่อม" กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ องค์การเภสัชกรรม กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น "ข่าวจริง" โดยยาแก้แพ้ คือยาที่ใช้ป้องกันหรือบรรเทาอาการแพ้ ซึ่งออกฤทธิ์ยับยั้งสารฮิสตามีน ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการ เช่น น้ำมูกไหล คัน ตาแดง น้ำตาไหล และผื่นผิวหนัง ยาแก้แพ้แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก
- 1. ยาแก้แพ้แบบทำให้ง่วง เป็นยารุ่นเก่าที่ผ่านเข้าสมองได้ดี อาจทำให้ง่วง ซึม สับสน และกระทบความจำ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
- 2. ยาแก้แพ้แบบไม่ทำให้ง่วง เป็นยารุ่นใหม่ ผ่านเข้าสมองน้อยกว่า เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวัน
ผู้ป่วยบางกลุ่ม เช่น ผู้ป่วยโรคตับ ไต หืด ความดันโลหิตสูง ผู้ดื่มแอลกอฮอล์ หรือผู้ที่ใช้ยากดประสาท ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง
สำหรับยาแก้แพ้ไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงของภาวะสมองเสื่อม แต่การใช้ยาแก้แพ้แบบทำให้ง่วงเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการความจำและสมาธิลดลงชั่วคราว ซึ่งมักดีขึ้นเมื่อหยุดยา
ข้อควรระวังคือ ไม่ควรใช้ติดต่อกันโดยไม่จำเป็น หลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับแอลกอฮอล์หรือยานอนหลับ และควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และให้นมบุตร
อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด