โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เช็กพฤติกรรมทำลายไต! รู้ทันก่อนสาย สู่วันที่ต้องล้างไตหรือปลูกถ่ายไต

WOODY WORLD

เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 09.49 น.
หมอชนิกานต์ ศมาวรรตกุล - ตั๊ก มยุรา

Tuck Talk สัปดาห์นี้พบกับเรื่องควรระวัง! สิ่งที่คุณทำทุกวัน อาจกำลังทำลายไต ยาแก้ปวด น้ำเกลือแร่ น้ำวิตามิน รู้หรือไม่? กินผิดเสี่ยงไตพัง! หลายคนรู้ตัวอีกที ต้องรอเปลี่ยนไตนานกว่า 5 ปี ระหว่างรอจะอยู่ยังไง? วิธีบำบัดทดแทนไตแบบไหนเหมาะที่สุด? ฟังคำตอบจาก “หมอชนิกานต์ ศมาวรรตกุล” อายุรแพทย์โรคไตจากสหรัฐอเมริกา อย่ารอให้ไตพังแล้วค่อยหันมาดูแล

พฤติกรรมหลัก ๆ ในชีวิตประจำวันที่ทำลายไตโดยไม่รู้ตัว

พญ.ชนิกานต์ : อาจจะมีหลาย ๆ อย่าง เช่น การดื่มน้ำน้อย ในคนไข้หลาย ๆ คนดื่มน้ำน้อยอาจจะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นนิ่วในไต หรือการกินยาโดยที่ไม่ได้ปรึกษาแพทย์ก่อน ตัวที่เจอบ่อย ๆ เลยก็คือยาแก้ปวด ซึ่งอาจจะมีผลต่อการทำงานของไตในระยะยาวได้ หรือว่าการกินอาหารเสริมบางอย่าง กินวิตามินบางชนิด การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพออันนี้ก็มีส่วน คือโรคไตอาจจะมีสาเหตุมาจากโรคหลัก ๆ ที่เราพูดถึง อย่างเช่น เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง เพราะฉะนั้นพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราซึ่งส่งผลทำให้ระดับน้ำตาลสูง หรือว่าความดันสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน อันนี้ก็ทำให้ไตทำงานเสื่อมลงได้ หรือว่าการใช้ยาที่ไม่จำเป็น แล้วใช้เยอะ ใช้เป็นประจำ คือการใช้ยาโดยที่ไม่ได้ปรึกษาแพทย์ อันนี้ก็เป็นสาเหตุหลัก ๆ เลยที่อยู่ในชีวิตประจำวันที่เราอาจจะไม่ทันรู้ตัวว่ามันส่งผลให้ไตไม่แข็งแรงได้

เครื่องดื่มอะไรบ้างที่เสี่ยงให้ไตพัง ?

พญ.ชนิกานต์ : ถ้าเครื่องดื่มที่มีเกลือแร่อาจจะไม่ได้มีผลต่อไตโดยตรง แต่ว่าในคนไข้ที่การทำงานของไตเสื่อมสารเกลือแร่บางอย่างที่มีปริมาณสูงเกินไป อย่างเช่น โพแทสเซียม อันนี้อาจจะทำให้มีผลต่อการทำงานของหัวใจ จังหวะการเต้นของหัวใจ ซึ่งอาจจะมีอันตรายถึงชีวิตได้ ถ้าไม่แน่ใจก็ปรึกษาคุณหมอ หรือว่าดูส่วนผสมในนั้นนิดหนึ่ง น้ำเปล่าดีที่สุด

เคยได้ยินว่าถ้าไตเสื่อมจะทำให้หัวใจพังด้วยอันนี้จริงไหม ?

พญ.ชนิกานต์ : ใช่ค่ะ อันนี้มีหลักฐานทางการแพทย์คอนเฟิร์ม เพราะว่าไตก็ต่อเนื่องกับระบบไหลเวียนในหัวใจ ซึ่งเวลาตัวกรองทำงานได้ไม่ดี ของเสียในร่างกายก็จะสูงขึ้น ก็จะมีผลต่อการทำงานของหัวใจ

ตั๊ก มยุรา

การปลูกถ่ายไตเป็นวิธีการรักษาที่ดีที่สุดจริงไหม แล้วเพราะอะไร ?

พญ.ชนิกานต์ : อันนี้ขยายความว่าในผู้ป่วยที่สภาวะร่างกายพร้อม ต้องพร้อม เพราะว่าเป็นการผ่าตัดใหญ่ ร่างกายต้องพร้อมพอที่จะเข้าไปในการผ่าตัด 4 ชั่วโมงก่อนที่จะออกมา แล้วก็มีการฟื้นตัวหลังจากการผ่าตัดได้

ไตของผู้บริจาคที่จะต้องนำมาปลูกถ่ายต้องเลือกไตแบบไหน ?

พญ.ชนิกานต์ : ก็จะมี 2 ประเภท เป็นไตที่มาจากผู้บริจาคที่ยังมีชีวิตอยู่ ในกรณีนี้เป็นญาติทางสายเลือด พ่อ แม่ พี่ น้อง หรือบุตร อย่างนี้ได้ หรือเป็นสามีภรรยา และไตอีกชนิดหนึ่งก็คือไตที่มาจากผู้บริจาคสมองตาย อันนี้ที่เราอาจจะเรียกว่าเป็น "ไตกาชาด" อันนี้ก็คือจะต้องมาเข้าคิวกัน ไตลักษณะยังไงที่จะสามารถปลูกถ่ายได้ก็จะต้องมีเนื้อเยื่อที่เข้ากันได้กับผู้รับ อันนี้จะเป็นตามมาตรฐานอยู่แล้ว เวลาที่มีการจัดสรรไตเราจะต้องตรวจตรงนี้ว่าเนื้อเยื่อเข้ากันได้ไหม นอกจากนี้ ผู้บริจาคจะต้องไม่มีโรคที่อาจจะทำให้เกิดความเสื่อมของไตอยู่แล้ว อย่างเช่น เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง และต้องไม่มีโรคติดต่อร้ายแรง เพราะว่าการปลูกถ่ายไตอาจจะนำมาถึงการติดเชื้อบางอย่างได้

เคสที่ปลูกถ่ายไตแล้วไม่สำเร็จส่วนใหญ่เกิดจากอะไร ?

พญ.ชนิกานต์ : อาจจะแบ่งเป็น 2 ช่วง ถ้าช่วงแรกเลยคือในช่วง 2-3 วัน หรืออาทิตย์แรกหลังจากการปลูกถ่าย อันนี้อาจจะสุดวิสัยจริง ๆ เพราะเวลาเราคัดกรองว่าเข้ากันได้ไหม เราทำตามมาตรฐานตามขั้นตอนหมดแล้ว แต่มันก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ เวลาหมออธิบายให้คนไข้และญาติฟัง หมอจะใช้คำว่า "ปลูกถ่าย" ให้ระลึกถึงว่าเหมือนกับเราปลูกต้นไม้ บางทีเราปลูกจากเมล็ด รดน้ำพรวนดินอย่างดี ใส่ปุ๋ยทำทุกอย่างถูกต้องเป๊ะมาก แต่บางเมล็ดมันไม่ขึ้นก็มี แต่มันน้อยมาก ส่วนในระยะยาวสาเหตุที่ผลการปลูกถ่ายไตอาจจะไม่ดีเท่าที่หวังไว้ ส่วนใหญ่เกิดจากการดูแลที่ไม่ต่อเนื่อง เช่น หยุดกินยากดภูมิเอง หรือการดูแลสภาวะอื่น ๆ อย่างเบาหวาน ความดัน ซึ่งอาจทำให้ไตทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร หรือเกิดจากการติดเชื้อซึ่งเป็นผลมาจากการใช้ยากดภูมิในเวลานาน

หมอชนิกานต์ ศมาวรรตกุล - ตั๊ก มยุรา

คนที่ปลูกถ่ายไตต้องกินยากดภูมิไปตลอดชีวิตเลยหรือเปล่า ?

พญ.ชนิกานต์ : ใช่ค่ะ คือร่างกายคนเราเก่งมากที่จะรู้ว่าอันนี้ไม่ใช่ของของเรา เหมือนเวลาเราติดเชื้อ เป็นหวัด ไม่สบาย ได้เชื้อไวรัสมา ร่างกายจะทราบว่าไม่ใช่แล้วก็จะต่อต้านทำให้เราหายจากการติดเชื้อนั้น ๆ ทีนี้อวัยวะของคนอื่นก็เหมือนกัน ถึงแม้เราจะตรวจว่าเข้ากันได้ ร่างกายก็รู้ว่าไม่ใช่ของของเรา ระบบภูมิคุ้มกันก็จะทำงาน ซึ่งเราไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น เราเลยต้องใช้ยาไปหยุดกระบวนการนี้ กดเอาไว้ไม่ให้ร่างกายต่อต้าน ต้องกินไปตลอดระยะเวลาที่ไตที่ปลูกถ่ายยังทำงานอยู่

อะไรเป็นอุปสรรคสำคัญในการปลูกถ่ายไตในปัจจุบัน ?

พญ.ชนิกานต์ : การรอคิวเฉลี่ยแล้วจะประมาณ 5 ปีครึ่ง รอเพื่อที่จะได้ไตที่มีเนื้อเยื่อที่เหมือนกับเรา เป็นการดูแลตัวเองในระหว่างที่รอ

เทคโนโลยีทางการแพทย์สำหรับการปลูกถ่ายไตในบ้านเราปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง ?

พญ.ชนิกานต์ : เทคโนโลยีในเมืองไทยได้มาตรฐานเท่าเทียมกับทั่วโลกเลย ทั้งอเมริกา ยุโรป และแคนาดา

สามารถปลูกถ่ายไตข้ามหมู่เลือดได้แล้วจริงไหม ?

พญ.ชนิกานต์ : ทำได้มานานแล้ว แต่ส่วนใหญ่จะเป็นไตจากผู้บริจาคที่ยังมีชีวิตอยู่ เพราะต้องมีการเตรียมการ เหมือนเวลาเราแพ้อะไรอย่างนึงแล้วมีการรักษาที่ทำให้เราสามารถชนะได้ อย่างแพ้กุ้งก็อาจจะมีการให้ยาหรือทำอะไรเพื่อปรับเปลี่ยนทำให้สุดท้ายไม่แพ้แล้ว อันนี้การปลูกถ่ายข้ามกรุ๊ปเลือดก็เหมือนกัน คือก็จะต้องตรวจโดยละเอียด แล้วก็อาจจะต้องมีการให้ยาหรือว่ามีการรักษา เพื่อทริกร่างกายเราว่าโอเคนะ ถ้าเกิดว่าเจอเลือดกรุ๊ปนี้ไม่ให้ตอบสนอง สามารถทำได้ แต่ว่าก็อาจจะเป็นส่วนน้อย

ระหว่างที่คนไข้กำลังรอการปลูกถ่ายไต แนะนำให้ปฏิบัติตัวอย่างไร ?

พญ.ชนิกานต์ : ตามกฎแล้วถ้าเกิดว่าจะเข้าคิวรอรับปลูกถ่ายไต จะต้องเริ่มการ "บำบัดทดแทนไต" เนื่องจากการเริ่มบำบัดทดแทนไตเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชีวิต หมอก็จะแนะนำทางเลือกที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตคนไข้น้อยที่สุด คือแทนที่จะให้คนไข้เปลี่ยนชีวิตเพื่อมารักษา เราเลือกใช้การรักษาที่ทำให้คนไข้สามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติที่สุด หมอมักจะเริ่มต้นด้วยการถามว่า การบำบัดทดแทนไตมี 2 แบบ คือ แบบที่ทำได้ที่บ้านและอีกแบบนึงต้องไปทำที่โรงพยาบาล ไปทำที่ศูนย์ หมอพบว่าถ้าเริ่มคุยกันแบบนี้ คนไข้อาจจะเปิดกว้าง ทีนี้การทำที่บ้านจะเป็นการ”ล้างไตทางหน้าท้อง” การไปทำที่ศูนย์จะเป็นการ”ฟอกเลือด”ที่เราเรียกว่าฟอกเลือด

คนที่ล้างไตทางหน้าท้องกับคนที่ฟอกเลือด มีผลต่อความพร้อมในการปลูกถ่ายไตต่างกันไหม ?พญ.ชนิกานต์ : มีผล สภาพความพร้อมของร่างกายก็มีผลต่อความสำเร็จในการปลูกถ่ายไต การฟอกเลือด คือเอาง่าย ๆ คำว่าฟอกเลือดจริง ๆ ภาษาไทยเราเห็นภาพพอสมควร คือการเอาเลือดออกจากร่างกายไปผ่านตัวกรองแล้วเอาเลือดที่สะอาดกลับเข้ามา อันนี้เวลาที่ทำหัวใจจะรับภาระหนักเหมือนออกกำลังกายเลย เห็นนอนเฉย ๆ แต่ว่าร่างกายเหมือนออกกำลังกายเลย ก็จะเพลีย เพราะเวลาเอาเลือดออกอัตราเวลาที่เอาเลือดออกเยอะเหมือนกัน ต่อนาที เพราะหัวใจก็จะทำงานหนักช่วงนั้น

หมอชนิกานต์ ศมาวรรตกุล - ตั๊ก มยุรา

การฟอกเลือดมานานหลายปีจะมีโอกาสทำให้ความสำเร็จในการปลูกถ่ายไตลดลงไหม ?

พญ.ชนิกานต์ : มีโอกาส ยิ่งฟอกสั้นที่สุดเท่าไหร่ผลสำเร็จยิ่งดีกว่า สั้นขนาดที่เป็นแค่สัปดาห์ก็เห็นความแตกต่าง คือการฟอกเลือดทุกครั้ง ส่วนใหญ่แล้ว 4 ชั่วโมง ระหว่างที่คนไข้ได้รับการฟอกเลือดอยู่ พอทีนี้อาทิตย์ละ 3 ครั้ง หัวใจทำงานหนักเป็นเวลานาน หัวใจก็อ่อนแอลงได้ เพราะนี่อาจจะเป็นปัจจัยหนึ่งเลย ซึ่งทำให้คนไข้มีโอกาสที่จะได้รับการปลูกถ่ายไตน้อยลง ถ้าหัวใจทำงานไม่แข็งแรงพอ ก็ไม่สามารถเข้ารับการปลูกถ่ายไตได้

อายุเฉลี่ยของไตที่ปลูกถ่ายไปแล้ว อยู่ได้กี่ปี ?

พญ.ชนิกานต์ : ขึ้นอยู่ปัจจัยหลาย ๆ อย่าง แต่โดยเฉลี่ยแล้ว อย่างไตจากผู้บริจาคสมองตาย (ไตกาชาด) จะประมาณเฉลี่ยแล้ว 10-15 ปี แล้วแต่คนด้วยมันก็จะมีความเสื่อมลงไป แต่ถ้าเป็นไตจากผู้บริจาคที่มีชีวิตอยู่ จะอยู่ได้นานกว่า อยู่ประมาณ 15-20 ปี แต่ว่าหมอก็เคยเจอคนไข้ที่รับบริจาคจากผู้ป่วยสมองตายที่อยู่นานเลยก็มี เพราะหมอมักจะย้ำอยู่เสมอเลยว่า การปลูกถ่ายไตไม่ได้รักษาโรคอื่นด้วย อย่างถ้าคนไข้เป็นเบาหวาน ปลูกถ่ายไตแล้วเบาหวานไม่หายนะ ต้องดูแลมากขึ้นกว่าเดิมอีก ปัจจัยที่จะทำให้ไตอยู่ได้นาน ก็มีหลาย ๆ อย่าง แต่หลัก ๆ เลยก็ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังจากได้รับการปลูกถ่ายไต อย่างเช่นการกินยากดภูมิสม่ำเสมอ มีคนไข้บางคนเข้าใจว่าหลายปีแล้ว ร่างกายน่าจะชินแล้ว หยุดกินยาเองก็มี ซึ่งอันนี้ก็ส่งผลถึงอายุเฉลี่ยของไตที่ได้รับการปลูกถ่าย

สามารถติดตาม "Tuck Talk" ได้ที่ช่องทาง Podcast : Life Dot , Facebook: Life Dot , Youtube : Life Dot วันพฤหัสบดี (สัปดาห์เว้นสัปดาห์) เวลา 18.00 น.

คลิกชมรายการย้อนหลัง : https://www.youtube.com/watch?v=wWmziWnnr6o&t=1441s

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...