“วิโรจน์” นำทีม สส.สังเกตการณ์เกณฑ์ทหาร-ทวงนโยบาย “ทหารอาสา”
(1 เม.ย. 69) ช่วงเช้าที่ผ่านมา คณะทำงานจากพรรคประชาชน นำโดย นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน นาวาโทกิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคฯ และนายชลธาร ทรัพไพบูลย์เลิศ สส.กทม.พรรคประชาชน ลงพื้นที่มา ที่อาคารอเนกประสงค์โรงเรียนวัดธรรมมงคล ซอยสุขุมวิท 101 พระโขนง เพื่อร่วมสังเกตการณ์การเกณฑ์ทหารวันแรก
.
โดยนายวิโรจน์ ระบุว่า วันนี้มาเยี่ยมการเกณฑ์ทหาร เพราะทราบว่าจะมีการเกณฑ์ทหารวันที่ 1-5 เม.ย.ซึ่งถือเป็นการมาเยี่ยมชมและดูความเรียบร้อยเพราะถือว่ามีการจัดการที่ดี และหลังจากนี้ที่จะมีการเลือก กมธ.การทหารฯ ซึ่งก็จะต้องมีสส.ของพรรคประชาชนอยู่ในกมธ.นี้ โดยภารกิจแรกพรรคประชาชนจะตามเรื่องสวัสดิการและการดูแลพลทหารและทหารทุกชั้นยศ รวมถึงตชด.ที่ไปปฏิบัติภารกิจการสู้รบไทยกัมพูชา เพราะหลายคนก็พลีชีพและสูญเสียอวัยวะ รวมถึงได้รับบาดเจ็บซึ่งต้องตามว่า ตอนนี้รัฐบาลจ่ายเงินชดเชยดูแลครบหรือยัง เพราะเราลืมเขาไม่ได้ ก่อนหน้านี้ ตอนที่ยังเป็น กมธ.การทหาร ก็ได้ลิสต์รายชื่อไว้หมดแล้วสำหรับบุคคลคนที่เรายกย่องไว้ว่าเป็นวีรบุรุษ
.
ส่วนทหารเกณฑ์ที่เราเรียกกัน ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเรียกทหารอาสานั้น มองว่า ก็ควรจะมีจัดจ้าง มีสัญญา 4 ปี ให้ความชัดเจนของเงินเดือน ดังนั้นในวันแถลงนโยบายของรัฐบาล ทางสส.ของพรรคประชาชน ก็คงจะตามนโยบายรัฐบาล เรื่องทหารอาสาด้วยว่า จะไปยังไง ปีนี้จะเกณฑ์ทหารแบบเดิมปีสุดท้ายใช่หรือไม่ และปีหน้าจะเริ่มทหารอาสากว่าแสนนายใช่หรือไม่ เพราะวันนี้เรามี พ.ร.บ.ป้องกันการซ้อมทรมาน หรือ พ.ร.บ.อุ้มหาย ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐบาลและผบ.เหล่าทัพจะบังคับใช้อย่างจริงจัง และหากมีการซ่อมทรมานอย่างอยุติธรรมต่อพลทหาร จะต้องไม่ใช่แค่ลงโทษ แต่ พ.ร.บ.อุ้มหายนี้ มีการเอาผิด ผู้บังคับบัญชารับโทษกึ่งหนึ่งได้ด้วยแต่ที่ผ่านมาไม่เคยใช้มาตรานี้อย่างจริงจัง ดังนั้นเป็นสิ่งที่พรรคจะต้องผลักดันและจริงจัง ซึ่งในสมัยนี้หากมีการซ้อมทรมานเกิดขึ้น พรรคประชาชนไม่ได้แค่ตรวจสอบเพื่อให้ลงโทษกับทหารที่กระทำ แต่จะเรียกร้องอย่างจริงจังให้เอาผิดกับผู้บังคับบัญชาด้วย
.
นายวิโรจน์ ยังพูดถึงนโยบายทหารอาสาของพรรคภูมิใจไทย โดยมองว่า เป็นนโยบายที่คิดตรงกันแต่ชื่อเรียกไม่เหมือนกัน เราเรียกทหารอาชีพ มีสัญญา4ปี ก็เป็นกลไกที่ทำได้ และมองว่า สิ่งหนึ่งที่ต้องกล้าที่จะทำคือ ทหารเกณฑ์หลังจากฝึกแล้วไม่จำเป็นต้องบังคับให้อยู่ในค่ายทหาร ให้เขาทำงานแบบเช้าไปเย็นกลับได้ เขาจะได้สร้างสมดุลระหว่างการทำงานกับการดูแลครอบครัว เสาร์อาทิตย์ก็กลับบ้าน ก็จะทำให้ทหารเป็นอาชีพมากขึ้น ไม่ใช่ถูกเข้าไปในค่ายทหารและถูกสั่งให้ทำอะไรก็ได้ ดังนั้นจึงมองว่าการทำแบบเช้าไปเย็นกลับสามารถทำได้ แต่ถ้าเป็นช่วงฝึก มีหมายกำหนดฝึก หรือ ไปปฏิบัติภารกิจภาคสนามก็ไม่ต้องกลับ ซึ่งหลังฝึก3เดือนก็คงมีรอบการฝึก ไม่ได้ฝักกันบ่อยๆ
.
ส่วนต้องมีอะไรการันตีว่าทหารชั้นผู้น้อยจะไม่ถูกใช้งานผิดวัตุประสงค์นั้น นายวิโรจน์ มองว่า เรามีกลไกลของพ.ร.บ.2ฉบับคือ พ.ร.บ.อุ้มหายและ พ.ร.บ.ค้ามนุษย์ แต่ขาดการดำเนินการใช้อย่างจริงจัง ซึ่งหากนำพลทหารไปใช้เป็นคนรับใช้ ทำงานรับจ้างหาเงินให้นายก็เอาผิดฐานค้ามนุษย์ได้ แต่ที่ผ่านมามีแค่เอาผิดทางวินัย ดังนั้นหากรัฐบาลประกาศชัดเจนมีความมุ่งมั่นว่า ถ้าใครเอาทหารไปใช้ผิดประเภทจะดำเนินคดีข้อหาค้ามนุษย์ และหากมีการลงทัณฑ์ที่ผิดระเบียบก็จะบังคับใช้ พ.ร.บ.อุ้มหายทั้งตัวผู้กระทำและผู้บังคับบัญชาด้วยให้รับโทษกึ่งหนึ่ง เชื่อว่า ก็จะทำให้ตัวพลทหารและครอบครัวของพลทหาร และทหารชั้นผู้น้อยอย่างนายสิบมีความมั่นใจมากขึ้น
.
ทั้งนี้ ยังมองอีกว่า กลไกลการคัดเลือกของกองทัพ ควรมีการคัดเลือกบุคคลมากกว่านี้ เช่น การตรวจยาเสพติด การตรวจปอด เพราะทหารเป็นอาชีพที่รัฐอนุญาตให้อาชีพนี้ถืออาวุธสงครามได้ ดังนั้นต้องรับผิดชอบมากกว่าอาชีพอื่น โดยหากมีการเดินหน้าทหารอาสาได้จริงๆ ก็จะเป็นการคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสม และสาธารณะก็มีความมั่นใจมากขึ้นด้วย เพราะก็มีกรณีที่ติดยาแล้วเข้าไปเป็นทหารเกณฑ์เพื่อหวังบำบัด ก็จะเป็นภาระของกองทัพเพิ่มขึ้นเพราะไม่สามารถใช้งานได้เต็มที่ เนื่องจากต้องเข้ามาพักรักษาตัว ดังนั้นจึงอยากให้ใช้กลไกทหารอาสา เพิ่มอำนาจในการคัดเลือกหาคนที่เหมาะสมเข้ามาทำงาน จัดจ้างอย่างดี ดูแลสวัสดิภาพ เพื่อจะเป็นผลดีทั้งสองฝ่าย
.
ส่วนมองว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่ จะสามารถผลักดันกิจการด้านการทหารได้หรือไม่นั้น นายวิโรจน์ ระบุว่า “ก็เป็นบุคคลที่รู้ดีอยู่แล้ว ขึ้นอยู่ว่าจะทำหรือไม่ และไม่ต้องมาดูนโยบายพรรคประชาชนก็ได้ เพราะนโยบายพรรคภูมิใจไทยก็คล้ายกัน ดังนั้นขึ้นอยูากับความจริงจังของผู้นำ เจ้ากระทรวง ท่านก็ทำงานอยู่แล้วท่านก็รู้เรื่อง และไม่จำเป็นต้องฝากอะไร เพราะเป็นหน้าที่ที่ท่านต้องทำอยู่แล้ว”
.
ด้านนาวาโทกิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้พูดถึงโครงการกองทัพเข้มแข็งพลทหารปลอดภัย ของพรรคประชาชน เพื่อแจ้งเบาะแส การซ้อมทรมาน การลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ยึดบัตรเอทีเอ็ม/บัตรประชาชน คุณภาพอาหารในค่ายและการทุจริตรูปแบบอื่นๆ ผ่านไลน์ OA พรรคประชาชนด้วยว่า โครงการกองทัพเข้มแข็งพบทหารปลอดภัย เป็นไลน์OA และเป็นช่องทางการติดต่อกับพรรคประชาชน และพลทหาร ญาติสามารถน้องเรียนเรื่องความเป็นอยู่ สิทธิ์ของพลทหารได้ รวมถึงเรื่องบัตรเอทีเอ็มในการรับเงินเดือน หากถูกยึดสามารถแจ้งได้ รวมถึงการละเมิดสิทธิอื่นๆ และเรื่องของการซ้อมทรมาน เพื่อเป็นการรัปษาสิทธิของพลทหารด้วย จึงเชิญชวนให้สแกนคิวอาร์โค้ดผ่านไลน์ดังกล่าว
.
สำหรับบรรยากาศการ การตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการ ทหารกองประจำการ ประจำปี 2569 ที่ ลานอเนกประสงค์โรงเรียนวัดธรรมมงคลเขตพระโขนง วันแรกนั้น ปีนี้มีชายไทย อายุ 21 ปี ขึ้นไป มารอเข้ารับการตรวจเลือกทหาร จำนวน 280 คน แบ่งเป็น ชายไทยที่เกิดปีพ.ศ.2548 และกลุ่มที่ผ่อนผันมาก่อน จำนวน 130 คน และยังมีกลุ่มคนที่มาขอผ่อนผันการเข้าตรวจเลือก จำนวน 150 คน
.
โดยหน่วยดังกล่าว รับทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการจำนวน 30 คน แบ่งเป็นไป ทหารบก 2 คน ทหารเรือ 15 คน ทหารอากาศ 6 คน สำนักงานปลัดกองทัพบก 2 คน กองบัญชาการกองทัพไทย 5 คน ส่วนคนที่สมัครใจเข้ารับการเกณฑ์ยังไม่สามารถระบุจำนวนได้
.
ทั้งนี้ ทีมข่าวลงพื้นที่สำรวจพบการคัดเลือกเป็นไปโดยเรียบร้อย และจากการสังเกตไม่พบกลุ่มหญิงข้ามเพศ รวมถึงเขตดังกล่าวไม่มีบุคคลที่มีชื่อเสียงเข้าเกณฑ์ทหารในครั้งนี้ด้วย