โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ชีวิตพลิกผัน! พระเอกดัง ตกงาน จนต้องหันไปเป็นเกษตรกรปลูกพริก

สยามนิวส์

อัพเดต 02 พ.ค. เวลา 02.02 น. • เผยแพร่ 02 พ.ค. เวลา 01.53 น. • Nick
จางเสี่ยวเล่ย นักแสดงมินิซีรีส์จีนชื่อดัง ผู้รับบท 'ประธานสายดุ' กว่า 200 เรื่อง ต้องผันตัวเป็นชาวสวนพริกในมณฑลชิงไห่ หลังเทคโนโลยี AI เข้ามาแทนที่บทบาทนักแสดงในวงการบันเทิงจีน

จางเสี่ยวเล่ย นักแสดงชาวจีนวัย 28 ปี ผู้ซึ่งเคยโด่งดังจากบทบาท '霸总 (ป๋าจ่ง)' หรือ 'ประธานสายดุ' ในมินิซีรีส์จีนหลายเรื่อง และมีผลงานการแสดงมากกว่า 200 เรื่อง กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ต้องผันเปลี่ยนอาชีพอย่างไม่คาดฝัน โดยในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จางได้ตัดสินใจหันไปประกอบอาชีพเกษตรกรปลูกพริกในมณฑลชิงไห่ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เพื่อหาเลี้ยงชีพ แทนการแสดงที่เคยเป็นรายได้หลักของเขา

จางเสี่ยวเล่ยเริ่มต้นเข้าสู่วงการมินิซีรีส์ในช่วงปลายปี 2023 ด้วยทักษะการเต้นพื้นฐาน และได้รับโอกาสจากเพื่อน จากนั้นเขาก็กลายเป็นนักแสดงที่คุ้นหน้าคุ้นตาในวงการนี้อย่างรวดเร็ว โดย 70% ของผลงานการแสดงกว่า 200 เรื่องของเขา คือบทบาท 'ประธานสายดุ' ซึ่งเป็นตัวละครชายที่มีนิสัยชอบควบคุมและเอาแต่ใจ แต่จะแสดงความอ่อนโยนกับคนรักเท่านั้น ซึ่งเป็นแนวที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาดมินิซีรีส์จีน นอกเหนือจากแนว 'การเอาคืน' และ 'การเกิดใหม่'

เขาเล่าว่าเคยเห็นยุคทองของวงการมินิซีรีส์ที่งานชุกมาก ถึงขั้นต้องทำงานต่อเนื่องถึง 3 วันโดยแทบไม่ได้พัก และกลุ่มแชตออดิชั่นออนไลน์ก็เต็มไปด้วยประกาศรับนักแสดงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ได้พลิกผันอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ต้นปีนี้ เขาได้รับโอกาสแสดงเพียงงานเดียว และค่าตัวก็ลดลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่งจากปีก่อนหน้า

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญนี้เกิดจากการรุกคืบของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สามารถสร้างตัวละครเสมือนจริงได้อย่างสมจริง ทำให้บทบาทของนักแสดงที่เป็นมนุษย์ลดลงอย่างมาก เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ จางเสี่ยวเล่ยได้ลงทุน 400,000 หยวน (ประมาณ 58,000 ดอลลาร์สหรัฐ) ทำฟาร์มพริกในเมืองไห่ตง มณฑลชิงไห่ โดยเลือกปลูกพริกเนื่องจากเป็นอาชีพที่ครอบครัวของเขาทำมานานหลายสิบปี และเขามีความรู้ความเข้าใจในด้านนี้อยู่แล้ว

จางเสี่ยวเล่ยกล่าวอย่างเปิดเผยว่า “งานประจำของผมตอนนี้คือปลูกพริกและนำไปขายตามตลาด ถ้ามีโอกาสแสดงก็จะทำ แต่ถ้าไม่มี ผมก็จะเป็นชาวนา” เขายังได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียอย่างเปรียบเปรยถึงสถานะการตกงานของเขาว่า “ในละครผมเป็นคนตบคนอื่น แต่ในชีวิตจริง ผมกลับถูกความจริงตบหน้า” และ “ในละคร ผมมีเงินมากมาย แต่ในชีวิตจริง แค่ลูกค้าลืมจ่าย 10 หยวน (ประมาณ 1.5 ดอลลาร์) ผมก็รู้สึกเสียดายแล้ว” ปัจจุบัน เขาขายพริกในตลาดชนบทในราคากิโลกรัมละ 4 หยวน

การนำ AI มาใช้ในอุตสาหกรรมมินิซีรีส์ช่วยลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมหาศาล รายงานจาก Sina.com ระบุว่า เดิมทีการผลิตมินิซีรีส์ที่ใช้นักแสดงจริงมีต้นทุนอย่างน้อย 10,000 หยวนต่อหนึ่งตอน แต่เมื่อใช้ AI ต้นทุนก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าปีที่ผ่านมาจะมีการใช้ AI เพียง 7% ของการผลิตทั้งหมด แต่ในปีนี้สัดส่วนดังกล่าวได้เพิ่มขึ้นเป็น 38%

การเปลี่ยนแปลงบทบาทของจางเสี่ยวเล่ยจาก 'ประธานสายดุ' มาเป็นชาวนา ได้รับความสนใจและเป็นที่พูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตรายหนึ่งแสดงความเห็นว่า “ต่างกันสุดขั้วเลย จากป๋าจ่งกลายเป็นชาวนา ฉันต้องใช้เวลาทำใจสักพัก” ขณะที่อีกคนมองว่า “ฉันไม่ชอบตัวละครเสมือน มันไม่ใช่ของจริง ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ ดังนั้นนักแสดงจริงอย่างจางก็น่าจะยังมีโอกาสในอนาคต"

แม้จะเผชิญกับความท้าทาย จางเสี่ยวเล่ยยังคงมองโลกในแง่ดี โดยกล่าวว่า “ชีวิตมีขึ้นมีลง ผมยังเชื่อว่าสุดท้ายจะผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้”

เรียบเรียง ทีมข่าวสยามนิวส์

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...