โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อนุทิน” ชูนิติธรรม ย้ำรัฐคุ้มครองประชาชนทุกคนเท่าเทียม

INN News

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • INN News

"อนุทิน" ชูนิติธรรม ย้ำรัฐคุ้มครองประชาชน ทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ ภายใต้หลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิมนุษยชนสากล

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานระดับชาติ ภายใต้ชื่อ “24 ปี กับการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์ที่รวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ยุติธรรม (Justice delayed is justice denied)”

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีที่ได้เป็นประธานเปิดงาน พร้อมย้ำว่า ประเทศจะอยู่ได้อย่างมั่นคงและสมานฉันท์ ต้องตั้งอยู่บน “ความยุติธรรม” และ “หลักนิติธรรม” รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับกระบวนการยุติธรรม ควบคู่กับการคุ้มครองช่วยเหลือประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อ ไม่ว่าจะเป็นผู้เสียหาย ผู้ต้องหา หรือจำเลยที่เป็นผู้บริสุทธิ์ โดยยืนยันว่าการช่วยเหลือดังกล่าวครอบคลุมทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ รวมถึงชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย ภายใต้หลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิมนุษยชนสากล

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ว่า รัฐบาลยึดมั่นในหลักนิติธรรม (Rule of Law) ที่ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเสมอภาค พร้อมเดินหน้าคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตย บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม และเร่งปฏิรูปกฎหมายเพื่อลดภาระที่ไม่จำเป็นของประชาชน รวมถึงนำเทคโนโลยีมาปรับปรุงการทำงานภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำถึงผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์ที่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีอาญา ซึ่งอาจเผชิญทั้งการละเมิดสิทธิ ความเสียหายต่อชื่อเสียง อิสรภาพ หรือแม้แต่ชีวิต ถือเป็นวิกฤตสำคัญที่ "รัฐต้องไม่มองข้าม" โดยรัฐบาลมีหน้าที่ในการคุ้มครอง ช่วยเหลือ รวมทั้งแก้ไขและอุดช่องว่างในกระบวนการยุติธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณี “แพะ” หรือการตกเป็นจำเลยโดยมิได้กระทำผิด ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญตลอดมา

นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2544 ภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา รัฐได้ช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์แล้วกว่า 145,879 ราย เป็นเงินกว่า 8,119 ล้านบาท และตั้งแต่ปี 2566 ได้ให้ความช่วยเหลือ ชาวต่างชาติแล้วกว่า 1,036 ราย เป็นเงินกว่า 47 ล้านบาท

โดยรัฐบาลจะยืนเคียงข้างประชาชนผู้บริสุทธิ์ ที่ตกเป็นเหยื่อในกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหยื่อรายใหม่

นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานให้ยึด 3 หลักสำคัญ ได้แก่ "รวดเร็ว ทั่วถึง เป็นธรรม" ต้องเข้าช่วยเหลือทันทีโดยไม่ต้องรอการร้องขอ ดูแลอย่างเท่าเทียมไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และดำเนินการอย่างโปร่งใสเพื่อประโยชน์ของผู้เสียหายอย่างแท้จริง พร้อมให้ข้าราชการทำงานเชิงรุก เร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ตกเป็นเหยื่อในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งไม่ควรถูกปล่อยให้รอคอยความช่วยเหลือ เพราะอาจยิ่งซ้ำเติมความสูญเสีย

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "ผู้ว่าราชการจังหวัด" ในฐานะผู้ดูแลทุกข์สุขประชาชนในพื้นที่ มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือและอำนวยความเป็นธรรมและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมกำชับผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ เร่งรัดการดำเนินการตามกฎหมายให้ “รวดเร็ว โปร่งใส เป็นธรรม” เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงมือประชาชนอย่างเสมอภาค ทั่วถึงและทันท่วงที

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า การช่วยเหลือเหยื่อในกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่เพียงการเยียวยา แต่ยังเป็นเครื่องสะท้อนถึงคุณภาพกระบวนการยุติธรรมและความรับผิดชอบของรัฐ ขณะเดียวกันยังสะท้อนภาพลักษณ์ของประเทศในสายตานานาชาติ ทั้งนี้ ในการสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD "หลักนิติธรรม" และความสม่ำเสมอในการบังคับใช้กฎหมาย เป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนใช้พิจารณา รัฐบาลจึงมุ่งยกระดับระบบช่วยเหลือเหยื่อในกระบวนการยุติธรรม ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนและประชาคมโลก

จากนั้นนายกรัฐมนตรี ไดยเปิดงานโดยการหมุนเข็มนาฬิกาสู่ "เที่ยงตรง" ซึ่งสื่อถึงความรวดเร็วและเที่ยงตรงของกระบวนการยุติธรรม พร้อมมอบเงินช่วยเหลือสำหรับผู้เสียหาย ตามพระราชบัญญัติ ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 จำนวน 4 ราย

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...