โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

2 สมาคมเอทานอลฯ ขานรับรัฐดัน E20

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 19 มี.ค. เวลา 10.57 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. เวลา 03.57 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น - สมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย ร่วมกับสมาคมเอทานอลจากมันสำปะหลัง พร้อมขานรับนโยบายภาครัฐ ดัน ‘E20’ เป็นน้ำมันเบนซินพื้นฐานอย่างเต็มรูปแบบ ชงเป็นยุทธศาสตร์ที่สร้างความมั่นคงพลังงานของประเทศ ฝ่าสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ตึงเครียด วิกฤตราคาน้ำมันโลกผันผวน มั่นใจศักยภาพกำลังการผลิตโรงงานเอทานอลรับดีมานด์ตลาด ย้ำช่วยสร้างเสถียรภาพราคาหน้าปั๊มและลดภาระค่าครองชีพประชาชน

การที่ภาครัฐวางกรอบแนวคิดในการขับเคลื่อน “น้ำมัน E20” (น้ำมันเบนซินผสมเอทานอล 20%) ให้เป็นน้ำมันเบนซินพื้นฐาน (Base Grade) ของประเทศ ถือเป็นก้าวย่างทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการเสริมสร้าง ความมั่นคงทางพลังงาน ของประเทศไทยในระยะยาว เพื่อลดการพึ่งพานำเข้าน้ำมันดิบ และยังเป็นมาตรการที่รับมือกับสถานการณ์ความผันผวนของราคาพลังงานโลกที่ยังคงตึงตัวจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ณ เวลา นี้

ปัจจุบันการใช้เอทานอลในประเทศยังอยู่ที่ประมาณ 3.5 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่กลุ่มน้ำมันเบนซินมีการใช้รวมกว่า 30 ล้านลิตรต่อวัน หากมีการผลักดัน E20 เป็นน้ำมันพื้นฐานอย่างจริงจัง ความต้องการใช้เอทานอลจะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 6 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าน้ำมันได้อย่างมีนัยสำคัญ

นายกิตติศักดิ์ วัธนเวคิน นายกสมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย เปิดเผยว่า การยกระดับ E20 เป็นน้ำมันพื้นฐาน ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการสร้างความมั่นคงพลังงานของประเทศ เพราะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบ และสร้างเสถียรภาพด้านราคาเชื้อเพลิง ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลก อีกทั้งยังเป็นการต่อยอดศักยภาพวัตถุดิบการเกษตรของไทย โดยเฉพาะอ้อยและกากน้ำตาลจากอุตสาหกรรมน้ำตาล รวมถึงมันสำปะหลัง ให้เกิดมูลค่าเพิ่มในรูปแบบพลังงานชีวภาพ “ในสภาวะที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีความผันผวนสูง กลไกของ E20 จะช่วยสร้างจุดสมดุลให้กับราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการ เนื่องจากเอทานอลเป็นพลังงานที่ผลิตจากวัตถุดิบภายในประเทศ ซึ่งมีต้นทุนที่เสถียรกว่า ช่วยลดแรงกระทบต่อค่าครองชีพและต้นทุนภาคขนส่งได้อย่างยั่งยืน

ปัจจุบันไทยมีพื้นที่ปลูกอ้อยกว่า 11 ล้านไร่ ผลผลิตอ้อยราว 90 ล้านตันต่อปี และผลิตน้ำตาลได้ประมาณ 10 ล้านตันต่อปี สะท้อนความแข็งแกร่งของภาคการผลิตที่สามารถต่อยอดสู่พลังงานชีวภาพ นอกจากนี้ อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลยังมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจฐานราก โดยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 8% ของ GDP ภาคเกษตร หรือราว 1.2 แสนล้านบาท จึงถือเป็นทั้งแหล่งวัตถุดิบพลังงาน และกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและความมั่นคงพลังงานของประเทศควบคู่กัน และสร้างรายได้หมุนเวียนกลับสู่ภาคเกษตรทั้งชาวไร่อ้อยและไร่มันในวงกว้าง

นางสาวสุรียส โควสุรัตน์ นายกสมาคมเอทานอลจากมันสำปะหลัง กล่าวว่า อุตสาหกรรมเอทานอลจากมันสำปะหลังของประเทศไทยมีความพร้อมอย่างยิ่งในการผลิตเพื่อรองรับนโยบาย E20 เป็นน้ำมันพื้นฐาน โดยความแข็งแกร่งนี้สะท้อนผ่าน 3 มิติหลัก ได้แก่

1.ความมั่นคงด้านวัตถุดิบ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลังรายใหญ่ของโลก ซึ่งมีวัตถุดิบภายในประเทศที่เพียงพอรองรับกับแผนสร้างความมั่นคงพลังงานของภาครัฐ

2.ศักยภาพการผลิตและเทคโนโลยีของโรงงานเอทานอล ที่สามารถรองรับความต้องการใช้งานได้ทันที ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร และ

3.การยกระดับห่วงโซ่อุปทานมันสำปะหลังของประเทศ สู่การเป็นพืชพลังงานยุทธศาสตร์ที่ช่วยสร้างเสถียรภาพราคา และรายได้ให้เกษตรกร

ปัจจุบันประเทศไทยมีกำลังการผลิตเอทานอลรวมสูงสุดประมาณ 7.2 ล้านลิตรต่อวัน จากโรงงาน 28 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งสามารถรองรับความต้องการใช้งานได้ทันทีและยังมีกำลังการผลิตสำรองอีกกว่า 50–60% หากภาครัฐมีการส่งเสริมการใช้ E20 อย่างเต็มรูปแบบ จะทำให้ความต้องการใช้มันสำปะหลังในอุตสาหกรรมเอทานอลเพิ่มขึ้นประมาณ 6 ล้านตันต่อปี ขณะที่โครงสร้างการใช้ผลผลิตในปัจจุบันกว่า 90% ยังอยู่ในอุตสาหกรรมแป้งและมันเส้น และมีเพียงประมาณ 10% ที่เข้าสู่อุตสาหกรรมเอทานอล ส่งผลให้ปริมาณมันสำปะหลังที่เข้าสู่โรงงานเอทานอลในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2–3 ล้านตันต่อปี ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการดังกล่าว

อย่างไรก็ดีอุตสาหกรรมเอทานอลไทยมีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการวัตถุดิบ โดยโรงงานจำนวนมากเป็นโรงงานไฮบริดที่สามารถใช้ทั้งมันสำปะหลังและกากน้ำตาลเป็นวัตถุดิบทดแทนกันได้ และได้มีการปรับตัวด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับสถานการณ์ด้าน Supply ที่เปลี่ยนแปลง ทั้งสองสมาคมเห็นตรงกันว่า การกำหนดให้ E20 เป็นน้ำมันพื้นฐาน ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงจากวิกฤตพลังงานโลก แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางพลังงานชีวภาพในภูมิภาคในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...