โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดาวโจนส์ร่วงแรง! เงินเฟ้อ–สงครามอิหร่านกดดันตลาด หุ้นโลกผันผวน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

19 มี.ค. 2569 ตลาดการเงินโลกเผชิญแรงขายหนัก โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดใหม่ของปี 2026 ท่ามกลางความกังวลเงินเฟ้อที่เร่งตัว และความเสี่ยงจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่อาจกระทบเศรษฐกิจโลก ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งแรงจากความเสี่ยงด้านอุปทาน ส่วนทองคำอ่อนตัวหลังเฟดคงดอกเบี้ย แต่ยังส่งสัญญาณไม่แน่นอนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงหนัก กังวลเงินเฟ้อ–เศรษฐกิจชะลอ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบในวันพุธ (18 มี.ค. 2569) หลังนักลงทุนเทขายหุ้นจากความกังวลว่าเงินเฟ้อจะอยู่ในระดับสูงยาวนาน ประกอบกับความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางที่อาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวพร้อมเงินเฟ้อสูง (stagflation)

  • ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปิดที่ 46,225.15 จุด ลดลง 768.11 จุด (-1.63%)
  • ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,624.70 จุด ลดลง 91.39 จุด (-1.36%)
  • ดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ 22,152.421 จุด ลดลง 327.107 จุด (-1.46%)

แรงขายกระจายตัวในหลายกลุ่ม โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยี ขณะที่นักลงทุนยังจับตาทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) หลังส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยและอาจลดเพียงครั้งเดียวในปีนี้

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ กังวลสงคราม–รอท่าทีเฟด

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลดลง โดยแรงกดดันหลักมาจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง รวมถึงการรอผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ

  • ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 597.93 จุด ลดลง 4.52 จุด (-0.75%)
  • ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนี ปิดที่ 23,502.25 จุด ลดลง 228.67 จุด (-0.96%)
  • ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ปิดที่ 7,969.88 จุด ลดลง 4.61 จุด (-0.06%)

นักลงทุนยังคงระมัดระวังการลงทุน ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ตลาดจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของยุโรปและการตัดสินใจดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลักในภูมิภาค

ตลาดหุ้นอังกฤษปรับลง ตามทิศทางตลาดโลก

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบในวันเดียวกัน โดยเคลื่อนไหวสอดคล้องกับตลาดหุ้นโลกที่เผชิญแรงขายจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

  • ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นอังกฤษ ปิดที่ 10,305.29 จุด ลดลง 98.31 จุด (-0.94%)

แม้มีหุ้นบางตัวปรับตัวขึ้นจากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง แต่ภาพรวมตลาดยังถูกกดดันจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะราคาพลังงานที่พุ่งสูงและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ราคาน้ำมันพุ่งแรง กังวลอุปทานตะวันออกกลาง

ราคาน้ำมันโลกปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและอิหร่านทวีความรุนแรง และมีการขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในหลายประเทศ

  • ราคาน้ำมันดิบ WTI (ส่งมอบเดือนเมษายน) ปิดที่ 96.32 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ราคาน้ำมันดิบ Brent (ส่งมอบเดือนพฤษภาคม) ปิดที่ 107.38 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.83%

ความเสี่ยงด้านอุปทานเพิ่มสูงขึ้น หลังมีความเป็นไปได้ที่การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะหยุดชะงัก ซึ่งอาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นต่อในระยะสั้น

ราคาทองคำร่วง หลังเฟดคงดอกเบี้ยตามคาด

ราคาทองคำโลก ปรับตัวลดลงในวันพุธ หลังธนาคารกลางสหรัฐมีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามคาด แม้ยังส่งสัญญาณอาจปรับลดดอกเบี้ยในปี 2026

  • ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) อยู่ที่ 4,895.61 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 2.2%
  • ราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ (ส่งมอบเดือนเมษายน) อยู่ที่ 4,889.80 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 2.4%

เฟดยังระบุว่าผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีความไม่แน่นอน ทำให้นักลงทุนชะลอการถือครองทองคำในระยะสั้น

ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า หลังเฟดคงนโยบายการเงิน

ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าขึ้น หลังธนาคารกลางสหรัฐคงอัตราดอกเบี้ย และยังส่งสัญญาณระมัดระวังต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) อยู่ที่ 99.79 เพิ่มขึ้น 0.2%

การแข็งค่าของดอลลาร์ได้รับแรงหนุนจากความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย และมุมมองที่ว่าอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐอาจอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คาด ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสงครามและเงินเฟ้อ

อ้างอิง : CNBC , Reuters

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นทั่วโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...