“ทำไมปีนี้ร้อนกว่าทุกปี: โลกกำลังเปลี่ยน หรือเรากำลังรับรู้มันชัดขึ้น”
ร้อยเอก ดร.จารุพล เรืองสุวรรณ
รองผู้อำนวยการวิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะปีนี้ ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านจำนวนไม่น้อยมีความรู้สึกเดียวกันว่า “ประเทศไทยเราร้อนกว่าทุกปี”
ความรู้สึกนี้อาจไม่ใช่เพียงการรับรู้ที่เกินจริงหรือการตัดพ้อต่อเหงื่อไคลเท่านั้น แต่กำลังสะท้อนความจริงเชิงโครงสร้างของโลกที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ เพราะหากพิจารณาจากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และแนวโน้มภูมิอากาศ จะพบว่าอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นในประเทศไทย เป็นผลลัพธ์ของ การซ้อนทับกันของปัจจัยระดับโลก ระดับภูมิภาค และระดับท้องถิ่น อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “ทำไมปีนี้ร้อน” แต่คือ “เรากำลังอยู่ในโลกใหม่ที่ร้อนขึ้น หรือเรากำลังเพิ่งเริ่มตระหนักถึงมัน?”
ปัจจัยสำคัญที่สุดที่อธิบายความร้อนในปัจจุบัน คือ ภาวะโลกร้อน (Global Warming) ซึ่งเกิดจากการสะสมของก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมมนุษย์ โดยเฉพาะการใช้พลังงานฟอสซิล ซึ่งหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันตรงกันว่าอุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายทศวรรษ ซึ่งแน่นอนว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขึ้นนี้ก็คือ “ฝีมือมนุษย์” นั่นเอง
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกได้เข้าใกล้ระดับอุณหภูมิที่สูงกว่า 1.5°C จากยุคก่อนอุตสาหกรรม ซึ่งเป็น “เส้นแดง” ทางภูมิอากาศที่นักวิทยาศาสตร์กังวลอย่างยิ่ง ซึ่งผลลัพธ์ที่ตามมาก็ได้แก่ คลื่นความร้อน (heatwave) ที่เกิดถี่ขึ้น มีความรุนแรงมากขึ้นและยาวนานขึ้นในแทบทุกภูมิภาคของโลก กล่าวได้ว่า โลกไม่ได้แค่ “ร้อนขึ้น” แต่กำลัง “เปลี่ยน baseline” ของความร้อนทั้งระบบ
El Niño อีกหนึ่งตัวเร่งที่ทำให้ปีนี้ “ร้อนผิดปกติ” หากเปรียบภาวะโลกร้อนคือ “พื้นฐาน” ของปัญหา El Niño ก็เปรียบได้กับ “ตัวเร่ง” ของปัญหาที่ทำให้ปีนี้ร้อนกว่าปกติ
El Niño เป็นปรากฏการณ์ที่น้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกอุ่นขึ้นผิดปกติ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบลมและฝนทั่วโลก และทำให้อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้นชั่วคราว ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า โลกมีโอกาสสูงที่จะเผชิญ El Niño ในปี 2026 และอาจพัฒนาเป็น “Super El Niño” ซึ่งทำให้เกิดคลื่นความร้อนและภัยแล้งรุนแรงทั่วโลก ซึ่งในบริบทของประเทศไทย อุณหภูมิช่วงมีนาคม–สิงหาคม 2026 ก็ได้ถูกคาดการณ์ว่าจะสูงกว่าค่าเฉลี่ย อย่างต่อเนื่อง
เมื่อโฟกัสที่ประเทศไทย ก็พบว่ามีปัจจัยเฉพาะของเราเองเช่นกัน ที่ทำให้เรารู้สึกร้อนหนักเป็นพิเศษ หนึ่งในนั้นคือ อุณหภูมิที่สูงขึ้นจากภาวะความเป็นเมือง ในปัจจุบันเมืองใหญ่และการพัฒนาเกิดขึ้นมากกว่าในอดีตอย่างเห็นได้ชัด ป่าคอนกรีต การจราจร การใช้เครื่องปรับอากาศ ฝุ่นควัน และอื่นๆอีกมากมาย กลายเป็นปัจจัยที่ทำให้เมืองใหญ่ๆ มีลักษณะไม่ต่างจากหม้ออบที่เก็บกักความร้อนไว้
อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นข้อสังเกต และอยากชวนท่านผู้อ่านสังเกตไปด้วยกัน คือการแปรปรวนของฤดูกาล เราเริ่มเห็นได้ว่า พักหลังๆ ฤดูกาลของไทยเริ่มมาไม่ตรงตามเวลาที่ควรจะเป็น ฤดูฝนที่ล่าช้าก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ฤดูร้อนยาวนานมากขึ้น
เมื่อรวมทุกๆปัจจัยเข้าด้วยกัน เราจะเห็นภาพว่า ความร้อนที่เพิ่มมากขึ้นเป็นผลพวงของ 3 ระดับ ได้แก่ ระดับโลก คือ อุณหภูมิพื้นฐานของโลกที่สูงขึ้น ระดับภูมิภาค คือ ปรากฏการณ์ El Niño และ ระดับท้องถิ่น คือ การเจริญเติบโตที่มากขึ้นของเมืองในประเทศไทย
สิ่งที่น่ากังวลหลังจากนี้ คือ ความร้อนที่เรากำลังเจอกันอยู่จะกลายสภาพเป็น “ความปกติใหม่” หรือ New Normal หรือไม่
ถ้าใช่ คำถามที่ตามมาคือ เราจะปรับตัวกันได้หรือไม่ ซึ่งการปรับตัวที่ต้องสนใจก็มีอยู่ 2 ด้าน คือการปรับตัวทางการใช้ชีวิต ซึ่งอาจหมายถึงการใช้เทคโนโลยีต่างๆเพื่อเข้ามาช่วยเหลือบรรเทาความร้อน ความไม่สะดวกสบาย และอื่นๆ เพื่อให้คนยังใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างไม่แย่เกินไป
ในส่วนของด้านที่สองนั้น น่าสนใจและน่ากังวลมากกว่า นั่นคือการปรับตัวทางกายภาพของร่างกายมนุษย์ ร่างกายของเราจะสามารถปรับตัวตามอุณหภูมิที่สูงขึ้นได้หรือไม่ รวดเร็วแค่ไหน ซึ่งเรื่องนี้อาจจนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพของคนในชาติ ที่อาจลามไปสู่ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม หรือแม้แต่ความมั่นได้ในที่สุด
“โลกกำลังเปลี่ยน หรือเรากำลังรับรู้มันชัดขึ้น?”
ผมคิดว่า “ทั้งสองอย่างกำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน”
โลกกำลังเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญและมนุษย์กำลัง “เริ่มรู้สึก” ผลกระทบของมันในชีวิตประจำวัน
วันนี้เราพร้อมแค่ไหน หากอุณภูมิของประเทศไทยจะสูงขึ้นเป็นความปกติใหม่….อาจจะต้องลองเริ่มคิด เพราะไม่แน่ มันอาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่เราคิดไว้
เอวัง
#โลกร้อน #ElNino #ClimateChange #อากาศร้อน #ประเทศไทยร้อน #ภาวะโลกร้อน #สิ่งแวดล้อม #วิกฤตภูมิอากาศ #Heatwave #NewNormal #siamrathonline