“คะแนนนิยมทรัมป์” ร่วงต่ำสุด โพลชี้ชาวอเมริกันกังวลต่ออารมณ์-บุคลิก
โพลชี้ "คะแนนนิยมทรัมป์" ร่วงต่ำสุด เหลือเพียง 36% ท่ามกลางความกังวลของชาวอเมริกันต่ออารมณ์และความเฉียบคมของผู้นำ
วันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 23.46 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนล่าสุดโดย Reuters/Ipsos ชี้ว่า คะแนนนิยมของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงอยู่ในระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง โดยชาวอเมริกันจำนวนมากแสดงความกังวลต่อบุคลิกภาพและความมั่นคงทางอารมณ์ของผู้นำ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามอิหร่านและความขัดแย้งกับ Pope Leo
การสำรวจซึ่งจัดทำเป็นเวลา 6 วันและสิ้นสุดเมื่อวันจันทร์ พบว่ามีเพียง 36% ของชาวอเมริกันที่พึงพอใจต่อผลงานของทรัมป์ ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อนหน้า และลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากระดับสูงสุดที่ 47% หลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคม 2568
แรงกดดันต่อทรัมป์เพิ่มขึ้นนับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากทำสงครามกับอิหร่านในเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศพุ่งสูง กระทบค่าครองชีพของประชาชน โดยมีเพียง 36% ที่สนับสนุนการโจมตีทางทหารของสหรัฐต่ออิหร่าน ใกล้เคียงกับระดับ 35% ในการสำรวจช่วงต้นเดือนเมษายน
ผลสำรวจซึ่งเก็บข้อมูลจากผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ จำนวน 4,557 คน ยังสะท้อนความกังวลข้ามพรรคการเมืองเกี่ยวกับอารมณ์และความเฉียบคมทางความคิด ของทรัมป์ โดยมีเพียง 26% ที่มองว่าเขาเป็นคนควบคุมอารมณ์ได้ดี ขณะที่แม้แต่ในหมู่พรรครีพับลิกันเองก็มีความเห็นแตกต่างกัน โดย 53% เห็นด้วย และ 46% ไม่เห็นด้วย ขณะที่ฝั่งเดโมแครตมีเพียง 7% ที่มองเช่นนั้น
ยิ่งไปกว่านั้น 51% ของผู้ตอบแบบสอบถาม รวมถึง 14% ของรีพับลิกัน 54% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งอิสระ และ 85% ของเดโมแครตระบุว่าความเฉียบคมทางความคิดของทรัมป์แย่ลงในช่วงปีที่ผ่านมา
ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ถูกวิจารณ์อย่างหนักจากการแสดงท่าทีแข็งกร้าวและถ้อยคำรุนแรง โดยเขาเคยโพสต์บนโซเชียลมีเดียขู่ว่าจะลบล้างอารยธรรมอิหร่าน รวมถึงโจมตีสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอว่าอ่อนแอในประเด็นอาชญากรรม หลังจากพระองค์วิจารณ์สงครามอิหร่าน นอกจากนี้ทรัมป์ยังเคยขู่ใช้กำลังทางทหารต่อเดนมาร์ก ซึ่งเป็นพันธมิตรใน NATO จากกรณีความต้องการผนวกกรีนแลนด์เข้าสหรัฐฯ
ในอีกด้านหนึ่ง ผลสำรวจพบว่าภาพลักษณ์ของสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอในสายตาชาวอเมริกันดีกว่าทรัมป์อย่างชัดเจน โดย 60% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีมุมมองเชิงบวกต่อพระองค์ เทียบกับ 36% ที่มีมุมมองเชิงบวกต่อทรัมป์
ขณะเดียวกัน ประเด็นค่าครองชีพยังคงเป็นจุดอ่อนสำคัญของทรัมป์ โดยคะแนนความพึงพอใจต่อการจัดการปัญหาดังกล่าวอยู่ที่เพียง 26% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเท่าที่เคยมี เช่นเดียวกับสัดส่วนผู้ที่มองว่าปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านคุ้มค่ากับต้นทุนที่อยู่เพียง 26%
นอกจากนี้มีเพียง 25% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่เชื่อว่าการโจมตีอิหร่านจะทำให้สหรัฐปลอดภัยมากขึ้น ขณะที่เพียง 16% สนับสนุนแนวคิดการถอนตัวของสหรัฐออกจาก NATO ซึ่งทรัมป์เคยเสนอ
ทั้งนี้ การสำรวจดังกล่าวจัดทำขึ้นในช่วงที่สหรัฐฯ และอิหร่านอยู่ระหว่างการหยุดยิงชั่วคราว ซึ่งมีความเปราะบางและมีกำหนดสิ้นสุดในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน
อ้างอิง : www.reuters.com