ยูเครน แฉ “รัสเซีย” ใช้ดาวเทียมช่วยอิหร่านเล็งเป้าโจมตีฐานทัพสหรัฐ-ตะวันออกกลาง
ข่าวกรองยูเครน เผย "รัสเซีย" ส่งภาพถ่ายดาวเทียมและร่วมปฏิบัติการไซเบอร์กับอิหร่าน สนับสนุนการโจมตีฐานทัพและโครงสร้างสำคัญในตะวันออกกลาง
วันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 13.11 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างการประเมินข่าวกรองของยูเครน ว่า รัสเซียได้ใช้ดาวเทียมทำการสำรวจภาพพื้นที่เชิงลึกในตะวันออกกลางจำนวนหลายสิบครั้ง เพื่อสนับสนุนให้อิหร่านสามารถโจมตีเป้าหมายของสหรัฐและพันธมิตรได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
รายงานดังกล่าวระบุว่า ระหว่างวันที่ 21–31 มีนาคมที่ผ่านมา ดาวเทียมของรัสเซียได้ทำการสำรวจอย่างน้อย 24 ครั้ง ครอบคลุมพื้นที่ใน 11 ประเทศ และเป้าหมายรวม 46 แห่ง ซึ่งรวมถึงฐานทัพ สนามบิน และแหล่งน้ำมันสำคัญ ที่น่าสังเกตคือ หลายพื้นที่ที่ถูกสำรวจ กลับถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านในเวลาไม่กี่วันถัดมา สะท้อนรูปแบบที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน
แหล่งข่าวด้านความมั่นคงจากตะวันตกและภูมิภาคตะวันออกกลางยังยืนยันว่า พบกิจกรรมของดาวเทียมรัสเซียเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และมีการส่งต่อข้อมูลภาพถ่ายให้อิหร่านจริง
หนึ่งในพื้นที่ที่ถูกจับตาอย่างหนักคือซาอุดีอาระเบีย โดยมีการสำรวจถึง 9 ครั้ง รวมถึง 5 ครั้งบริเวณฐานทัพ King Khalid Military City ซึ่งคาดว่าเกี่ยวข้องกับการค้นหาตำแหน่งระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD ของสหรัฐ
นอกจากนี้ยังพบการสำรวจซ้ำในตุรกี จอร์แดน คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะที่พื้นที่ในอิสราเอล กาตาร์ อิรัก บาห์เรน และฐานทัพสหรัฐ บนเกาะ Diego Garcia ถูกสำรวจอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
รายงานยังระบุว่ารัสเซียให้ความสำคัญกับการเฝ้าติดตามช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก โดยอิหร่านได้ปิดกั้นเส้นทางดังกล่าวโดยพฤตินัยสำหรับเรือที่ไม่เป็นมิตร
อย่างไรก็ตามReuters ระบุว่า ยังไม่สามารถยืนยันข้อมูลข่าวกรองของยูเครนได้อย่างอิสระ ขณะที่ทำเนียบขาวออกมาระบุว่า ความช่วยเหลือจากภายนอกยังไม่ส่งผลต่อความสำเร็จของปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐ
ในทางการทูต ผู้นำยุโรปได้หยิบยกประเด็นนี้สอบถามรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ แต่ยังไม่ได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจน โดยก่อนหน้านี้สหรัฐเคยลดทอนความสำคัญของความช่วยเหลือจากรัสเซียว่ามีนัยจำกัด
รายงานข่าวกรอง ยังเปิดเผยว่ารัสเซียและอิหร่านมีช่องทางสื่อสารถาวรสำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง รวมถึงอาจมีเจ้าหน้าที่ข่าวกรองรัสเซียประจำอยู่ในกรุงเตหะรานเพื่อประสานงานโดยตรง หนึ่งในกรณีที่ถูกเปิดเผยคือ ดาวเทียมรัสเซียได้ถ่ายภาพฐานทัพ Prince Sultan ในซาอุดีอาระเบีย ก่อนที่อิหร่านจะโจมตีในวันที่ 27 มีนาคม และยังกลับมาสำรวจซ้ำในวันถัดมาเพื่อประเมินความเสียหาย
ความร่วมมือระหว่างรัสเซียและอิหร่านมีความลึกซึ้งมากขึ้นนับตั้งแต่สงครามยูเครนในปี 2565 โดยชาติตะวันตกกล่าวหาอิหร่านว่าส่งโดรน Shahed ให้รัสเซียใช้โจมตี ขณะที่อิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว ทั้งสองประเทศยังได้ลงนามข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งเปิดทางให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านความมั่นคงและข่าวกรอง
นอกจากปฏิบัติการทางทหาร รายงานยังชี้ว่าทั้งสองประเทศได้ขยายความร่วมมือไปสู่สงครามไซเบอร์ กลุ่มแฮกเกอร์จากอิหร่านได้เพิ่มการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและบริษัทโทรคมนาคมในอ่าวอาหรับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยมีการประสานงานกับกลุ่มแฮกเกอร์รัสเซียผ่านแพลตฟอร์ม Telegram
กลุ่มที่ถูกระบุว่ามีความร่วมมือกัน ได้แก่
- ฝั่งรัสเซีย : Z-Pentest Alliance, NoName057(16), DDoSia Project
- ฝั่งอิหร่าน : Handala Hack
ตัวอย่างเช่น กลุ่ม Handala Hack ได้ออกคำเตือนโจมตีบริษัทพลังงานของอิสราเอล ขณะที่กลุ่มรัสเซียเผยแพร่ข้อมูลเข้าถึงระบบควบคุมโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในเวลาใกล้เคียงกัน
นอกจากนี้กลุ่มแฮกเกอร์อิหร่านยังเริ่มใช้เทคนิคที่เชื่อว่าได้รับมาจากหน่วยข่าวกรองทางทหารของรัสเซีย รวมถึงการใช้บริการเซิร์ฟเวอร์ของรัสเซียในการดำเนินการโจมตี
อ้างอิง : www.reuters.com