โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ยูเครน แฉ “รัสเซีย” ใช้ดาวเทียมช่วยอิหร่านเล็งเป้าโจมตีฐานทัพสหรัฐ-ตะวันออกกลาง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 เม.ย. เวลา 13.38 น. • เผยแพร่ 07 เม.ย. เวลา 06.38 น.

ข่าวกรองยูเครน เผย "รัสเซีย" ส่งภาพถ่ายดาวเทียมและร่วมปฏิบัติการไซเบอร์กับอิหร่าน สนับสนุนการโจมตีฐานทัพและโครงสร้างสำคัญในตะวันออกกลาง

วันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 13.11 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างการประเมินข่าวกรองของยูเครน ว่า รัสเซียได้ใช้ดาวเทียมทำการสำรวจภาพพื้นที่เชิงลึกในตะวันออกกลางจำนวนหลายสิบครั้ง เพื่อสนับสนุนให้อิหร่านสามารถโจมตีเป้าหมายของสหรัฐและพันธมิตรได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

รายงานดังกล่าวระบุว่า ระหว่างวันที่ 21–31 มีนาคมที่ผ่านมา ดาวเทียมของรัสเซียได้ทำการสำรวจอย่างน้อย 24 ครั้ง ครอบคลุมพื้นที่ใน 11 ประเทศ และเป้าหมายรวม 46 แห่ง ซึ่งรวมถึงฐานทัพ สนามบิน และแหล่งน้ำมันสำคัญ ที่น่าสังเกตคือ หลายพื้นที่ที่ถูกสำรวจ กลับถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านในเวลาไม่กี่วันถัดมา สะท้อนรูปแบบที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน

แหล่งข่าวด้านความมั่นคงจากตะวันตกและภูมิภาคตะวันออกกลางยังยืนยันว่า พบกิจกรรมของดาวเทียมรัสเซียเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และมีการส่งต่อข้อมูลภาพถ่ายให้อิหร่านจริง

หนึ่งในพื้นที่ที่ถูกจับตาอย่างหนักคือซาอุดีอาระเบีย โดยมีการสำรวจถึง 9 ครั้ง รวมถึง 5 ครั้งบริเวณฐานทัพ King Khalid Military City ซึ่งคาดว่าเกี่ยวข้องกับการค้นหาตำแหน่งระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD ของสหรัฐ

นอกจากนี้ยังพบการสำรวจซ้ำในตุรกี จอร์แดน คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะที่พื้นที่ในอิสราเอล กาตาร์ อิรัก บาห์เรน และฐานทัพสหรัฐ บนเกาะ Diego Garcia ถูกสำรวจอย่างน้อยหนึ่งครั้ง

รายงานยังระบุว่ารัสเซียให้ความสำคัญกับการเฝ้าติดตามช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก โดยอิหร่านได้ปิดกั้นเส้นทางดังกล่าวโดยพฤตินัยสำหรับเรือที่ไม่เป็นมิตร

อย่างไรก็ตามReuters ระบุว่า ยังไม่สามารถยืนยันข้อมูลข่าวกรองของยูเครนได้อย่างอิสระ ขณะที่ทำเนียบขาวออกมาระบุว่า ความช่วยเหลือจากภายนอกยังไม่ส่งผลต่อความสำเร็จของปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐ

ในทางการทูต ผู้นำยุโรปได้หยิบยกประเด็นนี้สอบถามรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ แต่ยังไม่ได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจน โดยก่อนหน้านี้สหรัฐเคยลดทอนความสำคัญของความช่วยเหลือจากรัสเซียว่ามีนัยจำกัด

รายงานข่าวกรอง ยังเปิดเผยว่ารัสเซียและอิหร่านมีช่องทางสื่อสารถาวรสำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง รวมถึงอาจมีเจ้าหน้าที่ข่าวกรองรัสเซียประจำอยู่ในกรุงเตหะรานเพื่อประสานงานโดยตรง หนึ่งในกรณีที่ถูกเปิดเผยคือ ดาวเทียมรัสเซียได้ถ่ายภาพฐานทัพ Prince Sultan ในซาอุดีอาระเบีย ก่อนที่อิหร่านจะโจมตีในวันที่ 27 มีนาคม และยังกลับมาสำรวจซ้ำในวันถัดมาเพื่อประเมินความเสียหาย

ความร่วมมือระหว่างรัสเซียและอิหร่านมีความลึกซึ้งมากขึ้นนับตั้งแต่สงครามยูเครนในปี 2565 โดยชาติตะวันตกกล่าวหาอิหร่านว่าส่งโดรน Shahed ให้รัสเซียใช้โจมตี ขณะที่อิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว ทั้งสองประเทศยังได้ลงนามข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งเปิดทางให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านความมั่นคงและข่าวกรอง

นอกจากปฏิบัติการทางทหาร รายงานยังชี้ว่าทั้งสองประเทศได้ขยายความร่วมมือไปสู่สงครามไซเบอร์ กลุ่มแฮกเกอร์จากอิหร่านได้เพิ่มการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและบริษัทโทรคมนาคมในอ่าวอาหรับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยมีการประสานงานกับกลุ่มแฮกเกอร์รัสเซียผ่านแพลตฟอร์ม Telegram

กลุ่มที่ถูกระบุว่ามีความร่วมมือกัน ได้แก่

  • ฝั่งรัสเซีย : Z-Pentest Alliance, NoName057(16), DDoSia Project
  • ฝั่งอิหร่าน : Handala Hack

ตัวอย่างเช่น กลุ่ม Handala Hack ได้ออกคำเตือนโจมตีบริษัทพลังงานของอิสราเอล ขณะที่กลุ่มรัสเซียเผยแพร่ข้อมูลเข้าถึงระบบควบคุมโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในเวลาใกล้เคียงกัน

นอกจากนี้กลุ่มแฮกเกอร์อิหร่านยังเริ่มใช้เทคนิคที่เชื่อว่าได้รับมาจากหน่วยข่าวกรองทางทหารของรัสเซีย รวมถึงการใช้บริการเซิร์ฟเวอร์ของรัสเซียในการดำเนินการโจมตี

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...