UAC ปิโตรรับเต็มน้ำมันขาขึ้น เร่งเครื่องผลิตปั๊มกำไรเกินเป้า
#UAC#ทันหุ้น – UAC ธุรกิจปิโตรเลียมรับอานิสงส์น้ำมันโตแรงตามราคาน้ำมัน เร่งเดินเครื่องผลิตเต็มกำลัง 300 บาร์เรลต่อวัน หนุนรายได้-กำไรดีเกินคาด เดินหน้าลงทุนสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในไทย เล็งขยายลงทุนภูมิภาคเอเซียด้านโรงไฟฟ้าชุมชนรับรู้รายได้เต็มปี
นายชัชพล ประสพโชค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ UAC เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ปัจจุบันธุรกิจปิโตรเลียม (Petroleum) ได้รับประโยชน์อย่างมากจากราคาในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นจากราว 60 – 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ100 – 110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยปัจจุบันบริษัทมุ่งรักษากำลังการผลิตเต็มที่ ที่ราว 300 บาร์เรลต่อวัน ตามนโยบายของกระทรวงพลังงานที่เน้นการผลิตน้ำมันดิบภายในประเทศ เบื้องต้นคาดการณ์ผลการดำเนินงานของธุรกิจปิโตรเลียมจะเติบโตได้ดีกว่าที่ประมาณการไว้ช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา
** รายได้-กำไรเกินคาด
“บริษัทเป็นผู้ได้รับสัมปทานการผลิตน้ำมันดิบ โดยมีแหล่งผลิตหลักอยู่ที่จังหวัดสุโขทัย กำลังผลิตที่ประมาณ 300 บาร์เรลต่อวัน เพื่อจำหน่ายให้กับกลุ่มปตท.ทั้งหมด ซึ่งในปีนี้ไม่มีแผนการปิดซ่อมบำรุงทั้ง Partial Overhaul และ Major Overhaul ทำให้สามารถผลิตได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีเพื่อใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลให้ทั้ง รายได้และกำไรในส่วนนี้ดีกว่าที่คาดหมายไว้มาก” นายชัชพล กล่าว
ขณะเดียวกันบริษัทยังเดินหน้าลงทุนพัฒนาด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศไทย เพื่อขยายกำลังการผลิตใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในส่วนของกำไรสุทธิ และมองหาโอกาสที่จะขยายลงทุนในภูมิภาคเอเชียในอนาคต
ด้านธุรกิจเทรดดิ้ง (Trading) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในธุรกิจหลักของUAC ปัจจุบันบริษัทเน้นการขายสินค้าที่ให้มาร์จิ้น (Margin) สูงขึ้น ซึ่งส่งผลเชิงบวกต่อบริษัทในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 (1H/69) อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งสินค้า โดยบริษัทได้เตรียมเจรจากับพันธมิตรในการจัดหารถบรรทุก EV เข้ามาบรรเทาผลกระทบดังกล่าว
@ เชื้อเพลิงทดแทนทิศทางดี
สำหรับธุรกิจผลิตเชื้อเพลิงขยะ (RDF) เริ่มเห็นความต้องการที่เร่งตัวขึ้นเนื่องจากเป็นเชื้อเพลิงทดแทนที่ระดับราคายังเข้าถึงได้ โดยปัจจุบันโครงการในประเทศอินโดนีเซีย ยังสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่โครงการใน สปป.ลาว เริ่มประสบปัญหาการขนส่งและผลิต RDF เนื่องจากการจัดหาน้ำมันเริ่มมีข้อจำกัด
“สำหรับโรงงานที่อินโดนีเซีย ปัจจุบันมีการเดินเครื่องผลิตอย่างเต็มกำลัง เพื่อตอบสนองความต้องการของคู่ค้า แต่ใน สปป.ลาว แม้จะมีความต้องการใช้สูง แต่การดำเนินงานในสปป.ลาวต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญคือ วิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำมันภายในประเทศ บริษัทจึงต้องพยายาม ประคับประคองการดำเนินงานไปก่อน ในขณะที่รอให้สถานการณ์การขาดแคลนน้ำมันคลี่คลายลง”
ด้านกลุ่มธุรกิจ Energy (พลังงานทดแทน) ซึ่งเป็นธุรกิจที่การสร้างรายได้ที่มั่นคง (Recuring Income) จากโรงไฟฟ้าชุมชนภูผาม่าน จะเป็นปีแรกที่รับรู้รายได้จากการเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต 3 เมกะวัตต์ ตลอดทั้งปี 2569 เพื่อจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค