ซูเปอร์มาร์เก็ตดังไล่พนักงานออก หลังพยายามจับตัวหัวขโมยขาประจำ ชี้ “ทำผิดนโยบายของร้าน”
วานนี้ (5 เม.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรณีของพนักงานของร้านเวโทรส ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมชื่อดังของอังกฤษ ถูกไล่ออกหลังจากที่เขาเข้าไปขัดขวางผู้ต้องสงสัยว่าเป็นหัวขโมยซึ่งคาดว่ากำลังช็อกโกแลตสำหรับเทศกาลอีสเตอร์ที่บรรจุอยู่เต็มถุง
วอล์คเกอร์ สมิธ พนักงานวัย 54 ปีซึ่งทำงานกับทางร้านมานานถึง 17 ปีแล้ว ถูกเลิกจ้างหลังจากที่เขาพยายามยื้อแย่งถุงใส่สินค้าจากมือผู้ที่คาดว่าเป็นหัวขโมยขาประจำที่ร้านเวโทรส สาขา แคลปแฮม จังก์ชัน กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร โดยหัวขโมยรายนี้ได้รื้อค้นชั้นแสดงสินค้าและกวาดช็อกโกแลตรูปกกระต่ายวันอีสเตอร์ยี่ห้อลินด์ท ซึ่งมีมูลค่าชิ้นละ 13 ปอนด์ (ราว 560 บาท) ใส่จนเต็มถุง
ลูกค้าคนหนึ่งเข้ามาบอกเขาซึ่งทำงานในตำแหน่งพนักงานขาย เขาจึงเข้าไปเพื่อเอาถุงคืนมาจากผู้ต้องสงสัยซึ่งเข้าใจว่ามาขโมยของที่ร้านเป็นประจำ ทั้งสองยื้ยุดถุงดังกล่าวกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ถุงจะขาดและช็อกโกแลตก็ร่วงลงมา
จากนั้น หัวขโมยก็วิ่งหนีออกจากร้านไป ส่วน สมิธ หยิบชิ้นส่วนของช็อกโกแลตรูปกระต่ายที่แตกหักเพราะตกลงพื้นและ "ขว้างด้วยความหงุดหงิด" ไปทางรถเข็นชอปปิง เขายืนยันว่าไม่ได้เล็งไปที่ตัวหัวขโมยและได้ขอโทษผู้จัดการร้านแล้ว แต่เหตุการณ์ดังกล่าวก็ยังคงถูกรายงานขึ้นไป
สมิธให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวเดอะการ์เดียนว่า ก่อนหน้านี้เขาเคยได้รับคำเตือนว่าอย่าเข้าไปเผชิญหน้ากับหัวขโมย แต่การลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงหลังส่งผลกระทบต่อจิตใจเขา "ผมทำงานที่นั่นมา 17 ปี ผมเห็นมันเกิดขึ้นทุกชั่วโมงของทุกวันตลอด 5 ปีที่ผ่านมา" เขากล่าวพร้อมอธิบายว่าไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำร้านในวันจันทร์และวันอังคาร เนื่องจากไม่ค่อยมีการรายงานเหตุลักทรัพย์ในช่วงนี้ ทำให้มีการลดกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยลง
สมิธยอมรับว่าเขารู้สึกเสียใจกับการกระทำของตนเอง หลังจากนั้นไม่กี่วัน เขาได้เข้าประชุมกับผู้จัดการร้านและได้รับแจ้งว่าเขาถูกไล่ออก ทำให้เขารู้สึก "หมดกำลังใจ" หลังจากทำงานที่นี่มา 17 ปี สมิธ กล่าวว่าผู้จัดการรู้ดีว่า เขาเป็นโรควิตกกังวลและยืนยันว่า เขา "ไม่ใช่คนเลว รุนแรง หรือก้าวร้าว" แต่เพียงแค่รู้สึกหงุดหงิดกับการลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นตลอดเวลาขณะที่เวโทรสไม่มีมาตรการจัดการเรื่องนี้
ทางด้านโฆษกของเวโทรสชี้แจงว่าความปลอดภัยของพนักงานและลูกค้าสำคัญที่สุด โดยบริษัทมีนโยบายที่ชัดเจนคือห้ามพนักงานเผชิญหน้ากับหัวขโมยเนื่องจากเคยมีกรณีพนักงานได้รับบาดเจ็บจนต้องเข้าโรงพยาบาลมาแล้ว บริษัทมองว่าไม่มีสินค้าชิ้นไหนมีค่าพอที่จะเอาชีวิตไปเสี่ยง และยืนยันว่าการดำเนินการเลิกจ้างครั้งนี้เป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตอาชญากรรมในลอนดอนที่ทวีความรุนแรงขึ้น จนผู้บริหารห้างดังอย่างมาร์คแอนด์สเปนเซอร์ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของซาดิก ข่าน นายกเทศมนตรีลอนดอนว่า ล้มเหลวในการปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่ ขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกเริ่มกังวลว่านโยบายทางกฎหมายใหม่อาจทำให้หัวขโมยไม่เกรงกลัวความผิดมากขึ้น เนื่องจากพรรคแรงงานของอังกฤษมีแผนที่จะออกกฎหมายยกเลิกโทษจำคุกส่วนใหญ่ที่มีระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปี โดยปรับให้เป็น "การลงโทษทางชุมชน" หรือทางเลือกอื่น
ที่มา : thesun.co.uk
เครดิตภาพ : REUTERS, Facebook/Walker T Smith