โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สภา เคาะถกนโยบายรบ. 32 ชม.ครึ่ง วันแรกยาวถึงตี 2 ฝ่ายค้านได้ 14 ชม.ครึ่ง อรรถกรลั่น ไม่มีออมมือ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“สภา” เคาะ ถกนโยบายรัฐบาล 9-10 เม.ย.นี้ รวม 32 ชม.ครึ่ง ฝ่ายค้านได้ไป 14 ชม.ครึ่ง หวังให้ตรวจสอบเต็มที่ วันแรกเริ่ม 08.30 น. ลากยาวถึงตี 2 ขณะที่ “โสภณ” บอก สภายุคนี้ไม่มีประท้วง ขณะที่ “อรรถกร” ลั่นไม่มีการออมมือแน่

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 7 เมษายน ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญตัวแทนวิปทั้ง 4 ฝ่าย ประกอบด้วย ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล วุฒิสภา และตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย, นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนฝ่ายรัฐบาล ขณะที่พรรคฝ่ายค้านมีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม ขณะที่วุฒิสภา มีนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ส.ว.ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) ส่วนตัวแทน ครม. คือ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมประชุม เพื่อหารือการจัดสรรเวลาสำหรับการอภิปรายนโยบายรัฐบาล ที่จะมีขึ้นในวันที่ 9-10 เม.ย. โดยใช้เวลาในการหารือประมาณ 2 ชั่วโมง

ภายหลังจบการประชุม นายโสภณหัวเราะหลังผู้สื่อข่าวถามว่าในวันแถลงนโยบายรัฐบาลจะไม่เกิดเหตุการณ์วุ่นวายใช่หรือไม่ พร้อมกล่าวว่า “ไม่มี สภายุคนี้ไม่มีการประท้วง”

จากนั้นนายกรวีร์แถลงผลการประชุมว่า จากการประชุมเพื่อหาข้อยุติวันเวลาวันเวลาในการแถลงนโยบายรัฐบาล ได้ข้อสรุปว่าจะมีการแถลงนโยบายในวันที่ 9-10 เมษายนนี้ ซึ่งในวันที่ 9 เมษายน จะเริ่มในเวลา 08.30-02.00 น. ของคืนวันที่ 10 เมษายน เริ่มประชุมใหม่ในเวลา 08.00 และจบในเวลา 23.00 น.ของวันที่ 10 เมษายน รวมเวลาทั้งหมดอยู่ที่อยู่ที่ 32 ชั่วโมงครึ่ง โดยแบ่งเป็นประธานในที่ประชุม ได้เวลา 1 ชั่วโมง นายกรัฐมนตรี ได้เวลาใช้ในการแถลงนโยบาย 1 ชั่วโมงครึ่ง ครม. ได้ 6 ชั่วโมง วุฒิสภาได้ 4 ชั่วโมง พรรคร่วมรัฐบาลได้เวลา 5 ชั่วโมงครึ่ง และพรรคร่วมฝ่ายค้านได้เวลา 14 ชั่วโมงครึ่ง

นายกรวีร์กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าเวลาของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบก็ควรมีเวลาค่อนข้างมาก ซึ่งฝ่ายค้านและรัฐบาลก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่จำเป็น ที่จะให้นายกรัฐมนตรีรวมถึง ครม.มีเวลาที่มากพอสมควร ชี้แจงข้อซักถามและอธิบายนโยบายต่างๆ ของแต่ละกระทรวงเพื่อให้ประชาชนได้มีความเข้าใจถึงนโยบายที่กำลังจะออกมา ดังนั้นเวลาที่เพิ่มมาให้กับทั้งสองฝ่ายก็เพื่อเป็นประโยชน์ ต่อการทำหน้าที่ของทั้งสองฝ่าย

เมื่อถามว่าการจัดสรรเวลาที่ออกมานั้นฝ่ายค้านเห็นด้วยหรือไม่ นายกรวีร์กล่าวว่า ฝ่ายค้านตกลงในเวลาที่ได้จัดสรร เพราะทุกครั้งที่ผ่านมาเวลาที่เรากำหนดไว้ ไม่ว่าจะเป็น 29 ชั่วโมง หรือ 30 ชั่วโมง ถึงเวลาจริงก็เกินเวลามาทุกครั้ง ทั้งนี้กรอบเวลาที่กำหนดมาแทบจะเกินเวลาแล้ว หากมากไปกว่านี้คงจะไม่ไหว เพราะฉะนั้นทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าเวลาที่แต่ละฝ่ายได้ไป ก็ไปควบคุมเวลาของฝ่ายตัวเองเพื่อไม่ให้เกินเวลา ทำให้การทำหน้าที่ของแต่ละฝ่ายมีประสิทธิภาพสูงสุดใช้เวลาของสภาอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

เมื่อถามว่าประธานสภาได้กำชับเรื่องความเรียบร้อยในการประชุมอย่างไรบ้าง นายกรวีร์กล่าวว่า ประธานได้แสดงความเป็นห่วงจึงได้ย้ำถึงเนื้อหาสาระที่จะอภิปราย รวมไปถึงช่วงเวลาการประท้วงต่างๆ ให้ทุกฝ่ายทำหน้าที่อยู่ในกรอบการอภิปราย เพราะถ้าหากเกิดการประท้วงเวลาที่แต่ละฝ่ายประท้วงก็จะหักของฝั่งนั้น ซึ่งตนคิดว่าเพื่อนสมาชิก อยากจะเห็นการทำหน้าที่ของแต่ละฝ่ายทั้ง ครม. รัฐบาล และฝ่ายค้าน รวมถึง ส.ว. เพื่อให้ข้อเสนอแนะต่างๆ มีประสิทธิภาพมากที่สุด

ด้านนายวุฒิชาติกล่าวว่า วุฒิสภาได้รับการจัดสรรเวลาเหมือนเดิม 4 ชั่วโมง หลังจากเรียกร้องขอเพิ่มเติมเนื่องจากมี ส.ว. ลงชื่ออภิปรายถึง 70 คน เบื้องต้นเตรียมที่จะนัดประชุมวิปวุฒิสภาในวันที่ 8 เม.ย. เพื่อกำหนดประเด็นในการอภิปราย และผู้อภิปรายเพื่อตกลงว่าผู้อภิปราย ตามจำนวนที่ได้ลงชื่อไว้ลดความซ้ำซ้อนในประเด็นอภิปราย เพื่อให้มีเวลาการอภิปรายเพิ่มขึ้นและได้เนื้อหาสาระ ทั้งนี้เชื่อว่าการประชุมจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยหากทุกฝ่ายยึดระเบียบกติกาไม่น่าจะมีประเด็นปัญหาอะไร และเชื่อว่าประธานรัฐสภาสามารถควบคุมการประชุมได้ดี ประเด็นที่สำคัญของ สว.ผู้อภิปราย จะต้องจับกลุ่มกันว่าใครจะเป็นผู้อภิปราย

ขณะที่นายอรรถกรกล่าวยืนยันว่าการอภิปรายนโยบายรัฐบาลของพรรคไม่มีการออมมือ โดยเตรียมประเด็นในการทวงถามนโยบายของพรรครัฐบาลที่ได้หาเสียงเอาไว้กับประชาชน ทั้งพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ที่เคยประกาศเอาไว้ในช่วงหาเสียง พอส่งผลต่อความเชื่อมั่นและทำให้ทั้ง 2 พรรคสามารถตั้งรัฐบาลได้ โดยจะประเมินว่านโยบายที่นายกฯและ ครม. ร่วมกันจัดทำและเสนอต่อรัฐสภาจะสามารถนำไปปฏิบัติจริงได้มากน้อยแค่ไหน

จากนี้จะไปหารือภายในพรรคครั้งหนึ่งในการจัดสรรผู้อภิปราย ซึ่งพรรคกล้าธรรมได้เวลาอภิปราย 3.30-4 ชั่วโมง ไปวางประเด็นไว้ทั้งเรื่องของวิกฤติพลังงาน ภาคการท่องเที่ยว-การเกษตร-การศึกษา และภาคสังคมในการดูแลผู้สูงอายุ ยืนยันทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ไม่มีออมมือ” นายอรรถกรกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สภา เคาะถกนโยบายรบ. 32 ชม.ครึ่ง วันแรกยาวถึงตี 2 ฝ่ายค้านได้ 14 ชม.ครึ่ง อรรถกรลั่น ไม่มีออมมือ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...