โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อภิสิทธิ์” กรีดรัฐบาลอนุทิน แฉ 3 วิกฤต “นโยบายหาย-ใจหาย-วิญญาณหาย” หยุดใช้ปชช.เป็นทางผ่านอำนาจ

THE POINT

อัพเดต 09 เม.ย. เวลา 14.46 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. เวลา 07.46 น. • Newsthepoint.com

เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า สิ่งที่เราคาดหวังจากการแถลงนโยบาย คิดว่า 1.การที่ประชาชนสนับสนุนพรรคร่วมรัฐบาลว่านโยบายที่ไปหาเสียงและให้คำมั่นสัญญากับประชาชนไว้ว่าจะทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นจะอยู่ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลหรือไม่ 2.เป็นโอกาสของนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำของประเทศที่จะได้สร้างความหวัง ฉายภาพทิศทางการเดินหน้าของประเทศซึ่งจะมีผลกระทบกับประชาชนทุกคน

และ 3.เป็นเอกสารที่สมาชิกรัฐสภาจะต้องใช้ตรวจสอบรัฐบาลต่อไป โดยจากการที่อ่านเอกสารคำแถลงนโยบายของรัฐบาลที่เคยหาเสียงไว้ แต่พบว่าเหมือนมีบางอย่างที่ขาดหายไป ไม่สามารถที่จะผูกมัดตัวเองเหมือนช่วงหาเสียง เช่น ค่าไฟ 3 บาท และมีบางโครงการที่ยังขาดรายละเอียดเหมือนช่วงหาเสียง เช่น โครงการพยาบาลอาสาประจำหมู่บ้าน และมีนโยบายที่ไม่ปรากฏอยู่ในคำแถลงของนายกรัฐมนตรี

ซึ่งตนคิดว่าน่าสนใจ เช่น การจะทำโครงการขนาดใหญ่แต่กลับทำลับ ๆ ล่อ ๆ อย่างโครงการแลนด์บริดจ์ ตอนหาเสียงไม่ยอมส่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่กลับพูดหาเสียง วันนี้ก็ไม่ยอมมาแถลงต่อรัฐสภา แต่ไปพูดที่กระทรวง เพราะเป็นโครงการที่ถูกตั้งคำถามมาโดยตลอดถึงความคุ้มค่า หลายกลุ่มตนไม่รู้ว่าถูกลืมหรือไม่ เช่น อสม. ที่ไม่ปรากฏอยู่ในเล่มว่าท่านจะสร้างขวัญกำลังใจหรือยกระดับการทำงานของเขาให้ดีขึ้นอย่างไร

บางเรื่องน่าไม่น่าเชื่อว่าป๊าถึงขนาดนี้แล้วนโยบายเขียนสั้น เช่น ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เพียงเขียนแค่หลัก เข้าใจ เข้าถึงพัฒนา แล้วบอกจะสร้างความสันติสุข ทั้งที่ความจริงแล้วค่ะสิ่งที่เป็นเครื่องมือสำคัญในช่วงที่ผ่านมาคือการพูดคุยเจรจาว่าจะมีแนวทางต่อไปอย่างไร แล้วสถานการณ์นี้ก็รุนแรงเพราะเพื่อนสมาชิกของเราเพิ่งถูกลอบยิง และยังเป็นเครื่องหมายคำถามอยู่ว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องของความมั่นคงหรือไม่ นี่เป็นสิ่งที่ไม่ปรากฏในนโยบาย

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า สิ่งที่ตนจะเน้นย้ำในวันนี้ที่จะถามว่าทำไมพวกเราไม่ได้รู้สึกว่าพวกเรามีความชัดเจนในทิศทางหรือมีความหวัง ตนขอให้เหตุผล 4 ประการคือ 1.นโยบายที่ท่านเขียนตนใช้คำว่าเขียนอีก พูดอีก ก็ถูกอีก ท่านเขียนในสิ่งที่คนไม่โต้แย้ง ไม่ว่าจะเป็น 3 หลักการบริหาร 5 กลุ่มยุทธศาสตร์เป้าหมาย การบอกว่าเราจะเป็นเช่นนั้น เช่นนี้ เป็นสิ่งที่อยากได้ แต่ไม่มีในเรื่องของรูปธรรม เครื่องมือที่จะใช้ กรอบเวลาที่ชัดเจน ยกเว้นบางเรื่องเท่านั้นไม่มีเรื่องของตัวชี้วัดที่เราจะใช้

2.วิธีบริหารที่ผ่านมาจากท่านทั้งหลายที่กำลังดำรงตำแหน่งอยู่ ณ ขณะนี้ 3.ประชาชนไม่ได้อยู่ในสมการ ไม่มีความรู้สึกและหัวใจของประชาชนอยู่ในการเขียน และ 4.เรื่องคุณธรรมและจริยธรรมความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งเป็นหัวใจของการที่จะทำให้นโยบายสำเร็จ ท่านกล้าเขียนนโยบายที่เอาอดีตว่าท่านสามารถดำเนินการให้เป็นควิกมิกซ์วิน เช่น เรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์อย่างเข้มข้นและที่กล้าเขียนกว่านั้นคือการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ของประเทศ การบริหารจัดการปัจจัยการผลิต

ซึ่งสำคัญทั้งในด้านของการเกษตรและมีผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะปัจจัยและผลการผลิตที่มีความผูกพันกับต้นทุนพลังงาน อาทิ ปุ๋ยเคมี ไม่มีใครในประเทศที่ไปบอกว่าท่านสร้างปัญหานี้ขึ้นมาหรือปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากวิกฤตภายนอก และไม่มีใครในประเทศนี้ที่จะฝันว่าทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนเดิมได้

นายอภิสิทธิ์กล่าวด้วยว่า สิ่งที่เขาตำหนิกับความล้มเหลวที่ผ่านมา ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ 1.การบริหารจัดการที่ผิดพลาด 2.การไม่ยอมให้ภาคส่วนอื่น ๆ นอกจากประชาชนรับภาระกับสิ่งที่เกิดขึ้น และ 3.ความไม่ชอบมาพากลและแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่ชอบ สิ่งที่น่าสนใจมากคือบทบาทหน้าที่ของกองทุนน้ำมันฯ เพราะพวกเราทราบไปว่ากองทุนน้ำมันฯจะมาแบกรับสะสมหนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่ได้

แต่ถามว่าเขาเอากองทุนน้ำมันฯมาทำหน้าที่นี้ทำไม เขาเอากองทุนน้ำมันฯมาทำหน้าที่นี้เพื่อประคับประคองหรือซื้อเวลาเผื่อว่าราคาน้ำมันลดลงต้นทุนอื่น ๆ จะได้ไม่เพิ่มขึ้น และสองซื้อเวลาเพื่อให้รัฐบาลเตรียมตัวช่วยคนที่ได้รับผลกระทบ แต่รัฐบาลนี้ผลาญเงิน 4 หมื่นล้านจากประชาชนที่ใช้น้ำมัน ซึ่งจะต้องไปซื้อน้ำมันแพงในวันข้างหน้า โดยไม่ได้เตรียมมาตรการรองรับ ในที่สุดก็ต้องปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นราคา ไม่รู้ว่าจะสายไปหรือไม่ที่จะแก้ปัญหานี้ เพราะหากคิดที่จะไปคุมราคาสินค้าปลายทางความโกลาหล ความขาดแคลน การขาดทุน การลดลงของธุรกิจก็ลดลดลงแน่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นายอภิสิทธิ์กำลังอภิปรายถึงเรื่องราคาการกลั่นน้ำมัน นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ประท้วงว่า นายอภิสิทธิ์กำลังพูดถึงรัฐบาลชุดที่แล้ว การที่ท่านบอกว่าวันนั้นก็คือวันนั้นของรัฐบาลนั้น วันนี้รัฐบาลใหม่กำลังแถลงนโยบาย ยังไม่ได้เริ่มนับหนึ่ง แม้นายกฯ จะจบประโยคด้วยขอบคุณครับ แต่ก็ยังไม่ได้เริ่มทำงาน จึงขอให้ประธานกำชับนายอภิสิทธิ์จะให้คำแนะนำหรือวิพากษ์วิจารณ์อะไรให้ไปข้างหน้า ไม่ต้องย้อนไปถึงเรื่องค่าการกลั่น เราจะได้มีคำแนะนำที่ดีให้กับรัฐบาล ที่กำลังจะทำงานต่อไปในอนาคต

นายโสภณซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม วินิจฉัยว่า เนื่องจากรัฐบาลชุดที่แล้วและรัฐบาลชุดนี้ต่อเนื่องกัน ตนจึงอนุญาตให้พูด

ทำให้นายศุภชัยลุกขึ้นประท้วงประธานว่า ตนคิดว่าไม่มีรัฐบาลชุดไหนต่อเนื่องครบคือครบ จบคือจบ เป็นรัฐบาลชุดใหม่ที่ไม่ใช่รัฐบาลชุดที่แล้ว เพราะบางท่านที่เคยเป็นรัฐมนตรีสมัยที่แล้ว ปัจจุบันก็มานั่งเป็นฝ่ายค้านอยู่ ฉะนั้น ไม่เหมือนที่ประธานวินิจฉัย ความเกี่ยวเนื่องอาจจะเกี่ยวเนื่องในส่วนที่ประชาชนประสบปัญหาแต่คนละเรื่องกัน รัฐบาลไม่ได้ต่อเนื่องกันขอให้ท่านวินิจฉัยด้วย

นายโสภณจึงวินิจฉัยว่า การจะอภิปราย ขอให้อภิปรายในความเหมาะสมของนโยบายและความสามารถในการบริหาร และขอให้นายอภิสิทธิ์ได้อภิปรายต่อ

นายอภิสิทธิ์จึงอภิปรายต่อว่า เรื่องดังกล่าวกระทบต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ท่านพูดได้อย่างไรว่า ประสบความสำเร็จในการบริหารความขาดแคลน ซึ่งนอกเหนือจากการบริหารผิดพลาดตรงนี้แล้ว ที่ตนใช้คำว่าหัวใจท่านไม่อยู่กับประชาชน ขนาดคนไปทำงานกับท่านสัปดาห์เดียวออกมาต่อว่าฝ่ายค้านว่า พูดเรื่องราคาน้ำมันเป็นเรื่องเชย ตนจะเชยต่อไปและเชื่อว่าคนทั้งประเทศก็จะเชยกับผม เพราะยุคนี้ไม่คาดหวังจะเก๋ไก๋หรูหราอีกต่อไปแล้ว

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า นอกจากจะไม่ให้รัฐบาลและภาคธุรกิจรับภาระเท่าที่ควร ยังต้องไปไล่ตามจับไอ้โม่ง คำพูดของนายกรัฐมนตรีที่สวยหรู ไม่มีใครจะดีไปกว่าประชาชน แต่ความสวยหรูนั้นไม่เจ็บเท่าวันที่ท่านพูดว่า มีแต่ประชาชนที่กักตุนน้ำมัน ท่านจงไปหาผู้กักตุนที่แท้จริงและดำเนินการเช่นเดียวกับเรื่องทุนเทาและสแกมเมอร์ ที่พวกตนไปยื่นข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่การดำเนินการตามหลังต่างประเทศเสมอ คนอดสงสัยไม่ได้ว่ามีบุคคลในแวดวงอำนาจของรัฐบาลอยู่ในกระบวนการนี้

ซึ่งต้องถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพราะเป็นผู้ดำเนินการสอบเรื่องเอ็มโอยูและสแกนม่านตา แต่วันนี้ผู้เกี่ยวข้องมีภาพความสัมพันธ์กับนักฟอกเงินระดับโลก ก็ยังนั่งอยู่ด้านบนได้จะให้เชื่อได้อย่างไร ส่วนรองนายกรัฐมนตรีที่เป็นประธาน ศบก. แม้ท่านไม่ได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ท่านก็ไม่จำเป็นผู้แทนของธุรกิจโรงกลั่น

ชี้แจงแต่ละครั้งก็มองแต่ในมุมของธุรกิจ ขณะที่นโยบายด้านการเกษตร สิ่งที่หล่นหายไปคือการสร้างหลักประกันให้ผู้ที่จะต้องสูญเสียจากความเปลี่ยนแปลง และต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของตลาดและวิกฤตที่จะเกิดขึ้น ตนไม่ก้าวล่วงว่าพรรคไหนจิตวิญญาณหายหรือไม่หาย แต่นโยบายหายจริง ๆ ประกันรายได้หรือประกันกำไรเกษตรกรตามนโยบายของพรรคท่าน หายไปไหน ค่าแรงขั้นต่ำเองก็ไม่มีในกระทรวงแรงงาน คำว่าสวัสดิการหายากมากในนโยบายนี้

“การขาดจิตใจที่คำนึงถึงผลกระทบและความรู้สึกของประชาชน ทำให้นโยบายนี้ไม่ได้สร้างความหวังและทิศทางให้คนส่วนใหญ่ของประเทศ ผมอยากให้จิตวิญญาณของท่านนายกฯ เวลาท่านไปทำคอนเทนต์สไตล์เชลล์ชวนชิม มาอยู่ในนโยบายฉบับนี้บ้าง” นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์กล่าวด้วยว่า เรื่องที่ตนไม่มั่นใจในความสำเร็จของนโยบายคือสิ่งที่เขียนไว้ในหน้าแรกคือไม่มั่นใจว่าการบริหารด้วยหลักนิติธรรมและบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคจะเป็นจริง ตนจะจับตาดูตั้งแต่เรื่องเขากระโดงและคดีฮั้ว สว. ซึ่งความจริงพรรคเพื่อไทยก็พูดไว้เยอะ ขอให้ช่วยตามไปดูด้วย รวมถึงที่เขียนว่าจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับคู่สัญญาของรัฐที่ทำให้สาธารณะเสียหาย ทั้งตึก สตง. พระราม 2 และจังหวัดนครราชสีมา แต่ท่านอย่าลืมคู่สัญญาของอาคารรัฐสภาแห่งนี้ที่มีปัญหาเยอะแยะด้วย ตนเองจะจับตาดูว่าทำจริงหรือไม่

“ผมยังแปลกใจว่า ก่อนหน้าจะได้รายชื่อ ครม. ชุดปัจจุบัน มีการพูดถึงบุคคลท่านหนึ่งทำนองว่า เขาไม่ผ่านคุณสมบัติ ที่จริงสถานะเขาคือถูกกล่าวโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถ้าใช้มาตรฐานเดียวกัน บนนั้นหลายคนครับ รวมทั้งท่านนายกฯ ด้วย นั่งบนนั้นไม่ได้ ก่อนหน้าการแถลงนโยบาย ต้องผ่านขั้นตอนสำคัญคือการถวายสัตย์ วันนั้นมีพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า ถ้าท่านจะทำตามคำปฏิญาณที่ทำต่อหน้าพระพักตร์ได้ ผลลัพธ์จะต้องเกิดกับประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ประชาธิปไตยต้องงอกงามไพบูลย์อยู่บนวิถีทางที่ถูกต้อง และต้องทำให้ประเทศมีความมั่นคงเป็นปึกแผ่น

รัฐบาลทุกชุดเข้ามาบริหาร ต้องมีทั้งความสำเร็จและล้มเหลว เข้าใจกันได้ แต่สิ่งที่ให้อภัยกันไม่ได้คือ ถ้าแสวงหาผลประโยชน์เข้าตัว เข้าพวก และไม่เคารพในกระบวนการของกฎหมายและประชาธิปไตย กราบเรียนเตือนท่านว่า ถ้าท่านเห็นประชาชนเป็นเพียงทางผ่านสู่อำนาจ เห็นประชาธิปไตยเป็นเพียงพิธีกรรม เห็นประเด็นเรื่องความมั่นคงจริยธรรมเป็นเพียงการหาเสียงหรือเครื่องมือทางการเมือง ท่านจะไม่ได้ปฏิบัติตามคำปฏิญาณตนที่ท่านให้ไว้ต่อหน้าพระพักตร์ และทุกคนในประเทศจะบอกว่า พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว” นายอภิสิทธิ์กล่าว


#Newsthepoint

#นายกอนุทิน #น้ำมันแพง #อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ #พรรคประชาธิปัตย์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...