โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิชาการ ชี้ ใช้ พ.ร.ก.ลดราคาหน้าโรงกลั่น 2 บาท สัญญาณรัฐ “กล้าแตะทุนพลังงาน”

The Better

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • THE BETTER
นักวิชาการ ชี้ ใช้ พ.ร.ก.ลดราคาหน้าโรงกลั่น 2 บาท สัญญาณรัฐ “กล้าแตะทุนพลังงาน” แม้ดูเล็กแต่มีนัยทางการเมือง

ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นต่อกรณีคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบน.) มีมติใช้อำนาจตามพระราชกำหนด เพื่อลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นลง 2 บาทต่อลิตร ว่า

แม้มาตรการดังกล่าวอาจดูเป็นการปรับลดเพียงเล็กน้อย แต่ในเชิงนโยบายและการเมืองถือว่ามีนัยสำคัญ โดย ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลอยู่ภายใต้แรงกดดันจากสังคมให้เร่งแก้ปัญหาราคาพลังงาน โดยเฉพาะประเด็นค่าการกลั่น ที่ถูกตั้งคำถามอย่างหนัก การตัดสินใจใช้มาตรการดังกล่าวจึงสะท้อนความพยายามของรัฐในการแสดงบทบาทเชิงรุก และพิสูจน์ศักยภาพในการบริหารจัดการปัญหาที่กระทบประชาชนโดยตรง

“แม้จะเป็นเพียง 2 บาท แต่ถือเป็นการ กล้าแตะโครงสร้างผลประโยชน์ของภาคโรงกลั่น ซึ่งที่ผ่านมาแทบไม่เคยมีรัฐบาลใดเข้าไปดำเนินการในลักษณะนี้” ดร.สติธร ธนานิธิโชติ กล่าว

อย่างไรก็ตาม มองว่า การดำเนินมาตรการลักษณะนี้ต้องอาศัยจุดสมดุลระหว่างการดูแลผู้บริโภคและการรักษาเสถียรภาพของภาคธุรกิจพลังงาน เนื่องจากหากกดดันผู้ประกอบการมากเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อระบบโดยรวมได้ แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลก็จำเป็นต้องแสดงให้เห็นว่าสามารถดูแลประชาชนได้จริง

ในมุมการเมือง เห็นว่า การตัดสินใจดังกล่าวมีผลต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาล โดยเฉพาะในช่วงที่คะแนนนิยมถูกท้าทายจากสถานการณ์พลังงานโลก หากมาตรการสามารถบรรเทาภาระค่าครองชีพได้ ก็มีโอกาสช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชน

สำหรับแนวโน้มในระยะต่อไป ดร.สติธร ประเมินว่า ปัจจัยหลักยังขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หากความขัดแย้งคลี่คลาย ราคาพลังงานก็อาจปรับตัวลดลงได้ แต่หากยืดเยื้อ รัฐบาลไม่ว่าชุดใดก็จำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์ โดยหันไปให้ความสำคัญกับพลังงานทางเลือกและการกระจายแหล่งนำเข้า

“ในระยะยาว ไทยต้องลดการพึ่งพาพลังงานจากภูมิภาคเดียว และค่อยๆ ปรับไปสู่พลังงานทดแทน ซึ่งเป็นโจทย์ที่ต้องทำต่อเนื่อง ไม่ใช่มาตรการระยะสั้น” ดร.สติธรกล่าว

แม้รัฐบาลจะเผชิญเสียงวิจารณ์จากสังคม แต่ถือเป็นเรื่องปกติในภาวะวิกฤต เนื่องจากประชาชนเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง และความคาดหวังต่อการแก้ปัญหาย่อมสูงตามไปด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...