โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่องคำแถลงนโยบาย ‘อนุทิน 2’ พรรคใหญ่หาเสียงไว้ยังไง อะไรหายไป อะไรเพิ่มมาใหม่

Thai PBS

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

‘ความเชื่อมั่นและความสุข’ คือสิ่งที่ นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล รับปากว่าจะสร้างให้พี่น้องคนไทย ผ่านนโยบายรัฐบาลสำคัญที่ได้แถลงต่อรัฐสภา ด้วยการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนควบคู่กับการสร้างโอกาสให้ประเทศสามารถแข่งขันได้ผ่านนโยบาย 5 ด้าน 23 ข้อ

นโยบายรัฐบาลผสมที่ประกอบด้วย 2 พรรคใหญ่คือพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย การหาเสียงที่ชูหลากหลายนโยบายซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเรียกคะแนนโหวตจนได้เสียงเพียงพอในการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อมาสู่กระบวนการจัดทำนโยบาย รัฐบาลจะผสานแนวคิดแนวนโยบายกันออกมาแบบไหน มีนโยบายใดที่อาจไม่ได้พูดไว้ตอนหาเสียงแต่มาบรรจุเพิ่มเติมบ้าง แล้วนโยบายไหนที่หายไปหรือไม่ได้รับปากในคำแถลงนี้

สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ หวังพ้นจากประเทศรายได้ปานกลาง

เริ่มกันที่นโยบายด้านเศรษฐกิจที่มีจำนวนนโยบายมากที่สุด เน้นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและรายได้ สำหรับประชาชน รัฐบาลจะสร้างโอกาสการเริ่มต้นและเติบโตอย่างทั่วถึงให้กับทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับคนไทย ทั้งสองพรรคมีนโยบายหาเสียงตรงกันในหลายข้อ เช่น การแก้ไขปัญหาหนี้ การพัฒนาทักษะดิจิทัล – AI

ส่วนการลดรายจ่ายในชีวิตประจำวันอาจมีการหาเสียงเพียงบางส่วน คือการลดค่าไฟฟ้าที่สองพรรคชูตัวเลขอยู่ที่ราว 3 บาท ส่วนการลดรายจ่ายอื่นไม่มีระบุไว้ในการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย ขณะที่รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายของพรรคเพื่อไทยไม่ถูกพูดถึงในคำแถลง และหากดูจากการผลักดันในยุครัฐบาลเพื่อไทยก็อาจไม่ง่ายนักที่จะสานต่อ

นอกจากทักษะดิจิทัลและ AI ที่ทั้งสองพรรคมีนโยบายโดยเฉพาะนั้น การ Reskill – Upskill แรงงานก็ดูเหมือนจะลดทอนบทบาทการส่งเสริมสนับสนุนไปจากการหาเสียงอยู่ โดยนโยบาย ‘ชุมชนพลัส’’ ของพรรคภูมิใจไทย ที่ใจความสำคัญคือการสร้างงานในท้องถิ่นโดยให้เอกชนลงทุนในท้องถิ่นมากขึ้นพร้อมกับ Reskill – Upskill แรงงานท้องถิ่นไปด้วย ส่วนพรรคเพื่อไทยบอกว่าจะให้ทุนเพิ่มทักษะคนทำงานคนละ 10,000 บาทในการเรียนหลักสูตรทักษะยุคใหม่ ก็เหลือเพียงจูงใจให้ผู้ประกอบการให้การสนับสนุนโอกาสแก่ลูกจ้างตนเอง

แต่นโยบายที่เพิ่มใหม่อย่างการเชื่อมโยงข้อมูลคนไทยรายบุคคลตั้งแต่เกิดจนตาย เพื่อให้ภาครัฐสามารถออกแบบและจัดสวัสดิการแบบรวมศูนย์ อาจไปช่วยตอบโจทย์การจัดทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่อย่างที่ภูมิใจไทยเคยหาเสียงไว้ได้

การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโต แข่งขันได้อย่างยั่งยืน เสริมศักยภาพ การเติบโตของประเทศให้พ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง เป็นการรวมนโยบายเกี่ยวกับภาคธุรกิจของพรรคภูมิใจไทย และนโยบายเกี่ยวกับนวัตกรรมสร้างมูลค่าของพรรคเพื่อไทย เพื่อสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ โดยมีนโยบายตรงกันคือการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งห่วงโซ่อุปทาน ที่รัฐจะทุ่มลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ สอดรับกับนโยบายด้านเทคโนโลยีที่อยู่ในด้านอื่น

สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาใหม่คือการสนับสนุนเทคโนโลยีของคนไทยในโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ ซึ่งต่อยอดจากแนวนโยบายพรรคเพื่อไทยที่อยากให้เกิดเทคโนโลยีนวัตกรรมสัญชาติไทย เพื่อลดการพึ่งพาต่างประเทศและจะเปลี่ยนบทบาททางเศรษฐกิจโลกของไทย

เชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก สร้างพันธมิตรการค้า เป็นนโยบายเรือธงของพรรคภูมิใจไทยในการหาเสียง จึงถูกบรรจุเป็นส่วนใหญ่ของนโยบายนี้ ทั้ง Barter Trading ดันสินค้าและบริการไทยในการเจรจาการค้าต่างประเทศ และการเปลี่ยน ‘คู่ค้า’ เป็น ‘พันธมิตร’ ส่วนนโยบายฝั่งพรรคเพื่อไทยที่มีก็ตรงกันกับพรรคภูมิใจไทยอยู่แล้ว

ขณะที่มีนโยบายเพิ่มใหม่เพื่อคุ้มครองและสร้างโอกาสผู้ประกอบการไทย คือการควบคุมสินค้านำเข้าเพื่อการส่งออกที่ไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศ โดยจะมีกลไกตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้าที่เข้มงวด และการสนับสนุนการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ที่รัฐจะอำนวยความสะดวกให้มากขึ้น ที่สำคัญคือจะลงโทษผู้ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับการจัดการปัญหานอมินีที่หาเสียงไว้อยู่แล้ว

นโยบายการเกษตร ประกอบด้วยนโยบายจากฝั่งพรรคเพื่อไทยเป็นส่วนใหญ่ ตามที่พรรคได้รับการจัดสรรเก้าอี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จะเปลี่ยนผ่านจากเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม ไปสู่ เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน

ชูเกษตรแม่นยำด้วยเทคโนโลยีเป็นแกนหลัก ที่จะนำมาใช้กำหนดนโยบายอื่น ๆ ต่อ ทั้งการเปลี่ยนวิถีเกษตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ศักยภาพของดินและแหล่งน้ำ, การทำเกษตรโซนนิง, การวางแผนการผลิตและจำหน่าย เพื่อให้ได้สินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ เป็นที่ต้องการ ขายได้จริง โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้

สำหรับนโยบายการท่องเที่ยวที่พรรคภูมิใจไทยจะควบรวมกระทรวง โดยเอาภารกิจการท่องเที่ยวไปรวมกับกระทรวงวัฒนธรรม เป็นนโยบายเพิ่มใหม่ที่พรรคไม่ได้หาเสียงไว้ก่อน แต่เริ่มผลักดันหลังจากที่ชนะการเลือกตั้ง และบูรณาการกับนโยบาย Soft Power ของพรรคเพื่อไทย ทำให้ไทยเที่ยวได้ตลอดปี เพื่อสร้างไทยเป็นจุดหมายการเดินทางสำคัญในภูมิภาค ยกระดับภาคการท่องเที่ยวจากการเน้นปริมาณไปสู่การสร้างมูลค่าสูง

เช่นเดียวกับนโยบายจัดให้มีระบบประกันภัย ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และอุบัติเหตุภาคบังคับกับนักท่องเที่ยว ที่เสนอในภายหลังการเลือกตั้งซึ่งไม่ได้หาเสียง คาดว่าคือค่าเหยียบแผ่นดินหรือค่าธรรมเนียมที่เก็บจากนักท่องเที่ยวต่างชาติและนำมาใช้ดูแลนักท่องเที่ยวด้านสาธารณสุข หรือเยียวยาจากอุบัติเหตุหรือความไม่สงบ

ไทยเป็นไทในเวทีโลก เข้มชายแดน เดินหน้าสันติภาพชายแดนใต้

เป็นที่แน่นอนว่าทุกนโยบายด้านการต่างประเทศของพรรคภูมิใจไทย ไปต่อในนโยบายรัฐบาล จากนโยบายไทยเป็นไทในเวทีโลกและการทูตเชิงรุก เพื่อเร่งเสริมสร้างสถานะและความเชื่อมั่นต่อไทยในเวทีโลก และเสริมสร้างเสถียรภาพ ด้วยการรักษาปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับทุกขั้วอำนาจ หาพันธมิตรใหม่ในภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อสร้างทางเลือกและเพิ่มความยืดหยุ่นในการถ่วงดุลอำนาจ

รวมถึงนโยบายความมั่นคงชายแดนของภูมิใจไทย ที่ถึงจะมีไม่มากแต่มาหมด แม้ว่าเรื่องยกเลิก MOU 44 พรรคเพื่อไทยจะเคยแสดงท่าที ‘ไม่ด่วนตัดสินใจ’ เพราะยังกังวลผลเสียอยู่ แต่เมื่ออยู่กับพรรคชนะการเลือกตั้งก็ต้องไปตามทิศทางรัฐบาล

โดยจะมุ่งส่งเสริมความมั่นคงชายแดนให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบและแก้ไขปัญหาข้ามพรมแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศในภูมิภาค เพื่อสร้างความสงบสุขให้กับสังคมไทย แต่ก็ยังเดินหน้าสร้างกำแพงชายแดนไทย – กัมพูชาอยู่ ขณะที่การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ พรรคภูมิใจไทยเคยบอกว่าจะส่งเสริมกระบวนการสันติภาพผ่านการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกมิติ

ขณะที่นโยบายความมั่นคงความปลอดภัยของพรรคเพื่อไทย บรรจุไว้บ้างแต่ก็มีมีความแตกต่างจากเดิมเล็กน้อย โดยการปราบปรามยาเสพติดของเพื่อไทยมุ่งไปที่มุ่งการใช้แนวทางปฏิบัติการ SEAL STOP SAFE และการยึดทรัพย์ แต่ในการแถลงนโยบายได้เน้นย้ำเพิ่มเติมเรื่องการลงโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ละเว้นหรือปล่อยปละละเลยให้มียาเสพติดในพื้นที่ จะถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อน ส่วนการปราบปรามสแกมเมอร์ทางพรรคเพื่อไทยมีแนวทางอื่น แตกต่างจากคำแถลงที่จะทบทวนการให้ Free Visa เพื่อตัดช่องทางการเงินของเครือข่ายสแกมเมอร์

นโยบายเติมเต็มให้กัน ‘การแพทย์ยุคใหม่ด้วย AI – เตรียมพร้อมสูงสัยรอบด้าน’

ด้านสังคมและการศึกษา เป็นอีกโควตารัฐมนตรีที่พรรคเพื่อไทยได้ไปครอง คือกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นโยบายรัฐบาลด้านสังคมจึงมีที่มาจากพรรคเพื่อไทยจำนวนมากเช่นกัน อย่างการให้ทุนการศึกษาผู้มีศักยภาพสูงเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่จริงแล้วก็คือทุน ODOS นั่นเอง แต่ยังยึดโยงกับภูมิใจไทยจนเป็นการรวมชื่อนโยบายกันคือ เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ และเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา

รัฐบาลยังนำนโยบายด้านกีฬาของเพื่อไทยมาเสริมอุดช่องว่าง เพราะในการหาเสียงของภูมิใจไม่มีนโยบายด้านนี้ แม้ว่าภูมิใจไทยจะนั่งคุมกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเองก็ตาม เช่นเดียวกับนโยบายสาธารณสุขที่ไม่ค่อยเห็นในภูมิใจไทย แต่พรรคเพื่อไทยมีแนวทางหลายอย่างด้วยกัน ซึ่งภูมิใจไทยรับมาเป็นนโยบายรัฐบาลที่จะพัฒนาระบบประกันสุขภาพของคนไทยให้สามารถรักษาทุกที่ได้ทันที ด้วยการใช้เทคโนโลยี รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายประกันสังคม ที่เจตนารมณ์แต่เดิมของพรรคเพื่อไทย คือเพื่อให้แรงงานแพลตฟอร์มได้รับการคุ้มครองด้วย

พรรคภูมิใจไทยมีนโยบายมากกว่าในเรื่องผู้สูงอายุตามที่เคยหาเสียงเรื่องสูงวัยพลัส ทั้งพยาบาลอาสา ที่พักพิงผู้สูงอายุ การหารายได้และการออม ตามที่รัฐบาลจะสร้างเสริมสถาบันครอบครัวอันเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญของสังคม และสร้างชุมชนเข้มแข็งเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไทย

ในคำแถลงยังมีเรื่องกรพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย ที่ดูผ่าน ๆ อาจจะไม่เห็นนโยบายนี้ในสองพรรค แต่ก็พอเข้าเค้ากับนโยบายบ้านเพื่อคนไทยของพรรคเพื่อไทยที่เจาะกลุ่มคนทำงานคนรุ่นใหม่ ที่อาจปัดฝุ่นทำใหม่ให้สำเร็จหรือไม่

รวมร่างนโยบายภัยพิบัติ ‘บริหารจัดการน้ำ – ก๊าซเรือนกระจก‘ เพิ่ม ‘จัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์’

นโยบายด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อมเป็นการผสมรวม โดยนโยบายบริหารจัดการน้ำและป้องกันภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ มีการหาเสียงไว้ท้งสองพรรค ที่ฝั่งภูมิใจไทยชูการใช้ AI ยกระดับฐานข้อมูล ปรับปรุงระบบการแจ้งเตือนภัย และประกันภัยพิบัติ ส่วนพรรคเพื่อไทยเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ

อีกนโยบายใหญ่ที่ภูมิใจไทยประกาศ คือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี 2593 (ค.ส. 2050) ซึ่งมีผลต่อการเข้าเป็นประเทศ OECD จึงเป็นนโยบายที่เน้นย้ำ และยังสอดคล้องกับนโยบายหลายอย่างของเพื่อไทย โดยมีนโยบายเพิ่มใหม่คือการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่กำลังเป็นปัญหาของไทยมานาน ส่วนนโยบายที่เกี่ยวกับปัญหาที่ดิน ที่พรรคเพื่อไทยมีหลายนโยบาย ถูกนำมาใช้เพียงบางส่วน

‘เกษียณก่อนอายุ – เจ้าหน้าที่รัฐ Work from Anywhere’ นโยบายบริหารภาครัฐมาใหม่

นโยบายด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย ตรงกันอยู่แล้วในการลดความซับซ้อนยุ่งยากของการทำงานภาครัฐจนเป็น ราชการทันใจ และการปรับปรุงแก้ไขระเบียบและกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินหน้าเศรษฐกิจ

แล้วยังมีนโยบายที่เพิ่มขึ้นมาใหม่อย่างการให้ข้าราชการเกษียณอายุก่อนกำหนด และส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่รัฐ Work from Anywhere รวมถึงการผลักดันร่างกฎหมายว่าด้วยการอำนวยความสะดวกและการให้บริการสาธารณะแก่ประชาชน ซึ่งเป็นระบบหลัก (Super License) ให้แล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้ภายใน 180 วัน และการกำหนดกรอบระยะเวลาในการพิจารณาทบทวน ปรับปรุง และเสนอ ร่างกฎหมาย ในกรณีร่างกฎหมายว่าด้วยการเงินที่มีการรับฟังความคิดเห็นในหลักการและร่างกฎหมายครบถ้วนแล้ว โดยจะให้เสนอผลการพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับหลักการต่อสภาผู้แทนราษฎรภายใน 60 วัน

สำหรับนโยบายการเปิดเผยข้อมูลหรือ Open Data พรรคภูมิใจไทยไม่มีการหาเสียงอย่างชัดเจนในเรื่องนี้ แต่เคยให้ความเห็นต่อนโยบายเพื่อการป้องกันการทุจริตว่าควรเปิดข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเป็นสาธารณะ ใช้ระบบดิจิทัลเพื่อการตรวจสอบย้อนกลับเพื่อสร้างความเกรงกลัวต่อการกระทำผิด แต่นโยบายแก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างอย่างจริงจังของรัฐบาล ก็มีแนวนโยบายของพรรคเพื่อไทยเข้ามาเสริม

หาเสียงไว้แต่ไม่มี นโยบายไหนที่ (อาจ) หายไป

พรรคภูมิใจไทยเริ่มต้นหาเสียงด้วยนโยบายที่น้อยกว่าพรรคอื่นมาก ในด้านหนึ่งจึงไม่มีคำมั่นสัญญามากนัก และชูผลงานในคราวเป็นรัฐบาล 4 เดือนเพื่อซื้อใจประชาชน แต่ระหว่างทางการหาเสียงก็เริ่มปล่อยนโยบายให้เห็นเป็นระยะ นโยบายที่ไม่อยู่คำแถลงจึงมีไม่มากเช่นกัน เช่น

  • บัตรสวัสดิการพลัส
  • กฎหมายควบคุมค่าธรรมเนียมการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์
  • สปอร์ตคอมเพล็กซ์ 1,500 ไร่ใน EEC
  • แลนด์บริดจ์ (แต่มี)
  • สร้างหรือขยายสนามบินหลายจังหวัด
  • พัฒนาและขยายถนนสายใต้
  • รถไฟรางคู่เชื่อมไทย – มาเลเซีย

ส่วนของพรรคเพื่อไทย เมื่อไม่ใช่แกนนำจัดตั้งรัฐบาลก็ย่อมผลักดันนโยบายหาเสียงได้ไม่มากนัก นโยบายที่หายไป เช่น

  • แจกคูปองซื้อปุ๋ย – เมล็ดพันธุ์
  • อาชีวะสร้างชาติ สู่อาชีวะสากล
  • เศรษฐีเงินล้าน
  • คนไทยไร้จน
  • บัญชีตั้งตัวเด็กแรกเกิด
  • หลักประกันความเสี่ยง อสม. – อสส. – ชรบ.
  • 30 บาทรักษาทุก(ข์)ใจ
  • พ.ร.บ. อากาศสะอาด
  • แก้ไขรัฐธรรมนูญ
  • ปฏิรูปองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ
  • ยกเครื่องศูนย์กลางการบิน
  • เมืองเท่าเทียม Universal Design

อย่างไรก็ตาม คำแถลงยังเปิดกว้างให้เกิดโครงการต่าง ๆ ตามที่หาเสียงไว้ได้อยู่ จึงอาจไม่ได้หายไปจริง โดยเฉพาะโครงการใหญ่ เช่น แลนด์บริดจ์ ที่แม้ไม่ได้มีบรรจุไว้ในคำแถลงนโยบายแต่ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ออกมาส่งสัญญาณเตรียมเดินหน้าเต็มที่ ท่ามกลางเสียงทักท้วงจากหลายฝ่ายทั้งในแง่ความคุ้มค่าและผลกระทบต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม ที่จะต้องจับตาดูว่าผลสุดท้ายจะออกมาอย่างไร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

สภาพอากาศวันนี้ "เหนือ-อีสาน-กลาง" อากาศร้อนถึงร้อนจัด อุณหภูมิสูงสุด 42 องศาฯ

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ชำแหละนโยบาย ‘อนุทิน 2’ ไร้ทิศทาง-ไร้เจตจำนงแก้ปัญหา ปชช. (9 เม.ย.69) I ตรงประเด็น

6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...