โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สำรวจ'เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ'(Low-altitude economy) สูตรสำเร็จ'จีนทำได้' มุ่งสู่เส้นชัยที่กว่างโจว

The Better

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • THE BETTER
กว่างโจวเริ่มต้นบนเส้นทาง'จีนทำได้'มุ่งสู่เส้นชัยกับ'เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ' (Low-altitude economy)

ระหว่างไปดูงานและรายงานข่าวของคณะผู้สื่อข่าวกลุ่มประเทศ APEC มีอยู่คำหนึ่งซึ่งพวกเราได้บินกันบ่อยเป็นพิเศษ นั่นคือ Low-altitude economy หรือภาษาจีนว่า 'ตีคงจิงจี้' (低空经济) แปลตรงๆ ก็คือ เศรษฐกิจฟ้าต่ำ

แปลเป็นไทยง่ายๆ ว่า 'เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ'

เศรษฐกิจการบินระดับต่ำหมายถึงรูปแบบเศรษฐกิจที่ใช้เครื่องบินที่มีคนขับหรือโดรนเพื่อดำเนินการบริการส่วนตัว เชิงพาณิชย์ และสาธารณะในน่านฟ้าระดับต่ำ ไม่ว่าจะเป็นรวมถึงการขนส่งสินค้า การส่งไปรษณีย์ การส่งอาหาร บริการผู้โดยสารหรือการเดินทางไปกลับระยะสั้น ไปจนถึงเรื่องที่ยากกว่านั้น คือ การบินเพื่อการเกษตรอย่างการพ่นปุ๋ย และการดับเพลิงทางอากาศ

ที่เรียกว่า 'ฟ้าต่ำ' เพราะจะปฏิบัติการที่ระดับความสูง 500-1,000 เมตร (1,600-3,300 ฟุต) เหนือพื้นดิน ซึ่งต่ำกว่าระดับความสูงในการบินปกติของการบินมาก แต่นี่เป็นระยะที่การบินโดรนสามารถทำได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการจราจรทางอากาศมากนัก (แต่ในอนาคตเมื่อมันได้รับความนิยมในวงกว้างจนการจราจรแออัดก็ย่อมต้องมีการจัดระเบียบอย่างแน่นนอน)

ในการสำรวจความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของมณฑลกวางตุ้ง เราเดินทางมายังกว่างโจวเป็นที่สุดท้าย

ในแง่ของการพัฒนา จูไห่ และเซินเจิ้น ดูเหมือนจะอยู่บนเส้นทางที่เร่งรีบมากกว่า

จูไห่เป็นทั้งศูนย์กลางการผลิตของเศรษฐกิจระดับสูง (เครื่องบินและอวกาศ) เซินเจิ้นวิวัฒนาการตัวเองไปสู่การเป็นแหล่งบ่มเพาะธุรกิจนวัตกรรมที่มาตัวเปล่าก็ยังเปิดบริษัท AI ได้ไม่ยาก

แต่กว่างโจว แม้จะเป็นเมืองหลวงของมณฑล แต่กลับดูเหมือนจะมีระบบนิเวศทางเศรษฐกิจครอบคลุมมากกว่าและใหญ่โตกว่าจนเหมือนจะไม่มีจุดเด่น

แน่นอน กว่างโจวเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของจีนและโลกมากว่าสองพันปี เพราะประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและความเป็นมหานครของมัน ทำให้เรามองข้ามลักษณะเฉพาะของมันในด้านการสร้างนวัตกรรมไป

จนกระทั่งเราได้เดินทางไปเยี่ยมชม Haixinsha OMNI-Space Intelligent Experience Center (海心沙全空间智能体验中心) ที่เกาะไห่ซินซา ริมแม่น้ำจูเจียง ที่ขนาบด้วย Canton Tower อันสูงตระหง่าน และเมืองใหม่จูเจียง (珠江新城) อันเป็นย่านธุรกิจ การเงินและวัฒนธรรมอันทันสมัย

ศูนย์ประสบการณ์อัจฉริยะว่าครอบคลุมทุกพื้นที่ของไห่ซินซา เป็นส่วนหนึ่งของเกาะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเกาะแห่งอนาคตไห่ซินซา (海心沙科技岛·未来岛) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสาธิตระบบอัจฉริยะแบบครบวงจรแห่งแรกของจีน ที่สร้างขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างบริษัท Guangzhou Urban Construction Investment Group Co., Ltd. และสถาบันวิจัยอิเล็กทรอนิกส์ที่ 5 ของกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ

โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมเกิดใหม่เชิงกลยุทธ์ 4 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจระดับต่ำ ยานยนต์อัจฉริยะที่เชื่อมต่อกัน เรืออัจฉริยะ และปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมบนที่สูง ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ "การสาธิตการใช้งาน การรวมกลุ่มอุตสาหกรรม ผลผลิตมาตรฐาน และการดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถ" โดยเปิดให้ประชาชนเข้าชมอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคม 2026

ศูนย์ประสบการณ์อัจฉริยะว่าครอบคลุมทุกพื้นที่ของไห่ซินซา (ต่อไปนี้จะเรียกรวมๆ ว่า 'เกาะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไห่ซินซา') มีการสาทิศที่ครอบคลุมจริงๆ ทั้งเศรษฐกิจระยะการบินต่ำ ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ มีทั้งการจัดแสดงที่ใช้สายตาชม และยังมีการจำลองสถานการณ์การใช้งานนวัตกรรมต่างๆ รวมถึงการอธิบายความเป็นมาของวิวัฒนาการการปฏิวัติอุตสาหกรรมและการปฏิวัติดิจิทัลในกว่างโจว

เมื่อเดินทางมาถึง สิ่งแรกที่เจ้าของสถานที่มอบให้เป็นการตอบรับคณะผู้สื่อข่าว APEC คือการสาธิตการใช้งาน EHang EH216-S ซึ่งเป็นเครื่องบิน eVTOL (เครื่องบินขึ้นลงในแนวดิ่งด้วยไฟฟ้า) ที่มีคนขับลำแรกและปัจจุบันเป็นเพียงลำเดียวในโลกที่ได้รับใบรับรองหลักสี่ฉบับ ได้แก่ ใบรับรองประเภท, ใบรับรองการผลิต และใบรับรองความสมควรเดินอากาศมาตรฐาน และใบรับรองการปฏิบัติงานสำหรับเครื่องบินพลเรือนไร้คนขับที่มีคนขับชุดแรกของประเทศ

EHang ได้แสดงการบินจากเกาะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไห่ซินซาเลียบแม่น้ำจูเจียงไปยังเกาะเอ้อร์ซาในระดับการบินต่ำเพื่อให้เราได้เห็นภาพของการใช้งานและศักยภาพการให้บริการ แม้จะดุเหมือนโดรนมที่ใหญ่สักหน่อย แต่เมื่อลองนั่งแล้วใกล้ความรู้สึกเหมือนเครื่องบินเล็กและมีใบพัดที่ทรงพลังราวกับเฮลิคอปเตอร์ย่อมๆ

เมื่อได้พูดคุยกับตัวแทนของ EHang จึงทำให้ทราบว่า EH216-S ไม่เพียงสร้างหลักไมล์สำคัญของเศรษฐกิจระดับการบินต่ำในจีนเท่านั้น แต่เมื่อเดือนพฤศจิกายนยังได้ไปบินสาธิตในกรุงเทพฯ มาแล้ว นับเป็นการสร้างอีกหมายหลักของสำคัญด้านเศรษฐกิจการบินระดับต่ำของไทยด้วย

"เราบินไป 21 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศของคุณ (ประเทศไทย) รวมถึงกรุงเทพฯ เมืองหลวงของประเทศไทย และผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยได้เดินทางโดยเครื่องบินของเราด้วยตนเอง เราบินอย่างปลอดภัยมาแล้วกว่า 85,000 เที่ยวบินทั่วโลก และจนถึงปัจจุบันนี้ ยังไม่มีอุบัติเหตุใดๆ เกิดขึ้นเลย และไม่มีเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยใดๆ เกิดขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา เครื่องบินลำนี้ได้รับใบรับรองการทดสอบการบินบทที่ 1 ฉบับแรกของโลกที่ออกโดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศจีนและเรายังได้รับใบรับรองคุณสมบัติเชิงพาณิชย์ชุดแรกของโลกอีกด้วย" ผู้แทนจาก EHang กับผู้เขียน และเสริมว่า ปีที่แล้ว EHang เริ่มต้นโครงการนำร่องเชิงพาณิชย์ระดับโลกในกรุงเทพฯ และเมืองอื่นๆ ในประเทศไทย ปีนี้ พวกเขาหวังว่าจะประสบความสำเร็จในการขยายการดำเนินงานของพวกเขาไปยังที่อื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ตัวแทนของ EHang ดูจะยินดีเป็นพิเศษเมื่อทราบว่าผู้เขียนเป็นผู้สื่อข่าวจากไทย คงเพราะยังตื่นเต้นไม่หายจากเปิดตัว EH216-S ในกรุงเทพฯ และคงเห็นศักยภาพความร่วมมือในด้านนี้ระหว่างไทยและจีน

กว่างโจวเป็นหมุดสำคัญของความร่วมมือระหว่างจีนกับไทย และแน่นอนว่าย่อมเป็นหมุดหมายของหลายประเทศทั่วโลกด้วย เพราะที่นี่คือศูนยืกลางการค้ามาแต่โบราณ นักการทูตและพ่อค้าจากสยามเดินทางมายังจีนก็ต้องขึ้นท่าที่กว่างโจวเป็นแห่งแรก และเป็นยังเป็นจุดส่งสินค้าจากจีนไปยังสยามด้วย

แต่วันนี้ กว่างโจวไม่ใช่แค่เมืองแห่งการค้า ยังเป็นจุดเชื่อมต่อความร่วมมือด้านเทคโนโลยีด้วย และไทยควรจะมุ่งมาที่กว่างโจวด้วยความหวัง

ครับ กว่างโจวไม่ใช่แค่เมืองแห่งการค้า หลังจากชมการบินอันน่าประทับใจของตัวแทนเศรษฐกิจการบินระดับต่ำแล้ว ในห้องแสดงความเป็นมาของการปฏิวัติเทคโนโลยีของกว่างโจว เราได้ทราบว่ากว่างโจวคุ้นเคยกับนวัตกรรมเครื่องกลและการบินมานานแล้ว

ที่กว่างโจวในปี 1912 เฝิงหรู (冯如) นักออกแบบ ผู้ผลิต และนักบินเครื่องบินคนแรกของจีน และได้รับการยกย่องว่าเป็น "บิดาแห่งการบินของจีน" ได้สร้างเครื่องบินลำแรกโดยฝีมือคนจีน นั่นคือ Feng Ru I แม้จะทำการผลิตและบินที่สหรัฐอเมริกา แต่บริษัทการบินที่เขาตั้งขึ้นมานั้นใช้ชื่อว่า บริษัทการผลิตเครื่องกลกว่างตง ตามชื่อมณฑลกว่างตง บ้านเกิดเมืองนอนของเขา

หลังจากที่จีนทำการปฏิวัติซินไฮ่ และก้าวสู่ยุคใหม่อย่างเต็มตัว เฝิงหรูได้เดินทางกลับจีน และได้สร้างเครื่องบินแบบเดียวกับ Feng Ru II (冯如2号) ที่กว่างโจว ซึ่งถือเป็นการเปิดหน้าแรกของประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมการบินของจีน และเฝิงหรูยังเป็นผู้ก่อตั้งและผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมการบินสมัยใหม่ของจีนด้วย

เฝิงหรูยังได้รับสมมญานามจากสื่อตะวันตกว่าเป็น "พี่น้องตระกูลไรท์แห่งตะวันออก" หลังจากความสำเร็จของเขาตามหลังการสร้างเครื่องบินลำแรกของพี่ร้องตระกูลไรท์เพียง 6 ปีเท่านั้น

นี่คือก้าวแรกของเส้นทางอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจการบินแห่งกว่างโจว

อีกสองปีต่อมา ในปี 1915 กว่างโจวกลายเป็นจุดกำเนิดของเครื่องยนต์ดีเซลเครื่องแรกที่ผลิตในจีนโดยบริษัท GDF ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงดำเนินการอยู่

เหล่านี้คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางไปสู่ 'จีนทำได้' นั่นคือการพัฒนาเทคโนโลยีของตัวเอง เพื่อพึ่งพาตัวเอง และยังส่งออกนวัตกรรมไปทั่วโลก

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ การบินและยนตรกรรมของจีนก้าวไปสู่ระดับแถวหน้าของโลก เราได้สำรวจความก้าวหน้านั้นแล้วในการเดินทางเยือนโรงงานผลิตเครื่องบินที่จูไห่ แต่ที่กว่างโจวกลับก้าวไปอีกเส้นทางหนึ่งของการบิน และบ่มเพาะรูปแบบเศรษฐกิจใหมาขึ้นมาในบริบทนั้น นั่นคือ 'เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ'

การจัดแสดงของเกาะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไห่ซินซามอบประสบการณ์ที่หลากหลาย แต่สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญคือเครื่องบินและโดรนที่ตอบสนองเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ เราได้พูดคุยกับผู้ผลิตบางรายที่สร้างนวัตกรรมสำคัญในด้านนี้ เช่น ผู้ผลิตโดรนสำหรับดับเพลิงซึ่งมีความสามารถสูงในการระงับเพลิงไม่ให้บานปลายบนอาคารสูง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการดำรงชีวิตของคนจีนในทุกวันนี้

โดรนและเครื่องบินขนาดย่อมสำหรับส่งสินค้าและการโดยสารไม่ใช่แกนหลักของเศรษฐกิจการบินระดับต่ำเท่านั้น (แม้ว่าผู้คนจะคิดถึงเรื่องนี้ก่อนก็ตาม) แต่สิ่งที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจมีทั้งภาคการผลิตและการบริการ ในด้านการผลิตเรายังมีเทคโนโลยีสำหรับการเกษตรที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาที่กวางตุ้งและพร้อมที่จะเป็นโซลูชั่นสำหรับการทำเกษตรกรรมในอนาคต ส่วนคนเมืองก็ยังได้รับประโยชน์ด้านความปลอดภัยจากโดรนดับเพลิงที่จะมีบทบาทต่อชีวิตมากขึ้นไปทุกวัน

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพราะนวัตกรรมเท่านั้น

เราสามารถเห็นภาพของนวัตกรรมต่างๆ ในกว่างโจวและกว่างตงได้ในอาคารจัดแสดงประสบการณ์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งไห่ซินซา

แต่อะไรล่ะที่เป็นแรงขับเคลื่อนเบื้องหลังของความก้าวหน้าทั้งหมดที่เราได้พบเห็น (และทดลองใช้มันด้วยตัวเราเอง)?

มันคือแนวนโยบายที่กำหนดโดยรัฐบาลมณฑลกว่างตง คือ "แผนปฏิบัติการมณฑลกวางตุ้งเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ (ปี 2024-2026)" ซึ่งความตอนหนึ่งระบุว่า

"ภายในปี 2026 กลไกการบริหารจัดการน่านฟ้าชั้นต่ำจะทำงานได้อย่างราบรื่น โครงสร้างพื้นฐานจะแล้วเสร็จโดยพื้นฐาน สถานการณ์การใช้งานจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว ความสามารถด้านนวัตกรรมจะเป็นผู้นำระดับนานาชาติ และขนาดอุตสาหกรรมจะก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการก่อตัวของรูปแบบการพัฒนาที่บูรณาการการผลิตและบริการในชั้นต่ำ และส่งเสริมการใช้งานและอุตสาหกรรมซึ่งกันและกัน สร้างพื้นที่อุตสาหกรรมเศรษฐกิจชั้นต่ำชั้นนำระดับโลก — การทำงานอย่างราบรื่นของกลไกการบริหารจัดการ กลไกการบริหารจัดการแบบร่วมมือสามฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับทหาร พลเรือน และรัฐบาลจะถูกจัดตั้งขึ้นโดยพื้นฐาน สร้างกลไกการทำงานที่มีการแบ่งงานที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพสูงในการก่อสร้างและการดำเนินงานโครงสร้างพื้นฐาน และการสนับสนุนบริการการบินชั้นต่ำ — โครงสร้างพื้นฐานที่แล้วเสร็จโดยพื้นฐาน สนามบินการบินทั่วไปและจุดขึ้นลงเครื่องบินจำนวนหนึ่งจะถูกสร้างขึ้น และเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานภาคพื้นดินที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเชื่อมต่อถึงกันจะแล้วเสร็จโดยพื้นฐาน โดยการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะชั้นต่ำในพื้นที่หลักจะแล้วเสร็จ — การเติบโตอย่างมั่นคงในขนาดอุตสาหกรรม เศรษฐกิจระดับต่ำจะมีมูลค่าเกิน 300 พันล้านหยวน โดยพื้นฐานแล้วจะก่อตัวเป็นรูปแบบอุตสาหกรรมศรษฐกิจการบินระดับต่ำที่มีเมืองหลัก 3 เมือง (กว่างโจว เซินเจิ้น และจูไห่) จุดสนับสนุนหลายแห่ง และการพัฒนาแบบกระจุกตัว บ่มเพาะวิสาหกิจชั้นนำและวิสาหกิจเฉพาะทางและนวัตกรรมจำนวนมาก — ความสามารถด้านนวัตกรรมได้รับการยกระดับอย่างมีนัยสำคัญ จะมีการจัดตั้งแพลตฟอร์มนวัตกรรมระดับจังหวัดหลายแห่ง และจะพยายามสร้างแพลตฟอร์มนวัตกรรมระดับชาติ 1-2 แห่ง เทคโนโลยีที่เป็นอุปสรรคสำคัญหลายประการในน่านฟ้าระดับต่ำได้รับการแก้ไขแล้ว โดยพื้นฐานแล้วสามารถควบคุมห่วงโซ่อุตสาหกรรมระดับต่ำได้อย่างอิสระ — ขอบเขตการใช้งานขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ชั่วโมงบินของเครื่องบินทั่วไปในมณฑลถึง 150,000 ชั่วโมง และชั่วโมงบินของโดรนถึง 3.5 ล้านชั่วโมง มีความคืบหน้าในเชิงบวกในการสาธิตนำร่องในการจราจรทางอากาศในเมือง โลจิสติกส์ระดับต่ำ และระบบไร้คนขับในอวกาศทั้งหมด" (广东省推动低空经济高质量发展行动方案(2024—2026 年))

นี่เป็นแค่เป้าหมายที่หน่วยงานของรัฐตั้งไว้เท่านั้น ยังไม่ต้องลงรายละเอียดให้ยืดยาว เพราะเพียงแค่ 'เป้าประสงค์' ของฝ่ายนำชัดเจน ฝ่ายตามก็ไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลังอีกต่อไป ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าตอนนี้ กว่างโจว เซินเจิ้น และจูไห่มีระบบนิเวศนวัตกรรมที่เกื้อกูลกันอย่างยิ่ง ประมาณว่ามาตัวเปล่ามีแค่ไอเดียก็สามารถเปิดบริษัทและสรัางสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้ไม่ยาก

แผนนี้คือตัวกำหนดทิศทางการพัฒนา และการพัฒนาให้ผลเป็นรูปธรรมด้านนวัตกรรม และนวัตกรรมเติบโตยิ่งๆ ขึ้นไปด้วยความต้องการของผู้บริโภค

ข้อมูลจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศจีนแสดงให้เห็นว่า ภายในปี 2025 ขนาดตลาดของเศรษฐกิจการบินระดับต่ำของจีนจะสูงถึง 1.5 ล้านล้านหยวน โดยมีผู้ประกอบการโดรนเกือบ 20,000 ราย และคำสั่งซื้อ eVTOL ต่อปีเกิน 3 หมื่นล้านหยวน

กว่างโจวถือเป็นฉากทัศน์แห่งอนาคตอันดับต้นๆ ของประเทศว่าด้วยความก้าวหน้าของเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ และยังเป็นเมืองอันดับหนึ่งของการเป็นฉากแห่งนวัตกรรมของประเทศ

กว่างโจวไม่ได้ถูกแย่งซีนไปโดยเมืองการค้าและการผลิตแห่งอื่นๆ มันกำลังแหวกตัวเองสู่การเป็นผู้นำของเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ต่างหาก

และผู้แทนจากกลุ่มประเทศ APEC ที่จะเดินทางมายังกว่างตงในปีนี้ย่อมจะเห็นปรากฏการณ์นี้ได้ด้วยสองตาของพวกเขาเอง

บทความและภาพถ่ายโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...