โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตลาดออฟฟิศ กทม. ปี 69 ดีมานด์ฟื้น แต่ค่าเช่าไม่ขยับ! อาคารเก่าแรงกดดันเพิ่ม

Positioningmag

อัพเดต 10 พ.ค. เวลา 09.09 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. เวลา 03.00 น. • my_bb

แม้ตัวเลขการเช่าพื้นที่สำนักงาน (ออฟฟิศ) ใน กทม. จะเริ่มส่งสัญญาณบวกต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 แต่ภาพรวมยังคงเป็น"ตลาดของผู้เช่า" อย่างชัดเจน
ปัญญา เจนกิจวัฒนาเลิศ หุ้นส่วนและกรรมการบริหารหัวหน้าส่วนพื้นที่สำนักงาน บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย กล่าวว่า พบว่า ไตรมาส 1 ปี 2569 ดีมานด์ออฟฟิศ กทม. เริ่ม'ฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป'
โดยมีพื้นที่เช่ารวม 110,000 ตารางเมตร และในสามารถระบายสต๊อก (อัตราดูดซับ) ไปได้ 70,000 ตารางเมตร ส่งผลให้อัตราเช่าเฉลี่ยขยับเป็น 77.6% (เพิ่มขึ้น 2 ไตรมาสติดต่อ)
-อาคารเกรด A มีอัตราเช่า 78%
-อาคารเกรด B มีอัตราเช่า 76%
-อาคารเกรด C มีอัตราเช่า 81%


แม้ดีมานด์จะเริ่มฟื้นตัว แต่ตลาดออฟฟิศยังคงมีการแข่งขันสูงจากซัพพลายใหม่ที่ทยอยเข้าสู่ตลาดต่อเนื่อง ทำให้ "ผู้เช่ายังคงมีอำนาจต่อรอง" และ "เจ้าของอาคารยังขึ้นค่าเช่าไม่ได้"
ทั้งนี้ ค่าเสนอเช่าไตรมาส 1 นี้ 'ลดลงเล็กน้อย' ที่ 0.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) มาอยู่ที่ 847 บาท/ตารางเมตร/เดือน หากแยกตามเกรดออฟฟิศ จะพบว่า
-อาคารเกรด A มีค่าเช่า 1,238 บาท/ตารางเมตร/เดือน
-อาคารเกรด B ค่าเช่า 856 บาท/ตารางเมตร/เดือน
-อาคารเกรด C ค่าเช่า 542 บาท/ตารางเมตร/เดือน


แรงกดดันตลาดออฟฟิศ กทม. ในปีนี้ คือ

1.ช่องว่างด้านประสิทธิภาพระหว่างออฟฟิศเก่าและใหม่
อาคารเกรด A และอาคารใหม่ยังคงสามารถดึงดูดความต้องการได้อย่างต่อเนื่อง ด้านอาคารรุ่นเก่ากําลังเผชิญแรงกดด้นในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น
2.ตลาดออฟฟิศ กทม. ในระยะสั้นมีแนวโน้มเป็นตลาดของผู้เช่า
ปัจจัยหลักมาจาก แรงกดดันของซัพพลายใหม่จำนวนมากที่มีกําหนดแล้วเสร็จในปี 2569 แม้ดีมานด์จะเริ่มฟื้นตัว แต่การปรับสมดุลตลาดอาจต้องใช้เวลา เพราะผู้เช่ายังคงมีความระมัดระวังในการขยายพื้นที่
นอกจากนี้ การพัฒนาออฟฟิศนอกย่านศูนย์กลางธุรกิจ (Non-CBD) เพิ่มทางเลือกให้กับผู้เช่า และเปิดโอกาสในการบริหารต้นทุนของผู้เช่าให้ดีขึ้น

จุดเปลี่ยนของตลาดรอบนี้ไม่ได้อยู่ที่ปริมาณการเช่า แต่อยู่ที่วิธีคิดของผู้เช่า ซึ่งผู้เช่าในปัจจุบัน มีความพิถีพิถันมากขึ้น โดยพิจารณาทั้งคุณภาพ ต้นทุน และความเหมาะสมในระยะยาว ซึ่งกําลังขยายช่องว่าง ระหว่างอาคารคุณภาพสูงและอาคารเก่า และกําหนดรูปแบบการแข่งขันของตลาดใหม่ทั้งหมด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...