โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"ทรัมป์" ยื่นคำขาดสุดท้าย! ขีดเส้นตายอิหร่าน 48 ชม. เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขู่หากเมินเตรียมเจอ "หายนะ"

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สำนักข่าว CNN รายงาน เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เพื่อส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้นำอิหร่านอย่างดุดันว่า เวลาสำหรับการตัดสินใจเปิดช่องแคบฮอร์มุซใกล้จะหมดลงแล้ว

โดยระบุว่าเหลือเวลาอีกเพียง 48 ชั่วโมงเท่านั้นก่อนที่ “หายนะ” จะมาเยือน หากอิหร่านยังคงนิ่งเฉยต่อข้อเรียกร้อง ซึ่งทรัมป์ได้เท้าความถึงคำขาดก่อนหน้านี้ที่เคยให้อิหร่านเลือกระหว่างการทำข้อตกลงหรือการเปิดเส้นทางเดินเรือ พร้อมทิ้งท้ายข้อความด้วยประโยค “พระเจ้าจงเจริญ!” ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยังไม่มีทีท่าจะยุติลง

คำขู่ล่าสุดนี้ถือเป็นการย้ำจุดยืนเดิมที่นายทรัมป์เคยประกาศไว้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเขาเคยขู่ว่าจะดำเนินการโจมตีโรงไฟฟ้าหลายแห่งของอิหร่านหากไม่มีการเปิดเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์สายนี้ แม้ที่ผ่านมาจะมีการเลื่อนเส้นตายมาแล้วหลายครั้งจนกระทั่งกำหนดใหม่คือวันที่ 6 เมษายน

โดยทรัมป์ให้เหตุผลก่อนหน้านี้ว่าการเจรจามีแนวโน้มที่เป็นไปได้ด้วยดี ขณะที่ในการแถลงข่าว ณ ทำเนียบขาวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ผู้นำสหรัฐฯ เชื่อมั่นว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานได้เองโดยปริยายภายหลังสิ้นสุดความขัดแย้ง เนื่องจากอิหร่านมีความจำเป็นต้องขายน้ำมันเพื่อนำรายได้มาฟื้นฟูประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้การขนส่งทางเรือกลับมาเป็นปกติและราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ทางด้านสำนักข่าวทัสนิม (Tasnim) ของอิหร่านได้รายงานตอบโต้โดยระบุว่า ทางการอิหร่านจะอนุญาตให้เพียงเรือที่บรรทุก “สินค้าจำเป็น” สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้เท่านั้น

แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนในการนิยามประเภทของสินค้าดังกล่าว รวมถึงยังไม่มีการยืนยันว่าอิหร่านจะยังคงเดินหน้าปิดกั้นเรือจากกลุ่มประเทศที่ถูกตีความว่าเป็นศัตรูต่อไปหรือไม่ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับนานาชาติต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความมั่นคงในภูมิภาคเป็นอย่างมาก

ข้อมูล : CNN

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...