ช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ได้กระทบแค่น้ำมัน? เปิด 9 สินค้าใจกลางวิกฤต
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - บล.อินโนเวสเอกซ์ ระบุว่า วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ได้กระทบแค่น้ำมัน แต่กำลังสั่นคลอนห่วงโซ่อุปทานโลกทั้งระบบและสร้างการหยุดชะงักด้านอุปทานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ตามคำเตือนของ Fatih Birol ผู้อำนวยการ International Energy Agency
สินค้าโภคภัณฑ์สำคัญนอกกลุ่มพลังงานกำลังเผชิญภาวะชะงักงัน ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมทั่วโลก ตั้งแต่ปุ๋ยไปจนถึงพลังงานสะอาด นี่คือ 9 สินค้าที่อยู่ใจกลางวิกฤตในครั้งนี้…
1.ปุ๋ย (ยูเรียและแอมโมเนีย) อ่าวอาหรับเป็นศูนย์กลางส่งออกปุ๋ยทางทะเลของโลก โดยยูเรียคิดเป็น 46% ของการค้าทั่วโลก การหยุดชะงักจะกระทบอินเดีย บราซิล และจีนโดยตรง ดันต้นทุนอาหารโลกและเงินเฟ้อพุ่งสูง
2.กำมะถัน (Sulfur) เกือบครึ่งหนึ่งของการค้าทางทะเลต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เป็นวัตถุดิบหลักของกรดซัลฟิวริกที่จำเป็นสำหรับแบตเตอรี่ EV และปุ๋ยฟอสเฟต การขาดแคลนจะฉุดรั้งทั้งพลังงานสะอาดและเกษตรกรรม
3.เมทานอล (Methanol) 1 ใน 3 ของการค้าโลกผ่านช่องแคบนี้ วัตถุดิบหลักของพลาสติก สี และเส้นใยสังเคราะห์ โดยเฉพาะจีนที่เสี่ยงสต็อกลดลงถึงระดับวิกฤต
4.วัตถุดิบกราไฟต์ (Graphite Feedstocks) กราไฟต์สังเคราะห์สำหรับแบตเตอรี่ EV พึ่งพา Petroleum Coke จากโรงกลั่นน้ำมัน เมื่อโรงกลั่นหันไปผลิตสินค้ามูลค่าสูง อุปทานตึงตัว ส่งผลให้ต้นทุนแบตเตอรี่สูงขึ้น
5.อะลูมิเนียม (Aluminium) ตะวันออกกลางผลิต 9% ของโลก (นอกจีน) การลดลงของอุปทานเริ่มเห็นชัดจากการถอนสต็อกจากคลังตลาดโลหะโลก กระทบก่อสร้าง ขนส่ง และพลังงานหมุนเวียน
6.ฮีเลียม (Helium) กาตาร์ผลิตเกือบ 1 ใน 3 ของโลก จำเป็นสำหรับเซมิคอนดักเตอร์และเครื่อง MRI ทางการแพทย์ การขาดแคลนจะกระทบทั้งเทคโนโลยีขั้นสูงและระบบสาธารณสุข
7.โมโนเอทิลีนไกลคอล (MEG) วัตถุดิบหลักของเส้นใยโพลีเอสเตอร์และบรรจุภัณฑ์ จะกระทบหนักในเอเชีย (จีน อินเดีย อาเซียน) และอาจทำให้ราคาฟื้นตัวจากภาวะล้นตลาดก่อนหน้า
8.แร่เหล็กและเหล็กเกรดพรีเมียม การหลีกเลี่ยงเส้นทางเดินเรือทำให้การขนส่งล่าช้าและต้นทุนสูงขึ้น กระทบอุตสาหกรรมเหล็กที่มีมาร์จิ้นต่ำอยู่แล้ว
9.โครงสร้างพื้นฐานไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) ในระยะสั้น ความไม่แน่นอนด้านโลจิสติกส์และการลงทุนกำลังชะลอโครงการสำคัญ แม้ระยะยาวอาจเร่งการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด
บทสรุปเชิงกลยุทธ์ วิกฤตครั้งนี้คือสัญญาณเตือนความเปราะบางเชิงโครงสร้างของโลก รายงาน Global Risks 2026 ของ World Economic Forum ย้ำว่า “ความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์” กำลังกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ในยุคที่ความไม่แน่นอนเป็นเรื่องปกติ…“การเข้าถึงทรัพยากร” คือ “ความมั่นคงระดับชาติ”