สหรัฐ ‘กดดัน IMF’ จัดการจีน จี้ตรวจสอบการบิดเบือนตลาด
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ “กดดัน” กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ให้ตรวจสอบและออกมาแสดงจุดยืนต่อนโยบายเศรษฐกิจที่บิดเบือนการแข่งขันในตลาดโลก โดยส่งสัญญาณพุ่งเป้าไปที่“จีน” ซึ่งพึ่งพาการส่งออกมากเกินไป ท่ามกลางความกังวลว่าความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจอาจกระทบเสถียรภาพการเงินโลก
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าเบสเซนต์ระบุในแถลงการณ์ที่เตรียมไว้สำหรับการประชุมประจำปีของ IMF และธนาคารโลก ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ว่า ผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายในการรักษาระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกตลาด ท่ามกลางนโยบายของบางประเทศที่บิดเบือนการแข่งขันและส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน
“IMF ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อป้องกันนโยบายบิดเบือนเหล่านี้และผลกระทบเชิงลบที่ลุกลามไปยังประเทศอื่น จึงจำเป็นต้องออกมาแสดงบทบาทในประเด็นสำคัญนี้ มิฉะนั้นอาจเสี่ยงถูกลดความสำคัญลง” เบสเซนต์ระบุ
แม้เบสเซนต์ไม่ได้เอ่ยชื่อจีนโดยตรง แต่ที่ผ่านมาเขาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลปักกิ่งอย่างต่อเนื่องว่า ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่เน้นการส่งออกมากเกินไป ขณะที่การบริโภคภายในประเทศยังถูกจำกัด
ก่อนหน้านี้ เบสเซนต์เปิดเผยว่า IMF กำลังหารือเชิงลึกกับจีนเกี่ยวกับความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อเสถียรภาพการเงินโลก ขณะที่การประชุมกลุ่ม G20 เมื่อเดือนก.ย. มีสมาชิก 19 จาก 20 ประเทศสนับสนุนแถลงการณ์ที่สหรัฐผลักดัน ซึ่งเตือนว่า การส่งออกสินค้าราคาถูกอย่างต่อเนื่องจากเศรษฐกิจที่ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยกลไกตลาดเป็นสิ่งที่ไม่ยั่งยืน แต่จีนคัดค้านจนไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมได้
เบสเซนต์ยังเรียกร้องให้ IMF เพิ่มความเข้มข้นในการวิเคราะห์บทบาทของนโยบายเศรษฐกิจที่ไม่อิงกลไกตลาด รวมถึงนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความไม่สมดุลทางการค้าระหว่างประเทศ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในวันเดียวกับที่จีนรายงานว่า การส่งออกเดือนก.ย. เติบโตอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้ยอดเกินดุลการค้าของจีนมีแนวโน้มทำลายสถิติ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ที่ทำไว้เมื่อปีที่แล้ว
นอกจากนี้ เบสเซนต์ยังเรียกร้องให้ธนาคารโลกส่งเสริมการพึ่งพาตนเองของประเทศสมาชิกมากขึ้น รวมถึงยกเลิกข้อจำกัดด้านเงินทุนสนับสนุนโครงการก๊าซธรรมชาติ ตลอดจนโครงการสำรวจและผลิตน้ำมันและก๊าซ เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านพลังงานและการพัฒนาเศรษฐกิจ
อ้างอิง: bloomberg