แกะรอยรวบขบวนการ ‘โรแมนซ์สแกม’ หลอกสาวจีนมาไทยบังคับขึ้นรถมุ่งชายแดน
เมื่อวันที่ 24 ต.ค. พล.ต.ท.พงษ์สยาม มีขันทอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.โอฬาร เอี่ยมประภาส ผบก.ทท. 2 และ พ.ต.อ.พิษณุ เตรียมดี ผกก.2 บก.ทท.2 สั่งการให้ พ.ต.ท.อวิรุทธ์ สุขแย้ม สว.กก.2 บก.ทท.2 และ ร.ต.อ.ธนดล คงธนโอฬาร รอง สว. เร่งลงพื้นที่สืบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และประสานการปฏิบัติกับ สภ.ลี้ จ.ลำพูน ตำรวจภูธรภาค 5 จับกุม 2 ผู้ต้องหา ขบวนการ “โรแมนซ์สแกม” หลอกสาวจีนมาไทย ได้แก่ 1.นายสุวิทย์ จับกุมได้ในพื้นที่ อ.แม่ระมาด จ.ตาก และ 2.นายอนุพล จับได้ในพื้นที่ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 ก.ย. 69 เวลา 07.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวได้รับการประสานจาก สภ.ลี้ จ.ลำพูน กรณีนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนถูกหลอกให้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย โดยแจ้งว่าจะมีบุคคลมารับเมื่อเดินทางมาถึง แต่เมื่อขึ้นรถยนต์แล้วกลับมีบุคคลมานั่งประกบ พร้อมยึดโทรศัพท์มือถือ และห้ามติดต่อกับบุคคลอื่น ทำให้ผู้เสียหายไม่สามารถขอความช่วยเหลือได้ ระหว่างเดินทาง เมื่อรถมาถึงพื้นที่ อ.ลี้ จ.ลำพูน ผู้เสียหายอาศัยจังหวะที่คนร้ายเผลอ กระโดดออกจากรถที่กำลังเคลื่อนที่จนได้รับบาดเจ็บ ก่อนพลเมืองดีเข้าช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาล ส่วนกลุ่มผู้ก่อเหตุหลบหนีไปพร้อมทรัพย์สินของผู้เสียหาย ภายหลังเกิดเหตุตำรวจท่องเที่ยวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อคลี่คลายคดีและติดตามตัวผู้กระทำผิด
จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มชาติพันธุ์กระเหรี่ยง มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ชายแดน จ.ตาก มีความชำนาญเส้นทางในพื้นที่ และมีพฤติการณ์ใช้เส้นทางรอง รวมถึงสลับเปลี่ยนรถระหว่างทางเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ชุดสืบสวนจึงเร่งติดตามพฤติการณ์ของผู้ต้องหา ก่อนสามารถติดตามจับกุมนายสุวิทย์ ได้ใน พื้นที่ อ.แม่ระมาด จ.ตาก จากนั้นขยายผลไปยังผู้ต้องหาอีกราย ซึ่งเดินทางมาพักผ่อนและท่องเที่ยวในตัวเมืองเชียงใหม่ หลังเชื่อว่าสถานการณ์เงียบลง ก่อนถูกจับกุมนายอนุพล ในพื้นที่ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหารายหนึ่งให้ข้อมูลว่า โดยปกติประกอบอาชีพเกษตรกรรม และในช่วงว่างเว้นจากการเพาะปลูกจะรับจ้างพาบุคคลเดินทางผ่านพื้นที่ชายแดน โดยจะได้รับค่าตอบแทนประมาณ 5,000–15,000 บาท หากดำเนินการสำเร็จ ทั้งนี้ จำนวนเงินขึ้นอยู่กับบทบาทหน้าที่
ทั้งนี้ การจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 รายเป็นผลจากการประสานความร่วมมือระหว่างกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจภูธรภาค 5 โดยเจ้าหน้าที่จะเดินหน้ารวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลไปยังผู้สั่งการและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกนักท่องเที่ยว มุ่งสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวชาวจีนและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก.