โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

GULF เซ็นสัญญา ADNOC ขยายพอร์ต LNG ตอกย้ำภาพผู้นำพลังงานแห่งเอเชีย

THE SIGNALs

เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • กองบรรณาธิการ THE SIGNALs

พลังงานคือหัวใจสำคัญของการใช้ชีวิตในทุกๆ วัน ท่ามกลางสถานการณ์พลังงานที่พร้อมปรับเปลี่ยนตลอดเวลา GULF ได้ขยับตัวครั้งสำคัญด้วยการจับมือ ADNOC บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก เซ็นสัญญาซื้อขาย LNG ล็อตใหม่เกือบ 2 ล้านตัน เตรียมเริ่มส่งมอบปี 2570

GULF เซ็นสัญญา ADNOC ขยายพอร์ต LNG ตอกย้ำภาพผู้นำพลังงานแห่งเอเชีย

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความมั่นคงทางพลังงานคือหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปัจจุบัน ท่ามกลางสถานการณ์ระดับโลกที่มีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา การเตรียมพร้อมรับมือกับความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นจึงเป็นโจทย์ใหญ่ของภาคธุรกิจ ล่าสุด บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) ได้ขยับตัวครั้งสำคัญอีกครั้ง ด้วยการประกาศลงนามสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG Sales and Purchase Agreement: LNG SPA) ฉบับใหม่ร่วมกับ ADNOC ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทพลังงานชั้นนำระดับโลก

เจาะลึกดีลซื้อขาย LNG 2 ล้านตัน ปูทางสู่เป้าหมายปี 2570

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการจัดหา LNG เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอของกัลฟ์อย่างเป็นรูปธรรม ยิ่งไปกว่านั้น ภายใต้ข้อตกลงนี้ ทาง ADNOC จะทำการส่งมอบ LNG ปริมาณรวมเกือบ 2 ล้านตันให้แก่ทางกัลฟ์ โดยมีกำหนดเริ่มส่งมอบตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป ซึ่งนับเป็นการตอกย้ำยุทธศาสตร์หลักขององค์กรที่ต้องการสร้างพอร์ตโฟลิโอ LNG ให้มีความหลากหลายและยืดหยุ่น เพื่อเป็นรากฐานที่มั่นคงของธุรกิจซื้อขายพลังงานในระยะยาว

นอกจากนี้ หากมองย้อนกลับไป สัญญาซื้อขายฉบับล่าสุดนี้ถือเป็นการต่อยอดความร่วมมือระหว่าง ADNOC และ GULF ที่เคยได้ลงนามร่วมกันมาแล้วเมื่อปี 2568 ซึ่งทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ ADNOC ที่ต้องการขยายการเติบโตสู่ตลาดในภูมิภาคเอเชียอย่างจริงจัง ทิศทางนี้ยังสอดรับกับข้อมูลจากทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency – IEA) ที่ระบุว่าความต้องการก๊าซธรรมชาติทั่วโลกยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยภูมิภาคเอเชียยังคงเป็นกำลังหลักในการบริโภคพลังงานแห่งอนาคต

วิสัยทัศน์ผู้บริหาร ยุทธศาสตร์ขยายเครือข่ายธุรกิจครบวงจร

ในแง่ของทิศทางการบริหาร นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้ให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจว่า ข้อตกลงนี้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้สำหรับกัลฟ์ รีซอร์สเซส นั่นคือ การมุ่งสร้างพอร์ต LNG ที่หลากหลายและมีความมั่นคง เพื่อก้าวขึ้นเป็นฐานหลักของธุรกิจเทรดดิ้งของบริษัท

ในขณะเดียวกัน ทางกลุ่มบริษัทได้ทยอยลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งทางเรือ รวมถึงการขยายเครือข่ายความสัมพันธ์กับคู่ค้ารายใหญ่ระดับโลก เพื่อเสริมสร้างให้ทุกจุดเชื่อมต่อในห่วงโซ่ธุรกิจแข็งแกร่งขึ้น ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ

ดังนั้น ความร่วมมือกับทาง ADNOC ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพของพอร์ต LNG เท่านั้น แต่ยังเป็นการต่อยอดโอกาสทางการค้าในตลาดเอเชียอีกด้วย ซึ่งเมื่อนำมารวมกับสัญญาที่มีกับคู่ค้ารายอื่นอยู่แล้ว ยิ่งส่งผลให้องค์กรมีศักยภาพในการค้าขายก๊าซธรรมชาติเหลวมากยิ่งขึ้น พร้อมรับมือต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นในอนาคต และยังมีส่วนร่วมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของภูมิภาคไปพร้อมกัน

ADNOC รุกตลาดเอเชีย ตอบโจทย์ดีมานด์พลังงานทั่วโลก

ทางด้าน นายนัสเซอร์ อัล มูไฮรี รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจปลายน้ำ การตลาดและการซื้อขาย ของ ADNOC Group ได้กล่าวเสริมถึงประเด็นนี้ว่า ข้อตกลงฉบับนี้เป็นการต่อยอดจากสัญญาซื้อขายฉบับแรกที่ได้ลงนามร่วมกับกัลฟ์ และเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ ADNOC ในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้แก่คู่ค้าในทวีปเอเชีย นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญขององค์กรที่ได้ขยายพอร์ตโฟลิโอในภูมิภาคนี้ พร้อมทั้งเพิ่มความยืดหยุ่นในการค้าขาย LNG เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลกได้อย่างทันท่วงที

เกม LNG ไม่ได้วัดกันแค่ปริมาณก๊าซ แต่รวมถึงความยืดหยุ่นของธุรกิจ

การลงนามสัญญาซื้อขาย LNG ระหว่าง GULF และ ADNOC ปริมาณรวมประมาณ 2 ล้านตันตลอดสัญญาหลายปี โดยเริ่มส่งมอบในปี 2570 สะท้อนการเดินหน้าขยายเครือข่ายคู่ค้าและเสริมความแข็งแกร่งให้พอร์ตโฟลิโอ LNG ของ GULF

ในระยะต่อไป ประเด็นที่น่าติดตามจึงไม่ได้มีเพียงปริมาณก๊าซที่จะได้รับ แต่รวมถึงการบริหารต้นทุน เงื่อนไขการจัดหา ประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐาน และความสามารถในการต่อยอดธุรกิจเทรดดิ้งท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก

สำหรับอุตสาหกรรมพลังงานไทย ความหลากหลายของแหล่งจัดหาและความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานเป็นองค์ประกอบสำคัญของความมั่นคงด้านพลังงาน ขณะที่ผลต่อราคาพลังงานและผู้บริโภคจะต้องประเมินจากต้นทุนและการดำเนินงานจริงในภาพรวม

อย่างไรก็ตาม ความได้เปรียบในตลาด LNG ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีเชื้อเพลิงในมือเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่ความสามารถในการบริหารความเสี่ยง เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน และปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของตลาดพลังงานโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...