โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เอกนิติ’ เตรียมชงโครงการโซลาร์ 1 ล้านครัวเรือนเข้า ครม.พรุ่งนี้

The Reporters

อัพเดต 26 ต.ค. เวลา 11.28 น. • เผยแพร่ 26 ต.ค. เวลา 11.28 น.

‘เอกนิติ’ เตรียมชงโครงการโซลาร์ 1 ล้านครัวเรือนเข้า ครม.พรุ่งนี้ อัดฉีดรายละ 5 หมื่นบาทต่อหลังคาเรือน 1 ล้านสิทธิ พร้อมชูโมเดลเปลี่ยนคนตัวเล็กเป็นผู้ขายไฟ ดึง 3 แบงก์รัฐปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำไม่ต้องควักเงินก้อน

วันนี้ (26 ต.ค. 69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานภายใต้กรอบเงินกู้ของรัฐบาลว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันพรุ่งนี้ (27 ต.ค.) กระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่พลังงานสะอาด ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกลั่นกรองที่กระทรวงการคลังแล้ว เพื่อเร่งสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและเปิดโอกาสให้ครัวเรือนรายย่อยเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าขายคืนเข้าสู่ระบบสายส่งเพื่อสร้างรายได้

นายเอกนิติกล่าวว่าโครงการดังกล่าวเดิมมุ่งเน้นการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) แต่คณะกรรมการกลั่นกรองได้พิจารณาข้อจำกัดของประชาชนอย่างรอบด้าน เนื่องจากที่พักอาศัยบางครัวเรือนอาจมีโครงสร้างหลังคาที่ไม่เอื้อต่อการติดตั้ง จึงขยายขอบเขตการสนับสนุนให้ครอบคลุมการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนพื้นดิน รวมถึงแหล่งน้ำหรือบ่อน้ำในรูปแบบโซลาร์ลอยน้ำ (Floating Solar) ด้วย

เป้าหมายสำคัญของรัฐบาลคือการเร่งเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานของประเทศ ซึ่งปัจจุบันไทยยังต้องพึ่งพาพลังงานจากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในระดับสูง การผลักดันการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ภายในประเทศจะช่วยลดภาระการนำเข้าก๊าซธรรมชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับมาตรการอุดหนุนรัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณสนับสนุนโดยตรงให้ประชาชนครัวเรือนละ 50,000 บาท ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1 ล้านสิทธิ โดยมอบหมายให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ซึ่งอยู่ภายใต้กระทรวงมหาดไทยทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ หลัง ครม.มีมติเห็นชอบจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนขอรับสิทธิได้ทันที

นายเอกนิติกล่าวเพิ่มเติมว่าจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงการนี้คือการปรับบทบาทของประชาชนจากเดิมที่เป็นเพียงผู้ซื้อไฟฟ้ามาเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าและสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนเข้าสู่ระบบสายส่ง (Grid) ของการไฟฟ้าได้ ทำให้ประชาชนมีโอกาสสร้างรายได้จากหลังคาบ้านหรือพื้นที่ของตนเอง

ส่วนข้อกังวลเรื่องภาระค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้า นายเอกนิติชี้แจงว่าคณะกรรมการกลั่นกรองได้อนุมัติงบประมาณจากเงินกู้อีกส่วนหนึ่งให้ กฟน.และ กฟภ.นำไปดำเนินการเปลี่ยนเป็นมิเตอร์อัจฉริยะ (Smart Meter) ให้แก่ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อรองรับการจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ระบบสายส่ง โดยประชาชนไม่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนมิเตอร์ด้วยตนเอง

สำหรับแนวทางบริหารจัดการเงินลงทุนรัฐบาลเตรียมมาตรการรองรับไว้ทั้งกลุ่มที่มีเงินลงทุน ซึ่งจะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลครัวเรือนละ 50,000 บาท และกลุ่มที่ไม่มีเงินก้อนล่วงหน้าโดยประสานสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำหรับกลุ่มเกษตรกรเพื่อปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับลงทุนติดตั้งระบบโซลาร์ ประชาชนจึงไม่ต้องนำเงินก้อนมาลงทุนก่อน แต่สามารถนำรายได้จากการขายไฟฟ้าคืนให้การไฟฟ้ามาชำระคืนเงินกู้ในภายหลัง

ส่วนกลุ่มที่ติดตั้งโซลาร์ไปแล้วหรือไม่ประสงค์ใช้เงินกู้และเงินอุดหนุนจากรัฐบาล เนื่องจากมีเงินทุนอยู่แล้วกรมสรรพากรมีมาตรการทางภาษีรองรับโดยเปิดให้นำค่าใช้จ่ายจากการติดตั้งระบบโซลาร์มาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท

นอกจากนี้นายเอกนิติเปิดเผยว่ารัฐบาลอยู่ระหว่างพิจารณาอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เสนอเข้ามาคือโครงการปรับปรุงและยกระดับระบบโครงข่ายสายส่งไฟฟ้า (Grid Upgrade) ทั่วประเทศ

นายเอกนิติกล่าวว่าปัจจุบันทั่วโลกต่างตระหนักถึงปัญหาราคาพลังงานที่ผันผวนและปรับตัวสูงขึ้น การยกระดับระบบสายส่งไฟฟ้าจึงเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตของประเทศไทยเพื่อให้โครงข่ายมีความพร้อมและมีเสถียรภาพรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...