ช่วยยายวัย 71 ตกหลุมลึก 8 เมตรกลางไร่มัน ดินถล่มทับเหลือแค่ศีรษะ รอดปาฏิหาริย์
ยายบ้านกรวดเหยียบหญ้าปกคลุมปากหลุมก่อนพลัดตก ถูกหินทรายและดินถล่มทับ เจ้าหน้าที่–ชาวบ้านใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงช่วยขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย
เหตุการณ์หวาดเสียวกลางไร่มันสำปะหลังในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เมื่อหญิงสูงวัยอายุ 71 ปี พลัดตกลงไปในหลุมลึกประมาณ 8 เมตร หลังเหยียบต้นหญ้าและกิ่งไม้ที่ปกคลุมปากหลุม ก่อนถูกหินทรายและดินถล่มลงมาทับร่างจนเกือบมิด เหลือเพียงศีรษะและลำคอโผล่พ้นดิน เจ้าหน้าที่และชาวบ้านต้องเร่งช่วยเหลืออย่างระมัดระวัง ใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงจึงนำตัวขึ้นมาได้สำเร็จ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ลุงแดง เอ็นดูโร่” โพสต์ภาพและคลิปเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่และชาวบ้านกำลังช่วยเหลือหญิงสูงอายุที่พลัดตกลงไปในหลุมลึกกลางไร่มันสำปะหลัง พร้อมข้อความเตือนภัยว่า ผู้ประสบเหตุโชคดีที่มีคนพบเห็น หลังตกลงไปในซอกหินลึกและถูกดินถล่มทับจนถึงบริเวณลำคอ เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงสายวันที่ 30 ตุลาคม 2569 บริเวณบ้านสายตรี 16 ต.หนองไม้งาม อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ หลังรับแจ้งเหตุ หน่วยกู้ชีพเทศบาลตำบลหนองไม้งาม ผู้นำชุมชน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) และชาวบ้าน ได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
ผู้ประสบเหตุคือ นางทองคูณ ตองติรัมย์ หรือ “ยายคูณ” อายุ 71 ปี ชาวบ้านหนองไม้งาม 2 หมู่ 10 ซึ่งพลัดตกลงไปในหลุมลึกประมาณ 8 เมตร ปากหลุมกว้างราว 1 เมตร และแคบลงตามความลึก ขณะติดอยู่ด้านล่างยังถูกหินทรายและดินถล่มลงมาทับร่าง เหลือเพียงศีรษะและลำคอโผล่พ้นดิน
เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันขุดดินและใช้สายรัดคล้องลำตัว ก่อนนำร่างขึ้นมาอย่างระมัดระวัง โดยใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงจึงช่วยเหลือออกมาได้สำเร็จ เบื้องต้นยายคูณมีบาดแผลถลอกบริเวณแขน ขา และแผ่นหลัง มีอาการอ่อนแรงและหวาดผวา ก่อนนำส่งโรงพยาบาลบ้านกรวดเพื่อรักษาอาการ โดยพักรักษาตัวหนึ่งคืน ก่อนแพทย์อนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่บ้าน
ต่อมาเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ซึ่งอยู่กลางไร่มันสำปะหลัง ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 4 กิโลเมตร โดยมีเจ้าหน้าที่ ชรบ.นำทาง เนื่องจากเป็นพื้นที่ห่างไกลชุมชนและต้องระมัดระวังอันตรายจากสัตว์ป่า
เมื่อไปถึงพบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นร่องน้ำและซอกหินทรายที่ถูกน้ำกัดเซาะจนเกิดเป็นโพรงและหลุมหลายจุด บางแห่งมีวัชพืชขึ้นปกคลุม ทำให้สังเกตเห็นได้ยาก โดยเฉพาะหลุมที่ยายคูณพลัดตกลงไป ซึ่งมีความลึกประมาณ 8 เมตรและปากหลุมค่อนข้างแคบ เจ้าหน้าที่ได้นำกิ่งไม้มาปักไว้บริเวณปากหลุม พร้อมทำสัญลักษณ์เตือนเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นพลัดตกลงไปอีก
จากนั้นทีมข่าวเดินทางไปพบยายคูณที่บ้าน ซึ่งอยู่ระหว่างพักฟื้น โดยยายคูณเล่าว่า วันเกิดเหตุได้ไปรับจ้างช่วยน้องชายทำไร่มันสำปะหลัง ได้ค่าจ้างวันละ 300 บาท ระหว่างเดินไปเก็บกิ่งไม้ออกจากแปลง จู่ ๆ ก็เหยียบลงบนต้นหญ้าและกิ่งไม้ ก่อนพลัดตกลงไปในหลุมโดยไม่ทันตั้งตัว
หลังตกลงไปพยายามตะเกียกตะกายหาทางขึ้น แต่กลับมีหินทรายและดินพังถล่มลงมาทับร่าง จนเหลือเพียงศีรษะและลำคอโผล่พ้นดิน ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จึงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ หวังให้ญาติและคนที่อยู่ใกล้เคียงได้ยินและรีบแจ้งเจ้าหน้าที่
ยายคูณ เล่าด้วยว่า ขณะนั้นคิดว่าตนเองคงไม่รอดชีวิต จึงบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้ช่วยให้มีชีวิตรอด โดยตั้งใจว่าหากสามารถขึ้นมาได้และหายดี จะนำหมู เห็ด เป็ด ไก่ ไปแก้บนตามที่กล่าวไว้ ซึ่งเจ้าของที่ดินก็ได้บนบานไว้เช่นกัน
แม้ขณะนี้อาการปลอดภัยและกลับมาพักฟื้นที่บ้านแล้ว แต่ยังมีบาดแผลตามร่างกายและรู้สึกหวาดผวาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา พร้อมกล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เหมือนคนที่ตายไปแล้วได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง และรู้สึกขอบคุณทุกคนที่เข้าช่วยเหลือ โดยเฉพาะญาติและหลาน ๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ เพราะหากวันนั้นไม่มีใครอยู่ใกล้ ๆ ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสรอดชีวิตหรือไม่ พร้อมยืนยันว่าจะไม่กลับไปทำงานในไร่แห่งนั้นอีก
ด้านนายทรงศักดิ์ ปะภูชะตัง อปพร.และชุดคุ้มครองหมู่บ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า หลังได้รับแจ้งเหตุได้รวบรวมข้อมูลและประสานนายกเทศมนตรี เพื่อส่งรถกู้ชีพและเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือทันที เมื่อไปถึงพบว่าชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์พยายามช่วยเหลือยายคูณในเบื้องต้นแล้ว แต่เนื่องจากมีหินทรายและดินถล่มลงมาทับร่างจนถึงลำคอ จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการขุดดินและนำตัวออกมา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการถล่มซ้ำ ก่อนจะช่วยเหลือได้สำเร็จ
ขณะที่นายศราวุธ พะลัง นายกเทศมนตรีตำบลหนองไม้งาม เปิดเผยว่า หลังทราบเหตุได้เข้าเยี่ยมและให้กำลังใจยายคูณตั้งแต่วันแรก พร้อมเตรียมประสานแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูเข้าดูแลทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เนื่องจากยายยังมีความวิตกกังวลและหวาดผวาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ที่ต้องทำงานในไร่นาหรือพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะบริเวณที่มีหลุมลึกและโพรงใต้ดินซึ่งถูกหญ้าปกคลุมจนยากต่อการสังเกต เพราะเพียงก้าวพลาดอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต จึงขอเตือนประชาชนที่เข้าไปทำไร่ทำนาหรือทำงานในพื้นที่ลักษณะดังกล่าวให้เพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะบริเวณหลุม ซอกหิน หรือพื้นที่ดินทรายที่อาจพังถล่มได้ รวมทั้งควรมีญาติหรือเพื่อนไปด้วย เพื่อให้สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้ทันท่วงทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน